Highlight บทคัดย่อ
- การเทรดสั้นคือการเทรดที่ทำกำไรจากการถือออร์เดอร์ในระยะเวลาไม่นาน อาจใช้เวลาในการเทรดเพียงหลักนาทีจนถึงหลักวันเท่านั้น
- สไตล์การเทรดระยะสั้นมีอยู่ 2 รูปแบบได้แก่ Scalping และ Day Trading
- เราสามารถสร้างกลยุทธ์การเทรดสั้นได้จากการใช้งานอินดิเคเตอร์ และ Price Action ขึ้นอยู่กับความถนัดของผู้ใช้
การเทรดสั้น

การเทรดสั้น (Short-Term Trading) คือการทำกำไรจากตลาดโดยถือออร์เดอร์ในระยะเวลาไม่นานอาจจะใช้เวลาเพียงแค่หลักนาทีจนจบแค่ใน 1 วัน โดยการเทรดสั้นแบ่งเป็น 2 ประเภท
- Scalping
- Day Trading
Scalping

- การเทรดที่มีความเสี่ยงสูงเป็นการช่วงชิงโอกาสการทำกำไรจากความผันผวนของตลาดในระยะสั้น
- ใช้กราฟ Time Frame 1 นาทีถึง 5 นาทีในการเทรด
- เป็นการเทรดที่ถือออเดอร์ไม่นานใช้เวลาการเทรดในหลักนาทีถึงหลักชั่วโมง
ข้อดีของการเทรด Scalping
- มีโอกาสเทรดได้หลายครั้งภายใน 1 วัน
- เป็นสไตล์การเทรดที่สามารถปั้นพอร์ตได้ง่าย
- สามารถเทรดจบภายในวันไม่ต้องกังวลกับการถือออร์เดอร์ข้ามคืน
ข้อเสียของการเทรด Scalping
- ต้องเจอกับความผันผวนของตลาดบ่อยครั้ง
- มีโอกาสเจอช่วงแพ้ติดต่อกันของระบบเทรดได้บ่อยกว่าการเทรดในระยะยาว
- ต้องระวังข่าวสารทางเศรษฐกิจตลอดเวลาเพราะมีผลต่อการเทรด
- มีโอกาสที่จะเสียจิตวิทยาการเทรดได้ง่ายกว่าการเทรดระยะยาว
คำแนะนำในการเทรด Scalping
- ต้องมีเวลาเฝ้าหน้าจอ เนื่องจากเป็นรูปแบบที่เน้นทำกำไรในความผันผวนของตลาด ใช้การเทรดแบบเข้าไวออกไว
- ต้องเทรดในช่วงเวลาที่ตลาดมีปริมาณการซื้อ-ขายสูงเท่านั้น
- เหมาะกับคนรับความเสี่ยงได้สูง
- จำเป็นต้องบริหารความเสี่ยงให้ดี
- ระบบการเทรดต้องมีความชัดเจน ทำให้ตัดสินใจได้ง่าย ไม่ลังเล และควรเป็นระบบเทรดแบบ Market Order
- ระบบเทรดไม่จำเป็นต้องเน้น RR แต่จำเป็นต้องมีอัตราการชนะสูง
- คำนวณค่าสเปรดไปพร้อมความเสี่ยงเสมอ
Day Trading

- การเทรดที่มีความเสี่ยงสูงแต่ไม่สูงเท่า Scalping มีเวลาให้วางแผนและตัดสินใจในการเทรดมากกว่า
- ใช้กราฟ Time Frame 15 นาทีถึง 1 ชั่วโมงในการเทรด
- เป็นการเทรดที่ถือออเดอร์ไม่นานใช้เวลาการเทรดในหลักชั่วโมง (มีโอกาสถือออร์เดอร์ในหลักวันในกรณีที่กราฟไม่วิ่งหรือในกรณีที่เทรดแบบ Trend Following)
ข้อดีของการเทรด Day Trading
- มีเวลาให้วางแผนการเทรด
- ไม่จำเป็นต้องเฝ้าหน้าจอตลอดทั้งวันสามารถวางแผนล่วงหน้าได้
- ไม่มีความเคร่งเครียดเท่ากับการเทรดแบบ Scalping
- บริหารความเสี่ยงได้ง่ายกว่าการเทรดแบบ Scalping
ข้อเสียของการเทรด Day Trading
- บางวันไม่มีโอกาสเทรด
- อาจจะต้องเสียค่า Swap ในบางวัน เพราะต้องถือออร์เดอร์ข้ามคืน
- ต้องระวังความผันผวนของข่าวเช่นเดียวกับ Scalping
คำแนะนำในการเทรด Day Trading
- ใช้ระบบเทรดที่สามารถเน้น RR มากกว่าอัตราการชนะได้
- ระบบเทรดที่ใช้สามารถเทรดได้ทั้งแบบ Limit Order หรือ Market Order ก็ได้
- สามารถวางแผนการเทรดได้หลายคู่เงินหรือหลายสินทรัพย์ได้ เนื่องจากโอกาสการเทรดไม่ได้มีบ่อยเท่า Scalping
- คำนวณค่าสเปรดไปพร้อมความเสี่ยงเสมอ
เทรดด้วยอินดิเคเตอร์หรือ Price Action
สำหรับผมแล้วไม่ว่าจะสไตล์การเทรดไหนก็ขึ้นอยู่กับความถนัดเลยครับ แต่ผมจะมาบอกถึงความแตกต่างระหว่างการใช้อินดิเคเตอร์กับการใช้ Price Action ในการเทรดสั้นให้เห็นกัน
การเทรดสั้นด้วยอินดิเคเตอร์

- การเทรดด้วยอินดิเคเตอร์จัดเป็นการเทรดที่มีรูปแบบการเทรดที่ชัดเจน
- การคำนวณของอินดิเคเตอร์ทำให้ไม่สามารถเข้าเทรดในจุดที่ได้เปรียบได้ทำให้บางครั้งเราพลาดการวิ่งของราคาไป
- จำเป็นที่จะต้องตั้งค่าให้เหมาะสมเพื่อลดสัญญาณหลอก
การเทรดสั้นด้วย Price Action

- เป็นการเทรดที่ต้องมีการวางแผนไว้ล่วงหน้าและการเทรดไม่มีรูปแบบที่ชัดเจนขึ้นอยู่กับลักษณะของแท่งเทียนที่เกิดขึ้น
- สามารถเข้าเทรดในจุดที่ได้เปรียบที่สุดได้จากการใช้ลักษณะของ Multi-Timeframe Analysis เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์
- เป็นเทคนิคการเทรดที่ต้องอาศัยประสบการณ์สูง
เราเหมาะกับการใช้งานเครื่องมืออะไรในการเทรดสั้น

เครื่องมืออินดิเคเตอร์
- คนที่ยังเป็นมือใหม่และยังวิเคราะห์กราฟไม่คล่อง
- คนที่ไม่ชอบความยุ่งยาก และชอบเทรดเป็นระบบ
- คนที่เรียนรู้และปรับค่าอินดิเคเตอร์ได้แม่นยำและลดสัญญาณหลอกได้ดี
Price Action
- คนที่เป็น Day Trading และใช้เวลาวางแผนได้
- คนที่แม่นเรื่องการอ่านลักษณะของแท่งเทียน
- คนที่สามารถอ่าน โครงสร้างราคา และหา Key Level ได้อย่างแม่นยำ
ใช้แบบผสมผสาน
- คนที่มีความรู้ทั้งสองด้านและต้องการการคอนเฟิร์มจากการเทรดจากอินดิเคเตอร์
คลิปวีดีโอเกี่ยวกับการเทรดระยะสั้น
เพื่อเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับ การเปรียบเทียบเทรดระยะสั้นกับการเทรดระยะยาว ผมได้นำคลิปวีดีโอมาฝากเพื่อน ๆ ครับ
- Focus นาทีที่ 0.49 คำนิยามระหว่างการเทรดระยะสั้นและการเทรดระยะยาว
- Focus นาทีที่ 3.27 Time Frame การเทรดสั้น
- Focus นาทีที่ 4.00 ทำไมการเทรดระยะสั้นถึงยาก
- Focus นาทีที่ 7.11 การใช้กราฟ Time Frame ใหญ่ดูเทรนด์เพื่อเทรดใน Time Frame เล็ก
สรุป
การเทรดสั้นคือการทำกำไรระยะสั้นโดยอาศัยความผันผวนของตลาดเป็นการถือออร์เดอร์ในหลักนาทีจนถึงในหลักวันเท่านั้นโดยสไตล์การเทรดสั้นแบ่งเป็น 2 รูปแบบได้แก่ Scalping และ Day Trading
ข้อดีของการเทรดทำกำไรระยะสั้นก็คือ
- สามารถเทรดจบได้ในวันทำให้ไม่ต้องกังวลกับการถือข้ามคืนและไม่ต้องเสียค่า Swap
- เหมาะกับการปั้นพอร์ตมีโอกาสเทรดหลายครั้งต่อวัน สามารถใช้ Price Action หรือ อินดิเคเตอร์ ในการเทรดก็ได้ขึ้นอยู่กับความถนัด
แต่การเทรดสั้นก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคนนะครับเพราะว่าการเทรดสั้นจะต้องยอมรับความเสี่ยงสูง เจอกับความผันผวนของตลาด ต้องฝึกจิตวิทยาการเทรดอย่างสม่ำเสมอ และต้องให้ความสำคัญกับค่าสเปรดควรเลือกโบรกเกอร์ที่ค่าสเปรดต่ำ จากประสบการณ์ของผมเองเป็นสิ่งที่ยากมากกว่าการเทรดระยะยาวด้วยซ้ำครับ
ทีมงาน : thaiforexbroker.com

