เคยไหมครับ?…เปิดออเดอร์ไว้ตอนค่ำๆ กะว่าพรุ่งนี้กราฟจะวิ่งไปตามแผน เก็บกำไรกินชิลๆ แต่ที่ไหนได้มันกลับวิ่งสวนทางแถมวิ่งแรงมากโดนลากพอร์ตติดลบหนัก สาเหตุส่วนใหญ่ก็คงมาจากเราดันไปเปิดออเดอร์ในช่วงที่ข่าว Forex สำคัญกำลังจะออกไงล่ะครับ บทความนี้จะพาไปรู้จัก 5 ข่าวเศรษฐกิจที่เป็นปัจจัยขับเคลื่อนตลาดที่ทรงพลังที่สุด เพื่อให้คุณอยู่ถูกที่ถูกทางก่อนกราฟจะวิ่งโดยเฉพาะคนที่เทรดคู่เงินหลักและทองคำ
Highlight บทคัดย่อ
- 5 ข่าว Forex ที่ทำให้กราฟคู่เงินหลัก (คู่เงินที่มี USD จับคู่กับประเทศเศรษฐกิจใหญ่) และทองคำวิ่งแรงมาก
- ข่าวแรกคือนโยบายดอกเบี้ยธนาคารกลางของแต่ละสกุลเงิน ตัดสินเลยว่าคนจะเทหรือถือ
- ข่าวที่ 2 คือ Non-Farm Payroll แม้จะเป็นข่าวของ USD แต่ทำกราฟวิ่งเป็นม้าเลย!
- ข่าวที่ 3 คือ อัตราเงินเฟ้อ เพราะจะส่งผลต่อการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยของธนาคารกลาง
- ข่าวที่ 4 คือข่าวสงครามและความขัดแย้ง มักจะเป็น Black Swan มาแบบไม่ตั้งตัว ทำกราฟผันผวนหนัก
- ข่าวที่ 5 คือตัวเลข GDP ที่เป็นเหมือนการตัดเกรดเศรษฐกิจของประเทศนั้นซึ่งจะทำให้ราคาค่าเงินอ่อนหรือแข็ง
คู่เงินหลักคือ?
- คู่เงินหลัก (Major Currency Pairs) ในตลาด Forex คือ คู่สกุลเงินที่มีการซื้อขายมากที่สุดในโลกและมีสภาพคล่อง (Liquidity) สูงที่สุด
- ลักษณะสำคัญของมันคือ ต้องประกอบด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ฝั่งใดฝั่งหนึ่งเสมอ (ไม่ว่าจะเป็นตัวหน้าหรือตัวหลัง) จับคู่กับสกุลเงินของประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่

5 ข่าว Forex ที่ต้องจับตามอง ก่อนจะเทรดคู่เงินหลัก/ทองคำ
5 ข่าวต่อไปนี้ส่งผลต่อราคา Forex คู่เงินหลักแบบวินาทีต่อวินาที ในที่นี้จะขอรวมทองคำ (XAUUSD) ไปด้วยเพราะมี USD จับคู่อยู่ แถมปริมาณการเทรดก็เยอะ รวมถึงกราฟวิ่งแรงตอนข่าวออกเหมือนกัน
ข่าวที่ 1: นโยบายดอกเบี้ยธนาคารกลาง (Central Bank Rate Decisions)
- ความสัมพันธ์ของดอกเบี้ยและค่าเงินจะเป็นแบบแปรผันตรงกัน
- ดอกเบี้ยขึ้น ➔ ค่าเงินแข็ง/ทองร่วง: เพราะนักลงทุนทั่วโลกจะย้ายเงินเข้ามาฝากหรือซื้อพันธบัตร ความต้องการถือสกุลเงินมากขึ้น
- ดอกเบี้ยลง ➔ ค่าเงินอ่อน/ทองขึ้น: ผลตอบแทนต่ำลง เงินทุนจะไหลออกไปยังที่ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า
- สาเหตุที่กราฟวิ่งแรงก็เพราะกองทุนระดับโลก (Hedge Funds) และธนาคารพาณิชย์จะปรับพอร์ตการลงทุนทันทีที่มีการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ย
- โดยก่อนหน้านี้พวกเขาได้เก็งกำไรล่วงหน้า (Price-in) ไปแล้ว(ตัวเลขคาดการณ์นั่นเอง) ถ้าตัวเลขออกมา “ผิดจากที่คาด” หรือประธานธนาคารกลางพูดอะไรที่เซอร์ไพรส์ กราฟจะวิ่งแรงมากเพื่อปรับราคาให้ตรงกับความจริงใหม่

ข่าวที่ 2: ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payrolls – NFP)
- ตัวเลขนี้สะท้อนสุขภาพเศรษฐกิจของอเมริกาโดยตรง ผ่านยอดการจ้างงาน (คนมีงานทำ = มีเงินใช้จ่าย = เศรษฐกิจดี)
- ตัวเลขออกมาสูง = คนมีงานทำเยอะ = เศรษฐกิจแข็งแกร่ง ➔ มีแนวโน้มเงินเฟ้อ ➔ Fed อาจ “คงหรือขึ้น” ดอกเบี้ย ➔ ค่าเงินแข็ง/ทองร่วง (ความสัมพันธ์จากข้อ 1)
- ตัวเลขออกมาต่ำ = คนไม่ค่อยมีงานทำ = เศรษฐกิจชะลอตัว ➔ Fed อาจต้อง “ลด” ดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้น ➔ ค่าเงินอ่อน/ทองขึ้น
- ที่กราฟวิ่งแรงเพราะธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ใช้ตัวเลขนี้เป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ย เทรดเดอร์จึงเดิมพันกับข่าวนี้เพื่อดักทางนโยบาย Fed
- รวมถึงก่อนข่าวออก 15-30 นาที รายใหญ่จะถอน Order ออกจากตลาด ทำให้สภาพคล่องหายไป พอข่าวออกแล้วมีคำสั่งซื้อขายถาโถมเข้ามา กราฟจึงกระชากแรงกว่าปกติ (Slippage สูง)

ข่าวที่ 3: อัตราเงินเฟ้อ (CPI & PPI Data)
- ความสัมพันธ์ของอัตราเงินเฟ้อกับค่าเงิน/ทอง จะอิงกับการคาดการณ์ดอกเบี้ยเป็นหลัก
-
- เงินเฟ้อสูง ➔ ข้าวของแพงขึ้น ➔ Fed ต้องรีบเบรกด้วยการขึ้นดอกเบี้ยหรือคงดอกเบี้ยสูง ➔ USD แข็งค่า/ทองคำร่วง
- เงินเฟ้อต่ำ ➔ ราคาสินค้าเริ่มนิ่ง ➔ Fed เบาใจ เริ่มส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย ➔ USD อ่อนค่า / ทองคำพุ่ง
- ถ้า NFP คือสุขภาพเศรษฐกิจ, CPI ก็คืออุณหภูมิร่างกาย ถ้าตัวร้อนจัด (เงินเฟ้อสูง) หมอ (Fed) ต้องฉีดยาแรง (ดอกเบี้ย) ทันที ตลาดจึงกลัวข่าวนี้มากที่สุดในช่วงวิกฤตเงินเฟ้อ
- อีกอย่างคือข่าวนี้เปลี่ยน อารมณ์ของตลาด ได้ทันที จากที่เคยมองโลกในแง่ดี (Risk-on) อาจเปลี่ยนเป็นกลัว (Risk-off) ได้ในแท่งเทียนเดียว จึงทำให้กราฟวิ่งแรงมากกับข่าวนี้

ข่าวที่ 4: สงครามและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Tensions)
- พวกข่าวสงคราม มันจัดเป็นปัจจัยประเภท “Black Swan” (เหตุการณ์ไม่คาดฝัน) ที่ส่งผลรุนแรงและรวดเร็วที่สุดต่อตลาดสินทรัพย์ทุกอย่างในโลกนี้
- แน่นอนว่าเมื่อเกิดสงครามหรือความขัดแย้ง ย่อมส่งผลต่ออารมณ์ของนักลงทุนทั่วโลก จึงเทขายสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงหรือไม่มั่นคง เช่น พวกเงิน Fiat และหันไปถือสินทรัพย์ที่ปลอดภัยมั่นคงกว่าเช่น ทองคำ
-
- สงครามเกิด ➔ เศรษฐกิจแย่ ➔ เงินอ่อนค่า(ส่วนมาก)/ทองคำพุ่ง
- สงครามคลี่คลาย ➔ เศรษฐกิจดี ➔ ค่าเงินแข็ง/ทองคำลด

ข่าวที่ 5: ตัวเลข GDP และความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอย (Recession Fears)
- ตัวเลข GDP คือ ผลเกรดรายไตรมาสของประเทศนั้นๆ ว่าเศรษฐกิจโตหรือแย่ลง
-
- GDP เป็นบวก = เศรษฐกิจขยายตัว คนจับจ่าย ➔ ธนาคารกลาง “ขึ้นดอกเบี้ย” เพื่อคุมเงินเฟ้อ ➔ ค่าเงินแข็งค่า(USD พุ่ง) / ทองคำมักจะย่อตัวลง
- GDP เป็นลบ หรือ ต่ำกว่าคาด = เศรษฐกิจชะลอตัว ➔ ธนาคารกลาง “ลดดอกเบี้ย” กระตุ้นเศรษฐกิจ ➔ ค่าเงินอ่อนค่า(USD ร่วง) / ทองคำพุ่ง (ในฐานะ Safe Haven)
- ข่าวนี้ทำกราฟวิ่งแรงก็เพราะGDP เป็นตัวเลขที่สรุปจบทุกอย่าง (รวมทั้งการจ้างงาน การจับจ่าย การส่งออก) ถ้า GDP ออกมาแย่ มันคือหลักฐานมัดตัวว่า “เศรษฐกิจพังจริง” ไม่ใช่แค่ข่าวลือ
- ยิ่งถ้า GDP ติดลบ 2 ไตรมาสติดกัน (ภาวะ Recession) มีผลทางจิตวิทยาสูงมาก ทองคำจะพุ่งแรงมาก เพราะคนกลัววิกฤต ส่วนตลาดหุ้นจะเทขายหนัก ค่าเงินก็ร่วงระนาว

วิดีโอ 5 ข่าวสำคัญก่อนคิดจะเทรด
วิดีโอนี้อธิบายถึง 5 ข่าวเศรษฐกิจสำคัญ ที่มีผลกระทบต่อตลาด Forex มากที่สุด โดยเน้นอธิบายกลไกที่ข่าวเหล่านี้ส่งผลต่อค่าเงินและเศรษฐกิจ เพื่อให้เทรดเดอร์เข้าใจที่มาที่ไปและนำไปปรับใช้ในการเทรดได้ครับ ลองดูว่าจะมีข่าวเหมือนกับที่บทความของเรานำเสนอหรือไม่
- Focus นาทีที่ 00:14 อัตราการว่างงาน (Unemployment Rate)
- Focus นาทีที่ 01:26 ข่าวผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)
- Focus นาทีที่ 02:58 ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI – Consumer Price Index)
- Focus นาทีที่ 04:14 อัตราดอกเบี้ย (Interest Rates)
- Focus นาทีที่ 05:29 การจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payrolls – NFP)
สรุป
ข่าวทั้ง 5 นี้มักจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ใครหลายคนขาดทุนหนักจนบางครั้งก็ถึงขั้นพอร์ตแตกเลยทีเดียว การตระหนักถึงความสำคัญของข่าวพวกนี้จะทำให้เราระมัดระวังในการเทรดช่วงที่มีข่าวประกาศได้ ซึ่งข้อมูลข่าวพวกนี้เราสามารถติดตามจากปฏิทินเศรษฐกิจในหลายๆ เว็บไซต์ได้เลย
แต่ในบางครั้งเทรดเดอร์ก็มีความต้องการจะเทรดช่วงข่าวออกก็ไม่ว่ากัน จึงต้องระวังเรื่อง Spread ถ่าง เพราะหลายโบรกเกอร์มักขยายค่าสเปรด ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและอาจโดน SL ได้ง่าย หรือลองหา โบรกเกอร์สำหรับเทรดข่าว ที่สเปรดไม่ถ่างเกินไปมาใช้ดูครับ
อ้างอิง
- Most Active Instruments: www.investing.com/markets/active-instruments
- โบรกเกอร์ Forex เทรดข่าวดีสุด: thaibrokerforex.com/best-forex-broker-for-news-trading/
- Recession: www.investopedia.com/terms/r/recession.asp
- กองทุนบริหารความเสี่ยง (Hedge Fund) คืออะไร: thaibrokerforex.com/hedge-fund-info/
- ราคาทองปรับขึ้น ท่ามกลางการขึ้นภาษีศุลกากรเม็กซิโก, สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ: th.investing.com/news/commodities-news/article-2053
ทีมงาน : thaiforexbroker.com

