การใช้ Multi-Timeframe Analysis ในการเทรด เพื่อหาจุดเข้า-ออกที่แม่นยำ

Highlight บทคัดย่อ

  • Timeframe: คือ “กรอบเวลาการเคลื่อนไหวของราคาใน 1 แท่งเทียน” เริ่มต้นตั้งแต่หลักวินาทีจนถึงหลัก 1 เดือน ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อสไตล์การเทรดและการวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นอย่างมาก
  • Multi-Timeframe Analysis: เป็นรูปแบบการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ใช้ 2 Timeframe ในการวิเคราะห์ โดยใช้วิเคราะห์แนวโน้ม 1 Time Frame และหาจุดเข้าเทรด 1 Timeframe
  • ข้อดีของ Multi-Timeframe Analysis: คือ ช่วยทำให้เห็นภาพรวมของตลาดได้ชัดเจน, เพิ่มความแม่นยำในการเข้าเทรด รวมไปถึงเพิ่ม Risk Reward Ratio ให้กับกลยุทธ์การเทรดได้
  • ข้อควรระวัง: ในการใช้ Multi-Timeframe Analysis คือควรเลือกคู่ Time Frame ให้เหมาะสมไม่ห่างกันเกินไปและไม่ใกล้กันจนเกินไป


Timeframe 

ความหมายของ Timeframe ในการเทรด
ภาพสรุปเกี่ยวกับ Timeframe โดยย่อ

Timeframe คือกรอบเวลาที่แสดงการเคลื่อนไหวของราคาใน1 แท่งเทียน โดยเริ่มต้นตั้งแต่หลักวินาทีจนถึงหลักเดือน เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการวิเคราะห์ทางเทคนิค และเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างระบบเทรด

หลักการอ่าน Timeframe

  • m หมายถึง กรอบเวลาหลักนาที เช่น 1m (1 นาที), 5m (5นาที) และ 30m (30 นาที) เป็นต้น
  • H หมายถึง กรอบเวลาหลักชั่วโมง เช่น 1H (1 ชั่วโมง), 2H (2 ชั่วโมง) และ 4H (4 ชั่วโมง) เป็นต้น
  • D หมายถึง กรอบเวลาหลักวัน เช่น 1D (1 วัน) เป็นต้น
  • W หมายถึง กรอบเวลาหลักสัปดาห์ เช่น 1W (1 สัปดาห์) เป็นต้น
  • M หมายถึง กรอบเวลาหลักเดือน เช่น 1M (1 เดือน) และ 3M (3 เดือน) เป็นต้น

ความสำคัญของ Time Frame

ความสำคัญของ Time Frame ในการเทรด
ภาพสรุปเกี่ยวกับความสำคัญของการดู Timeframe ในการเทรด
  • Time Frame ช่วยให้เห็นรายละเอียดการเคลื่อนไหวของราคา: ใน TF เล็กเป็นเหมือนกับการ ซูมอิน เราจะเห็นรายละเอียดของราคามากขึ้นรวมทั้งความผันผวน แต่ใน TF ใหญ่เป็นเหมือนซูมเอาท์ ทำให้รายละเอียดลดลงแต่จะเห็นภาพรวมของตลาดมากขึ้น
  • ช่วยในการวางแผนการเทรด: Timeframe เป็นหนึ่งกุญแจสำคัญของการเทรดโดยเฉพาะแผนการ เทรดที่ใช้การเข้าเทรดหลังปิดแท่งเทียนเช่น การเทรดด้วย Price Action, Break Out หรือ Fake Out การเลือก Timeframe ที่ถูกต้องทำให้ชุดการยืนยันการเทรดของกลยุทธ์เหล่านี้แม่นยำขึ้น
  • เป็นส่วนประกอบหลักของการเลือกสไตล์การเทรดแต่ละรูปแบบ: การเลือก Timeframe ในการ เทรดเป็นตัวบ่งบอกว่าเราเป็นนักเทรดสไตล์ไหน เทรดสั้นหรือเทรดยาว

สไตล์การเทรดกับ Time Frame ที่เหมาะสม

  • 1m-5m เหมาะกับการเทรดสั้น Scalping
  • 15m-1H เหมาะกับการเทรดระยะสั้นจบในวัน Daytrading
  • 1H-4H เหมาะกับการเทรดระยะกลางแบบ Swing Trading
  • 1D-M เหมาะกับการเทรดระยะยาวแบบ Position Trading

Multi-Timeframe Analysis

วิธีการวิเคราะห์แบบ Multi-Timeframe
ภาพอธิบายเกี่ยวกับ Multi-Timeframe Analysis และแนวทางในการเลือกกรอบเวลาในการวิเคราะห์

Multi-Timeframe Analysis (MTF) เป็นรูปแบบการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ใช้ Timeframe อย่างน้อย 2 Timeframe มาวิเคราะห์แนวโน้มและหาจุดเข้าเทรด เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่นักเทรดมืออาชีพส่วนใหญ่นิยมใช้งานกันครับ


กฎเหล็กสำคัญของการวิเคราะห์แบบ MTF

  1. ต้องวิเคราะห์จาก Time Frame ใหญ่ ลงมาหา Time Frame เล็กเสมอ
  2. Time Frame ใหญ่ใช้เพื่อยืนยันแนวโน้มของตลาด
  3. Time Frame เล็กใช้ในการหาจุดเข้าเทรด
  4. เข้าเทรดก็ต่อเมื่อ Time Frame ใหญ่ และ Time Frame เล็ก มีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน 
  5. การเลือก Time Frame ให้เลือกที่มีขนาดแตกต่างกัน 4-6 เท่า (Factor of 4-6)

ตัวอย่างการเลือก Time Frame ในการวิเคราะห์

  • ต้องการเทรดสั้น Time Frame 5 นาที ดังนั้น Time Frame ใหญ่ที่ใช้ในการยืนยันแนวโน้มของตลาดต้องเป็น Time Frame 30 นาที เพราะ 5×6 = 30 (Factor of 4-6)
  • ต้องการเทรดระยะกลางTime Frame 1 ชั่วโมง ดังนั้น Time Frame ใหญ่ที่ใช้ในการยืนยันแนวโน้มของตลาดต้องเป็น Time Frame  4 ชั่วโมง เพราะ 1×4 = 4
  • ต้องการเทรดระยะยาวTime Frame 4 ชั่วโมง ดังนั้น Time Frame ใหญ่ที่ใช้ในการยืนยันแนวโน้มของตลาดต้องเป็น Time Frame  1D เพราะ 4×6 = 24 (1วัน)

ประโยชน์ของการวิเคราะห์แบบ MTF

ข้อดีของการวิเคราะห์แบบ Multi-Timeframe
ภาพสรุปข้อดีของการใช้ Multi-Timeframe Analysis ในการเทรด
  • เห็นแนวโน้มได้ชัดเจนกว่าการวิเคราะห์ด้วย Time Frame เดียว: การดู Timeframe เดียวอาจจะชัดเจนในช่วงที่ตลาดเป็นเทรนด์ที่แข็งแรงแต่ในช่วงตลาดพักตัวการวิเคราะห์แบบ MTF จะเข้ามาช่วยได้ดี
  • ลดการโดนหลอกจากการเทรดในเทรนด์ระยะสั้น: การวิเคราะห์แบบ MTF ลดการเทรดสวนเทรนด์ได้ดี
  • ได้จุดเข้าเทรดที่ดีสามารถทำ Risk Reward ได้สูง: การวิเคราะห์แบบ MTF ช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มได้ไวกว่าการวิเคราะห์ Timeframe เดียวทำให้เราสามารถเพิ่ม RR จากการเข้าเทรดในจุดที่ได้เปรียบได้

ใช้ Multi-Timeframe Analysis หาจุดเข้า-ออก

หาจุดเข้าออกด้วยแนวรับแนวต้าน (Side Way)

ตัวอย่างการเทรด Buy ด้วยแนวรับแนวต้านแบบ MTF
ภาพตัวอย่างการวิเคราะห์กราฟด้วย MTF และเทรด Buy ด้วยแนวรับแนวต้าน

วิธีการเทรด Buy

  1. เปิดกราฟ Time Frame ใหญ่ตีแนวรับแนวต้านสำคัญ (TF 1H)
  2. ย่อไปดู  Time Frame เล็กเพื่อหาจุดกลับตัวขึ้น เพื่อเข้าเทรดบริเวณแนวรับ (TF 15m)
  3. เมื่อกราฟตัดกับเส้น EMA 20 เป็นสัญญาณการเข้าเทรด Buy
  4. ตั้ง stop loss ใต้กรอบแนวรับ
  5. ตั้ง Take profit ที่แนวต้านของ TF 1H
ตัวอย่างการเทรด Sell ด้วยแนวรับแนวต้านแบบ MTF
ภาพตัวอย่างการวิเคราะห์กราฟด้วย MTF และเทรด Sell ด้วยแนวรับแนวต้าน

วิธีการเทรด Sell

  1. เปิดกราฟ Time Frame ใหญ่ตีแนวรับแนวต้านสำคัญ (TF 1H)
  2. ย่อไปดู  Time Frame เล็กเพื่อจุดกลับตัวลงเพื่อเข้าเทรดบริเวณแนวต้าน(TF 15m)
  3. เมื่อกราฟตัดกับเส้น EMA 20 เป็นสัญญาณการเข้าเทรด Sell
  4. ตั้ง stop loss ใต้กรอบแนวต้าน
  5. ตั้ง Take profit ที่แนวรับของ TF 1H

หาจุดเข้าออกด้วยแนวรับแนวต้าน (ฺBreak & Retest)

ตัวอย่างการเทรด Buy ด้วย Break & Retest แบบ MTF
ภาพตัวอย่างการวิเคราะห์กราฟด้วย MTF และเทรด Buy ด้วยกลยุทธ์ Break Out และ Restest

วิธีการเทรด Buy

  1. รอให้ตลาดเป็นเทรนด์ขาขึ้นและตีกรอบแนวต้านTime Frame ใหญ่ (TF 4H)
  2. รอให้ราคาเกิดการ Break Out กรอบแนวต้านขึ้นไปและกลับลงมาทดสอบที่แนวต้านที่เปลี่ยนเป็นแนวรับ
  3. รอราคาเกิดการกลับตัวใน Time Frame เล็กและเกิดการตัดขึ้นเหนือ EMA 20 (TF 1H)
  4. เปิด Buy
  5. ตั้ง Stop loss ใต้แนวรับ
  6. Take Profit โดยใช้ RR 1:2
ตัวอย่างการเทรด Sell ด้วย Break & Retest แบบ MTF
ภาพตัวอย่างการวิเคราะห์กราฟด้วย MTF และเทรด Sell ด้วยกลยุทธ์ Break Out และ Restest

วิธีการเทรด Sell

  1. รอให้ตลาดเป็นเทรนด์ขาลงและตีกรอบแนวรับTime Frame ใหญ่ (TF 4H)
  2. รอให้ราคาเกิดการ Break Out กรอบแนวรับลงไปและกลับขึ้นมาทดสอบที่แนวรับที่เปลี่ยนเป็นแนวต้าน
  3. รอราคาเกิดการกลับตัวใน Time Frame เล็กและเกิดการตัดลง EMA 20  (TF 1H)
  4. เปิด Sell
  5. ตั้ง Stop loss เหนือแนวต้าน
  6. Take Profit โดยใช้ RR 1:2

หาจุดเข้าออกด้วยเส้น EMA

ตัวอย่างการเทรด Buy ด้วย EMA แบบ MTF
ภาพตัวอย่างการวิเคราะห์กราฟด้วย MTF และเทรด Buy ด้วยกลยุทธ์ EMA

วิธีการเทรด Buy

  1. เส้น EMA ตัดขึ้น ใน Time Frame ใหญ่ (TF 4H)
  2. เส้น EMA ตัดขึ้น ใน Time Frame เล็ก (TF 1H)
  3. ราคาลงมาทดสอบที่เส้น EMA 50  และเกิดการกลับตัว
  4. เปิด Buy
  5. ตั้ง stop loss ที่ EMA 100
  6. Take profit เมื่อราคา ปิดต่ำกว่า EMA 100
ตัวอย่างการเทรด Sell ด้วย EMA แบบ MTF
ภาพตัวอย่างการวิเคราะห์กราฟด้วย MTF และเทรด Sell ด้วยกลยุทธ์ EMA

วิธีการเทรด Sell

  1. เส้น EMA ตัดลง ใน Time Frame ใหญ่ (TF 4H)
  2. เส้น EMA ตัดลง ใน Time Frame เล็ก (TF 1H)
  3. ราคาขึ้นมาทดสอบที่เส้น EMA 50  และเกิดการกลับตัว
  4. เปิด Sell
  5. ตั้ง stop loss ที่ EMA 100
  6. Take profit เมื่อราคา ปิดเหนือกว่า EMA 100

คลิปวีดิโอเกี่ยวกับวิธีการเทรดโดยใช้ Multi-Timeframe Analysis

 

ผมได้นำคลิปวีดีโอเกี่ยวกับการใช้เทคนิคการวิเคราะห์หลาย Time Frame (Multi-Timeframe Analysis) มาสรุปให้เพื่อนๆดูกันอีกครั้งครับเพื่อเพิ่มความเข้าใจให้มากขึ้น

  • Focus นาทีที่ 0.50 ข้อผิดพลาดของการใช้ Multi-Timeframe Analysis
  • Focus นาทีที่ 2.50 การเลือก Time Frame ในการวิเคราะห์
  • Focus นาทีที่ 4.20 ความสำคัญของการใช้ Multi-Timeframe Analysis ในการใช้งานร่วมกับแนวรับแนวต้าน
  • Focus นาทีที่ 14.50 การใช้ Multi-Timeframe Analysis ในการเพิ่มอัตราชนะ

สรุป

Timeframe คือกรอบการเคลื่อนไหวของราคาในช่วง 1 แท่งเทียนโดยมีตั้งแต่หลักวินาทีจนถึงหลักเดือน ซึ่ง Timeframe มีส่วนสำคัญในการวิเคราะห์ทางเทคนิคและสร้างกลยุทธ์ให้เหมาะกับสไตล์การเทรด นอกจากนี้นักเทรดส่วนใหญ่จะใช้อย่างน้อย 2 Timeframe มาใช้ในการวิเคราะห์ตลาด

Multi-Timeframe Analysis เป็นการวิเคราะห์หาแนวโน้มของราคาไปพร้อม ๆ กับหาจุดเข้าเทรดให้ได้เปรียบตลาด มักใช้ร่วมกับแนวรับแนวต้าน หรือกลยุทธ์การเทรดเช่น EMA, ICT, SMC หรือ Elliot Wave เป็นต้น

ทีมงาน : thaiforexbroker.com

สารบัญ