เคยได้ยินคำนี้ไหมครับว่า “Trend is your friend” มันคือวลีที่เทรดเดอร์ทั่วโลกเห็นตรงกันคือการเทรดตามแนวโน้มของตลาดมักมีโอกาสทำกำไรได้สูงกว่าและมันจะเป็นเพื่อนคุณไปจนกว่าเทรนด์จะจบ แต่ตลาด Forex มันไม่ได้วิ่งเป็นเทรนด์เดียวเสมอไปครับ การเทรดสวนเทรนด์จึงถือกำเนิดขึ้นในตลาด Forex แห่งนี้ด้วย
Highlight บทคัดย่อ
- การเทรดสวนเทรนด์คือการเข้าออเดอร์ตรงข้ามกับแนวโน้มหลักของราคา โดยหาจังหวะที่ราคาจะกลับตัวหรือย่อตัวเพื่อไปต่อ เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ ไม่แนะนำสำหรับมือใหม่!
- ข้อดีของการสวนเทรนด์คือโอกาสทำกำไรสูงและคุ้มค่าความเสี่ยง หากจับจังหวะการกลับตัวได้แม่นยำ จุดเข้าเทรดของเราจะเป็นจุดที่ที่สุดในการทำกำไร
- แต่ก็มีข้อควรระวังคือการวิเคราะห์ต้องเฉียบขาดและแม่นยำเพราะหากเข้าเทรดผิดจังหวะพอร์ตอาจจะโดนลากติดลบได้ รวมถึงต้องมีทักษะการบริหารเงินและใช้เครื่องมือระดับกลางขึ้นไป
- ปัจจัยในการเทรดสวนเทรนด์ที่เทรดเดอร์ต้องคำนึงถึงและต้องเข้าใจอย่างแท้จริง มี 3 อย่าง
-
- Price Action: การอ่านและตีความแท่งเทียนต้องแม่นยำ
- การใช้ Indicators: โดยเฉพาะอินดิเคเตอร์ที่บอกสัญญาณกลับตัวได้
- บทบาทของรายใหญ่: เข้าใจเหตุผลเบื้องหลังของการที่ราคาย่อตัวหรือเปลี่ยนเทรนด์เพื่อไม่ต้องตกอยู่ในกับดักของรายใหญ่
สวนเทรนด์คืออะไร?
- เชื่อว่าหลายคนคงรู้อยู่แล้วว่าการสวนเทรนด์คือการเทรดสวนกับแนวโน้มหลักของราคา ณ ปัจจุบัน เช่น
- ราคากำลังเป็นเทรนด์ขาขึ้น บางคนจะมองหาจังหวะ “ขาย(Sell)” โดยเชื่อว่าราคากำลังจะกลับตัวลง(เปลี่ยนเทรนด์) หรืออย่างน้อยก็เกิดการ ย่อตัว (Corrective Move) ก่อนจะไปต่อ
- ในขณะที่การเทรดตามเทรนด์เราจะมองหาจังหวะย่อเพื่อเข้าออเดอร์ตามเทรนด์หลัก แต่การสวนเทรนด์เราต้องมองก่อนหน้าอีกสเต็ปคือจังหวะไหนกำลังจะย่อตัวหรือจังหวะไหนจะกลับตัวแล้ว ซึ่งเหมาะกับเทรดเดอร์ Level กลางๆ ถึงสูงแล้วครับ มือใหม่แนะนำว่าฝึกกับ Demo ให้ชินก่อนจะสวนเทรนด์ดีกว่า!
ข้อดีของการสวนเทรนด์
- เป็นหัวแถวของเทรนด์ใหม่: ถ้าเราสามารถจับจังหวะที่ราคาจะกลับตัวได้แม่นยำจริง การเทรดสวนเทรนด์ก็อารมณ์เหมือนเราได้ตั้งแถวใหม่ ได้ราคาที่ปลายยอด ได้กำไรแบบเต็มๆ ตั้งแต่ต้นน้ำ
- Risk/Reward Ratio คุ้ม: การได้ตั้งแถวใหม่ของเทรนด์ใหม่ มันเป็นจุดเข้าเทรดที่คุ้มต่อความเสี่ยงมาก หากเราคาดการณ์ผิดทางก็ยังเสียหายน้อยแต่ถ้าถูกทาง = รับกำไรหลายเท่า
- ทำกำไรได้เร็ว: ช่วงที่ราคากลับตัวมักมีแรงซื้อ/ขายอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นข่าวที่ทำให้ผันผวนสูงหรืออะไรก็ตาม การเก็บกำไรไม่ต้องรอนาน จังหวะสวนแบบนี้มันวิ่งแรงและเร็ว รู้ผลทันที
ข้อควรระวังและความเสี่ยง
- สวนผิดจังหวะ = พอร์ตแตก: เทรดสวนเทรนด์บางครั้งต้องระวังเพราะตลาดอาจจะไม่เป็นอย่างใจเราคิดเสมอไป ถ้ามันไม่ใช่การกลับตัวแต่เป็นแค่การย่อตัวสั้นๆ เราต้องรีบออกให้ทันก่อนจะโดนลาก
- ต้องการประสบการณ์: อย่างที่บอกไปว่าการเทรดสวนเทรนด์ส่วนใหญ่มักจะเป็นของเทรดเดอร์เลเวลกลาง-สูงแล้ว เพราะมันต้องใช้การวิเคราะห์ที่ลึกมากรวมถึง Money Management ที่เก่ง

ปัจจัยกำไรจากเทรดสวนเทรนด์
เรามาเจาะลึกในส่วนของการจะเทรดสวนเทรนด์เราจำเป็นต้องรู้อะไรบ้าง? ไม่ว่าจะเป็นการอ่าน Price Action, การใช้อินดิเคเตอร์เพื่อหาจุดกลับตัวและการเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังที่ราคากลับตัว
1. Price Action
- จำได้ไหมครับที่บอกว่าการเทรดสวนเทรนด์ เราต้องมองให้เห็นก่อนสเต็ปหนึ่ง ซึ่งก็คือการจับสัญญาณกลับตัวจาก Price Action นั่นเอง เช่น Pin Bar, Engulfing, Morning Star เป็นต้น
- และมันจะยิ่งแม่นยำเพิ่มไปอีกถ้าเกิดขึ้นใกล้แนวรับแนวต้านสำคัญ แนวระดับราคาที่เคยเกิดการกลับตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะช่วยให้เราเข้าเทรดสวนเทรนด์ได้ในราคาที่ถูกต้องและคุ้มค่า

2. Indicators หาจุดกลับตัว
- ถ้าอยากเพิ่มความแม่นยำขึ้นไปอีกการมีเครื่องมือช่วยอย่างพวกอินดิเคเตอร์แนว Oscillator อย่าง RSI, MACD, CCI พวกนี้ช่วยได้เยอะครับ เช่น
- RSI: บอก Overbought/ Oversold และหา Divergence กลับตัว
- MACD: เส้น MACD ตัดเส้น Signal Line ถ้าตัดขึ้น = อาจกลับขึ้น / ตัดลง = อาจกลับลง
- ยิ่งถ้าใช้อินดิเคเตอร์พวกนี้ร่วมกับ Price Action แนวรับ-แนวต้านแล้วมันก็คือการ Confluence ที่สำคัญมากๆ ถ้าใครจะสวนเทรนด์

3. เข้าใจบทบาทของ “รายใหญ่”
- เราต้องรู้เหตุผลเบื้องหลังราคาที่กลับตัวแรงๆ มักเกิดจาก “รายใหญ่” พวกเขาไม่ได้เข้าซื้อขายตามกระแส แต่จะรอจังหวะที่ราคาคุ้มค่าแล้วค่อยสวนเทรนด์จนเกิดการเปลี่ยนแนวโน้มของตลาด
- การสังเกตว่ารายใหญ่เริ่มเข้ามาเช่น มี Volume เยอะผิดปกติหรือมีข่าวแรงๆ ที่ราคากลับตัวทันทีหลังข่าว หรือบางครั้งรายใหญ่ก็ใช้วิธีกระจาย Limit Orders จำนวนน้อยๆ เพื่อปกปิดปริมาณการเทรด (Iceberg Orders)
- ดังนั้นเมื่อเราจับจังหวะได้ว่ารายใหญ่กำลังเข้ามาในตลาดแล้ว ก็เหมือนเราได้เกาะท้ายรถบรรทุกของรายใหญ่ไปตามแรงสวนเทรนด์ได้นั่นเอง

ตัวอย่างการเทรดสวนเทรนด์

- จากรูปภาพเราจะเจอสัญญาณกลับตัวใหญ่ๆ 2 อันคือ
-
- RSI Divergence: โดยกราฟราคาสร้างจุดสูงสุดใหม่แต่ RSI กลับสร้างจุดสูงสุดที่ต่ำลงหรือทำจุดสูงสุดใหม่ไม่ได้ นี่คือสัญญาณ Bearish Divergence ที่บ่งบอกว่าโมเมนตัมขาขึ้นกำลังอ่อนแรงแล้ว!
- แท่งเทียนใหญ่ดิ่งลง: หลังจากเกิด Divergence จะเห็นแท่งเทียนสีแดงขนาดใหญ่ที่แสดงถึงแรงขายที่เข้ามาอย่างรุนแรงมีส่วนเป็น Bearish Engulfing
- การเข้าเทรดควรทำยังไง?
-
- ตรวจสอบเทรนด์หลักก่อนว่าคือขาขึ้น เราจะสวนเทรนด์โดยเข้า Sell พร้อมกับมองหาสัญญาณทั้ง Divergence และ Price Action ซึ่งตอนนี้มีครบทั้ง 2 แล้ว
- หาจังหวะเข้า Sell เมื่อราคาเด้งกลับขึ้นหลังจากแท่งเทียนใหญ่หรือจะดั้ง Sell Stop ไว้บริเวณล่างของแท่งเทียนใหญ่ก็ได้ เพื่อยืนยันการกลับตัวของเทรนด์
- ตั้ง Stop Loss เหนือจุดสูงสุดล่าสุดที่ราคาสร้างไว้เล็กน้อย (เหนือจุดสูงสุดของแท่งเทียนที่เกิด Divergence) ส่วน TP ตั้งไว้ตามระดับแนวรับถัดไปหรือใช้ Risk/Reward 1:2 ก็ได้ครับ
วิดีโอเกี่ยวกับเทรดสวนเทรนด์
ในบทความเรายกตัวอย่างการเทรดสวนเทรนด์แบบหาจุดกลับตัวที่เปลี่ยนเทรนด์เดิม แต่วิดีโอที่ผมจะแชร์นี้เป็น เทคนิคเทรดสวนสั้นๆ โดยใช้ Multiple Timeframe โดยจะต่างจากในบทความเพราะราคาจะเป็นการพักตัวเพื่อไปต่อมากกว่าเปลี่ยนทั้งเทรนด์
- Focus นาทีที่ 00:44 ภาพรวมของตลาด
- Focus นาทีที่ 02:58 การวิเคราะห์โครงสร้าง
- Focus นาทีที่ 06:41 การเทรดสวนแนวโน้ม
- Focus นาทีที่ 11:10 ตัวอย่างการเทรด
สรุป
พอได้ยินคำว่าสวนเทรนด์หลายคนอาจจะคิดว่ามันเป็นการเทรดที่อันตรายมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันเสี่ยงกว่าเทรดตามเทรนด์เดิมแน่นอน แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรถ้าหากเรา เข้าใจพฤติกรรมราคา มีสกิลการใช้เครื่องมือและการบริหารเงินทุนอย่างเหมาะสมในการเทรด การสวนเทรนด์ก็จะกลายเป็นโอกาสทำกำไรก็ได้
โดยเฉพาะเมื่อราคากำลังเข้าสู่จุดกลับตัวสำคัญใครที่อ่านเกมออกก่อนหรือเข้าเทรดในจังหวะที่พอเหมาะพอดีก่อน คนนั้นก็จะกลายเป็นหัวแถว แล้วคุณล่ะ…อยากเป็นหัวแถวหรือเปล่า?
ทีมงาน: thaiforexbroker.com

