Short-Term Trading คืออะไร? กลยุทธ์เทรดระยะสั้นเพื่อทำกำไร

Highlight บทคัดย่อ

  • การเทรดสั้นคือการเทรดที่ทำกำไรจากการถือออร์เดอร์ในระยะเวลาไม่นาน อาจใช้เวลาในการเทรดเพียงหลักนาทีจนถึงหลักวันเท่านั้น
  • สไตล์การเทรดระยะสั้นมีอยู่ 2 รูปแบบได้แก่ Scalping และ Day Trading
  • เราสามารถสร้างกลยุทธ์การเทรดสั้นได้จากการใช้งานอินดิเคเตอร์ และ Price Action ขึ้นอยู่กับความถนัดของผู้ใช้

การเทรดสั้น

รูปแบบการเทรดระยะสั้นแบบ Scalping และ Day Trading
ภาพแสดงประเภทการเทรดระยะสั้น

การเทรดสั้น (Short-Term Trading) คือการทำกำไรจากตลาดโดยถือออร์เดอร์ในระยะเวลาไม่นานอาจจะใช้เวลาเพียงแค่หลักนาทีจนจบแค่ใน 1 วัน โดยการเทรดสั้นแบ่งเป็น 2 ประเภท

  1. Scalping
  2. Day Trading

Scalping

สรุปข้อมูลและคำแนะนำการเทรดสั้นแบบ Scalping
ภาพสรุปเกี่ยวกับการเทรดสั้นสไตล์ Scalping
  • การเทรดที่มีความเสี่ยงสูงเป็นการช่วงชิงโอกาสการทำกำไรจากความผันผวนของตลาดในระยะสั้น
  • ใช้กราฟ Time Frame  1 นาทีถึง 5 นาทีในการเทรด
  • เป็นการเทรดที่ถือออเดอร์ไม่นานใช้เวลาการเทรดในหลักนาทีถึงหลักชั่วโมง 

ข้อดีของการเทรด Scalping

  1. มีโอกาสเทรดได้หลายครั้งภายใน 1 วัน
  2. เป็นสไตล์การเทรดที่สามารถปั้นพอร์ตได้ง่าย
  3. สามารถเทรดจบภายในวันไม่ต้องกังวลกับการถือออร์เดอร์ข้ามคืน

ข้อเสียของการเทรด Scalping

  1. ต้องเจอกับความผันผวนของตลาดบ่อยครั้ง
  2. มีโอกาสเจอช่วงแพ้ติดต่อกันของระบบเทรดได้บ่อยกว่าการเทรดในระยะยาว
  3. ต้องระวังข่าวสารทางเศรษฐกิจตลอดเวลาเพราะมีผลต่อการเทรด
  4. มีโอกาสที่จะเสียจิตวิทยาการเทรดได้ง่ายกว่าการเทรดระยะยาว

คำแนะนำในการเทรด Scalping

  1. ต้องมีเวลาเฝ้าหน้าจอ เนื่องจากเป็นรูปแบบที่เน้นทำกำไรในความผันผวนของตลาด ใช้การเทรดแบบเข้าไวออกไว
  2. ต้องเทรดในช่วงเวลาที่ตลาดมีปริมาณการซื้อ-ขายสูงเท่านั้น
  3. เหมาะกับคนรับความเสี่ยงได้สูง
  4. จำเป็นต้องบริหารความเสี่ยงให้ดี
  5. ระบบการเทรดต้องมีความชัดเจน ทำให้ตัดสินใจได้ง่าย ไม่ลังเล และควรเป็นระบบเทรดแบบ Market Order
  6. ระบบเทรดไม่จำเป็นต้องเน้น RR  แต่จำเป็นต้องมีอัตราการชนะสูง
  7. คำนวณค่าสเปรดไปพร้อมความเสี่ยงเสมอ

Day Trading

สรุปข้อมูลและคำแนะนำการเทรดสั้นแบบ Day Trading
ภาพสรุปเกี่ยวกับการเทรดสั้นสไตล์ Day Trading
  • การเทรดที่มีความเสี่ยงสูงแต่ไม่สูงเท่า Scalping มีเวลาให้วางแผนและตัดสินใจในการเทรดมากกว่า
  • ใช้กราฟ Time Frame 15 นาทีถึง 1 ชั่วโมงในการเทรด
  • เป็นการเทรดที่ถือออเดอร์ไม่นานใช้เวลาการเทรดในหลักชั่วโมง (มีโอกาสถือออร์เดอร์ในหลักวันในกรณีที่กราฟไม่วิ่งหรือในกรณีที่เทรดแบบ Trend Following)

ข้อดีของการเทรด Day Trading

  1. มีเวลาให้วางแผนการเทรด 
  2. ไม่จำเป็นต้องเฝ้าหน้าจอตลอดทั้งวันสามารถวางแผนล่วงหน้าได้
  3. ไม่มีความเคร่งเครียดเท่ากับการเทรดแบบ Scalping
  4. บริหารความเสี่ยงได้ง่ายกว่าการเทรดแบบ Scalping

ข้อเสียของการเทรด Day Trading

  1. บางวันไม่มีโอกาสเทรด
  2. อาจจะต้องเสียค่า Swap ในบางวัน เพราะต้องถือออร์เดอร์ข้ามคืน
  3. ต้องระวังความผันผวนของข่าวเช่นเดียวกับ Scalping

คำแนะนำในการเทรด Day Trading

  1. ใช้ระบบเทรดที่สามารถเน้น RR  มากกว่าอัตราการชนะได้
  2. ระบบเทรดที่ใช้สามารถเทรดได้ทั้งแบบ Limit Order หรือ Market Order ก็ได้
  3. สามารถวางแผนการเทรดได้หลายคู่เงินหรือหลายสินทรัพย์ได้ เนื่องจากโอกาสการเทรดไม่ได้มีบ่อยเท่า Scalping
  4. คำนวณค่าสเปรดไปพร้อมความเสี่ยงเสมอ

เทรดด้วยอินดิเคเตอร์หรือ Price Action

สำหรับผมแล้วไม่ว่าจะสไตล์การเทรดไหนก็ขึ้นอยู่กับความถนัดเลยครับ แต่ผมจะมาบอกถึงความแตกต่างระหว่างการใช้อินดิเคเตอร์กับการใช้ Price Action ในการเทรดสั้นให้เห็นกัน

การเทรดสั้นด้วยอินดิเคเตอร์

เทคนิคการเทรดสั้นด้วยอินดิเคเตอร์ เหมาะกับมือใหม่
ภาพสรุปเกี่ยวกับการใช้อินดิเคเตอร์ในการเทรดสั้น
  • การเทรดด้วยอินดิเคเตอร์จัดเป็นการเทรดที่มีรูปแบบการเทรดที่ชัดเจน
  • การคำนวณของอินดิเคเตอร์ทำให้ไม่สามารถเข้าเทรดในจุดที่ได้เปรียบได้ทำให้บางครั้งเราพลาดการวิ่งของราคาไป
  • จำเป็นที่จะต้องตั้งค่าให้เหมาะสมเพื่อลดสัญญาณหลอก

การเทรดสั้นด้วย Price Action

เทคนิคการเทรดสั้นด้วย Price Action สำหรับผู้มีประสบการณ์
ภาพสรุปเกี่ยวกับการใช้ Price Action ในการเทรดสั้น
  • เป็นการเทรดที่ต้องมีการวางแผนไว้ล่วงหน้าและการเทรดไม่มีรูปแบบที่ชัดเจนขึ้นอยู่กับลักษณะของแท่งเทียนที่เกิดขึ้น
  • สามารถเข้าเทรดในจุดที่ได้เปรียบที่สุดได้จากการใช้ลักษณะของ Multi-Timeframe Analysis เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์
  • เป็นเทคนิคการเทรดที่ต้องอาศัยประสบการณ์สูง

เราเหมาะกับการใช้งานเครื่องมืออะไรในการเทรดสั้น

ตารางเปรียบเทียบเลือกเครื่องมือเทรดให้เหมาะกับสไตล์ตัวเอง
ภาพสรุปเกี่ยวกับการเลือกเครื่องมือเทรดให้เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของตัวเอง

 เครื่องมืออินดิเคเตอร์

  • คนที่ยังเป็นมือใหม่และยังวิเคราะห์กราฟไม่คล่อง
  • คนที่ไม่ชอบความยุ่งยาก และชอบเทรดเป็นระบบ
  • คนที่เรียนรู้และปรับค่าอินดิเคเตอร์ได้แม่นยำและลดสัญญาณหลอกได้ดี

Price Action

  • คนที่เป็น Day Trading และใช้เวลาวางแผนได้
  • คนที่แม่นเรื่องการอ่านลักษณะของแท่งเทียน
  • คนที่สามารถอ่าน โครงสร้างราคา และหา Key Level ได้อย่างแม่นยำ

ใช้แบบผสมผสาน

  • คนที่มีความรู้ทั้งสองด้านและต้องการการคอนเฟิร์มจากการเทรดจากอินดิเคเตอร์

คลิปวีดีโอเกี่ยวกับการเทรดระยะสั้น

 

เพื่อเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับ การเปรียบเทียบเทรดระยะสั้นกับการเทรดระยะยาว ผมได้นำคลิปวีดีโอมาฝากเพื่อน ๆ ครับ

  • Focus นาทีที่ 0.49 คำนิยามระหว่างการเทรดระยะสั้นและการเทรดระยะยาว
  • Focus นาทีที่ 3.27 Time Frame การเทรดสั้น
  • Focus นาทีที่ 4.00 ทำไมการเทรดระยะสั้นถึงยาก
  • Focus นาทีที่ 7.11 การใช้กราฟ Time Frame ใหญ่ดูเทรนด์เพื่อเทรดใน Time Frame เล็ก

สรุป

การเทรดสั้นคือการทำกำไรระยะสั้นโดยอาศัยความผันผวนของตลาดเป็นการถือออร์เดอร์ในหลักนาทีจนถึงในหลักวันเท่านั้นโดยสไตล์การเทรดสั้นแบ่งเป็น 2 รูปแบบได้แก่ Scalping และ Day Trading

ข้อดีของการเทรดทำกำไรระยะสั้นก็คือ

  1. สามารถเทรดจบได้ในวันทำให้ไม่ต้องกังวลกับการถือข้ามคืนและไม่ต้องเสียค่า Swap
  2. เหมาะกับการปั้นพอร์ตมีโอกาสเทรดหลายครั้งต่อวัน สามารถใช้ Price Action หรือ อินดิเคเตอร์ ในการเทรดก็ได้ขึ้นอยู่กับความถนัด

แต่การเทรดสั้นก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคนนะครับเพราะว่าการเทรดสั้นจะต้องยอมรับความเสี่ยงสูง เจอกับความผันผวนของตลาด ต้องฝึกจิตวิทยาการเทรดอย่างสม่ำเสมอ และต้องให้ความสำคัญกับค่าสเปรดควรเลือกโบรกเกอร์ที่ค่าสเปรดต่ำ จากประสบการณ์ของผมเองเป็นสิ่งที่ยากมากกว่าการเทรดระยะยาวด้วยซ้ำครับ

ทีมงาน : thaiforexbroker.com

สารบัญ