ต่อยอดกำไรจาก Forex! ทางเลือกการลงทุนออนไลน์ที่น่าสนใจ

แนวทางการต่อยอดกำไรจาก Forex สู่การลงทุนออนไลน์ประเภทอื่น ๆ

บทความเชิงเทคนิคการเทรดในเว็บ Thai Forex Broker ของเราก็มีเยอะพอสมควรแล้ว ในบทความนี้ผมเลยอยากเล่าอะไรที่แตกต่างออกไปแต่ยังอยู่ในหมวดของการเงิน-การลงทุนอยู่ครับ ที่ผมกำลังจะพูดคือการนำเงินกำไรจากการเทรด Forex ไปต่อยอดยังไงดี? ลองติดตามกันดูครับว่าจะมีการลงทุนออนไลน์แบบไหนที่น่าสนใจบ้าง  


Highlight บทคัดย่อ

  • แนวทางการนำกำไรจากการเทรด Forex ไปต่อยอดในการลงทุนออนไลน์อย่างแรกคือ คริปโตเคอร์เรนซีมีรูปแบบการลงทุนหลักคือ Spot การซื้อ-ขายเหรียญจริงและ Staking การฝากเหรียญเพื่อรับผลตอบแทน
  • อย่างที่ 2 การซื้อทองคำออนไลน์ แบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือซื้อ-ขายออมทองผ่านแอปฯ (เช่น MTS, YLG) และการซื้อกองทุนรวมทองคำ (Gold Funds)
  • อย่างที่ 3 กองทุนรวม (ETFs) มันคือกองทุนในรูปแบบ “หุ้น” ที่รวมสินทรัพย์หลากหลายประเภท เช่น หุ้นรายตัว, ตราสารหนี้, ทองคำ
  • อย่างสุดท้ายคือหุ้นรายตัวการเลือกบริษัทที่จะลงทุนด้วยตนเอง โดยแบ่งเป็นหุ้นเติบโต (เช่น Nvidia, Tesla) และหุ้นปันผล (เช่น Coca-Cola)

1. คริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency)

  • ยุคนี้ทางเลือกที่น่าสนใจก็คงไม่พ้น Cryptocurrency หรือเจ้าเหรียญดิจิตัลครับ มันเป็นตลาดที่ก่อตั้งใหม่สุดถ้าเทียบกับตลาดอื่นๆ แต่ดูแนวโน้มผู้คนจะสนใจกันค่อนข้างเยอะมาก
  • รูปแบบการลงทุนหลักๆ ก็จะมีแบบ
    1. Spot: ซื้อ-ขายเหรียญจริงไปเลย ผ่าน Exchange อย่าง Bitkub, Binance Etc. 
      • หลักการคือซื้อถูกขายแพง ส่วนมากจะเน้นถือยาวรอขายทีเดียวก้อนใหญ่
      • ความเสี่ยงมูลค่าเหรียญลดลงได้ ต้องวิเคราะห์เลือกถือเหรียญให้ดีแต่ไม่ล้างพอร์ต ถ้าไม่ขายเหรียญ

                2. Staking & Yield Farming: มันก็คือการฝากเหรียญไว้ในระบบ (DeFi หรือ Exchange) เพื่อรับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย (APY)

      • หลักการก็คล้ายกับฝากเงินกินดอกเบี้ยในธนาคารเลยครับ
      • ความเสี่ยงที่ต้องรับก็ถือว่าน้อย ยกเว้นความเสี่ยงจากแพลตฟอร์มที่เราฝากไว้จะปิดตัวลง
  • แม้ว่าในปัจจุบันยังเกิดการถกเถียงกันอยู่ว่า Cryptocurrency จะเป็นทางเลือกการลงทุนที่ดีในอนาคตหรือไม่? แต่ส่วนตัวผมมองว่าอนาคตแนวโน้มที่ Crypto จะกลายมาเป็นตลาดกระแสหลักมีสูงมากเพราะ
    • การยอมรับจากสถาบันและกฎระเบียบต่างๆ เริ่มมากขึ้นแล้ว ดูได้จากการมี Bitcoin Spot ETF (Ethereum ด้วย)
    • การเติบโตของ Layer 2 เครือข่ายที่มาช่วยให้ Blockchain ทำงานดีขึ้นอีก
    • เริ่มมีแนวคิดในการนำสินทรัพย์ในโลกแห่งความจริง เช่น อสังหาริมทรัพย์หรือทองคำ มาแปลงให้อยู่ในรูปแบบโทเคนบน Blockchain 
    • DeFi (การเงินแบบกระจายศูนย์) จะเริ่มถูกผนวกรวมเข้ากับระบบการเงินแบบดั้งเดิมมากขึ้น
แนะนำเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีกลุ่มหลักและกลุ่ม Altcoins ที่น่าสนใจ
ตัวอย่างเหรียญคริปโตที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมในการลงทุน อย่างเหรียญยักษ์ใหญ่ของวงการ Bitcoin/Ethereum ที่คนให้ความสำคัญพอๆ กับข่าวเศรษฐกิจมหภาคระดับโลก

2. ซื้อทองคำออนไลน์

  • อีกทางเลือกหนึ่งที่คิดว่าน่าจะถูกใจใครหลายคนคือการลงทุนกับทองคำในรูปแบบออนไลน์ครับ แต่บอกก่อนว่าไม่นับการเทรดทอง (XAUUSD) แบบ CFD และ Future นะครับ เพราะว่ามันคือการเทรดมากกว่าลงทุน
  • รูปแบบการลงทุนในทองคำแบบออนไลน์
    1. ซื้อ-ขาย ออมทองผ่านแอพฯ คือการซื้อ-ขายทองคำผ่านแอปพลิเคชันเช่น MTS, YLG ,เป๋าตัง โดยอิงราคาทองคำในประเทศไทย นั่นเอง
      • จุดเด่นคือซื้อทองในแอพเริ่มต้นด้วยเงินจำนวนน้อยได้ ขายก็ง่ายแลกเป็นเงินได้เลย
      • แต่! ต้องรู้ไว้ว่าเราไม่ได้ถือตรงทองจริงๆ นะ แต่ฝากทองไว้กับระบบของผู้ให้บริการ ซึ่งจะมีเงื่อนไขถอนได้แตกต่างกันไป
    1. กองทุนรวมทองคำ (Gold Funds) อันนี้ก็คล้ายกองทุนรวมคริปโต, ดัชนีเลย มันคือกองทุนที่มีจุดประสงค์ลงทุนในทองคำแท่ง โดยเราซื้อ “หน่วยลงทุน” ของกองทุนอีกทีนึง (ซื้อขายเหมือนหุ้นเลย)
      • จุดเด่นคือมันบริหารรวมกับพอร์ตหุ้นได้เลย เสมือนเป็นหุ้นตัวหนึ่ง ซื้อ-ขายง่ายผ่านแอปฯ เช่น Webull, Dime เป็นต้น
      • แต่! ต้องรู้ไว้นะว่ากองทุนทองคำในไทยส่วนใหญ่จะนำเงินไปลงทุนในกองทุนหลักในต่างประเทศอีกที เช่น กองทุน SPDR Gold Shares (GLD)
วิธีการลงทุนในทองคำผ่านแอปพลิเคชันและกองทุนรวมทองคำ
การซื้อ-ขายทองคำผ่านแอปฯ นั้นหลายคนรู้จักดี แต่ไม่ค่อยมีใครรู้จักการลงทุนกับกองทุนมากนัก ซึ่งเราเปรียบเสมือนรวมเงินไว้กับบริษัทแห่งหนึ่งที่น่าเชื่อถือและผู้บริหารจะเอาเงินก้อนนี้ไปซื้อทองคำมาถือไว้จริงและถ้าทองราคาขึ้น ราคาของหุ้นในกองทุนนี้ก็เพิ่มขึ้นด้วย

3. กองทุนรวม (ETFs – Exchange-Traded Funds)

  • พูดให้เข้าใจง่ายคือ ETF = ตะกร้าที่ใส่หุ้นหรือสินทรัพย์อื่นๆ (เช่น ทองคำ, พันธบัตร) ไว้ข้างใน แล้วนำตะกร้านี้ไปจดทะเบียนในตลาดหุ้น ให้คนสามารถซื้อขาย “ตะกร้า” นี้ได้ทั้งใบ เหมือนกับการซื้อขายหุ้นตัวหนึ่ง
  • ซึ่ง ETF มันก็มีหลายหมวดหมู่สินทรัพย์ให้เราเลือกซื้อ
    • ETF หุ้น เช่น Voo = ETF ที่อ้างอิงดัชนี S&P 500 (รวม 500 บริษัทใหญ่ในสหรัฐฯ)
    • ETF ตราสารหนี้ รวมเอาตราสารหนี้หรือพันธบัตรหลายๆ ตัวไว้ด้วยกัน
    • ETF สินค้าโภคภัณฑ์ เช่น GLD ที่ลงทุนในทองคำ
    • ETF คริปโตเคอร์เรนซี่ เช่น IBIT ลงทุนใน BTC ถือเหรียญจริง อ้างอิงราคาสากล
  • จุดเด่นสำคัญของ ETF คือ
    1. กระจายความเสี่ยงสูงเพราะภายใน ETF 1 ตัว มีสินทรัพย์ที่หลากหลาย ขึ้นกับว่า ETF ตัวนั้นลงทุนในอะไรบ้าง
    2. ซื้อขายง่ายเหมือนหุ้นตัวหนึ่ง แถมอยู่ในตลาดเดียวกัน แพลตฟอร์มเดียวกัน
    3. ค่าธรรมเนียมต่ำและโปร่งใส เพราะก่อนจะเป็น ETF ได้ต้องถูกตรวจสอบทั้งหมด
ช่องทางการลงทุนในกองทุน ETF ทั้งหุ้น ทองคำ คริปโต และตราสารหนี้
ตัวอย่าง ETFs ที่กระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ต่างๆ ตามจุดประสงค์ของตัวกองทุน แต่ก็มีบาง ETFs ที่เรียกว่า Multi-Asset ETFs ที่ลงทุนในสินทรัพย์ผสมมากกว่า 2 ชนิดขึ้นไป เช่น หุ้น + ตราสารหนี้

4. หุ้นรายตัว

  • การลงทุนในหุ้นรายตัว (ไม่นับ หุ้น CFD) ก็คือเราเอาเงินไปซื้อหุ้นของบริษัทใดบริษัทหนึ่งในโลกนี้ ที่เราคาดว่าบริษัทจะเติบโตและทำกำไร ต่างจาก ETF ตรงที่ เราเลือกบริษัทที่จะลงทุนเองได้เลย
  • ตามความเข้าใจง่ายๆ หุ้นมี 2 แบบ หากแบ่งตามกลยุทธ์และพฤติกรรมของตัวหุ้น
    1. หุ้นเติบโต = หุ้นของบริษัทที่กำลังเติบโตสูงมาก กำไรที่ได้จากผลประกอบการจะนำไปลงทุนต่อให้ราคาหุ้นเติบโตขึ้นไป หุ้นแบบนี้จึงไม่ค่อยมีเงินปันผล เช่น Nvidia, Tesla เป็นต้น
    2. หุ้นปันผล = ส่วนใหญ่คือหุ้นของบริษัทที่โตเต็มที่แล้ว มีกระแสเงินสดมั่นคงและจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นในอัตราที่ สม่ำเสมอ เช่น Coca-Cola
  • ถ้าถามว่าอันไหนดีกว่ากัน?…ก็ต้องแล้วแต่ความต้องการของคน แต่ถ้าแนะนำ หากเงินทุนยังไม่เยอะมาก ไม่ถึง 1 ล้าน ควรซื้อหุ้นเติบโตให้เงินมันงอกเงยก่อน แต่ถ้าเงินทุนเยอะแล้ว 5 ล้าน+ ก็ค่อยลงทุนหุ้นปันผลก็ได
การแบ่งประเภทหุ้นตามลักษณะเด่น เช่น หุ้นเติบโต หุ้นปันผล และหุ้นผสม
การเลือกลงทุนในหุ้น นักลงทุนจำเป็นต้องเข้าใจ “ลักษณะ” ของหุ้นแต่ละประเภทก่อน เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุนของตนเอง ซึ่งแบ่งออกใหญ่เป็น 2 ประเภทคือหุ้นเติบโตและหุ้นปันผล แต่บริษัทอาจจะมีลักษณะทั้ง 2 แบบผสมด้วยกัน

วิดีโอเกี่ยวกับการลงทุน

ก่อนจากกันไป ทีมงานเรามี คลิปวิดีโอ ที่อยากจะแนะนำสำหรับใครที่สนใจอยากต่อยอดการลงทุนในรูปแบบต่างๆ วิดีโอนี้จะอธิบายแนวคิดและนิยามของการลงทุนได้อย่างครบถ้วนครับ

  • Focus นาทีที่ 2:14 หุ้นคืออะไร?
  • Focus นาทีที่ 04:08 ความเข้าใจผิดของนักเล่นหุ้น
  • Focus นาทีที่ 05:56 ลงทุนไม่ใช่เล่นหุ้น
  • Focus นาทีที่ 07:52 ทำไมเราถึงต้องลงทุน?
  • Focus นาทีที่ 17:31 ตลาดระยะสั้น vs ตลาดระยะยาว
  • Focus นาทีที่ 21:50 DCA คืออะไร? และควรซื้อหุ้นบ่อยแค่ไหน?
  • Focus นาทีที่ 25:20 มือใหม่จะเริ่มศึกษาจากตรงไหน?


สรุป

ตั้งแต่ผมเข้ามาในโลกของการเงินการลงทุน ก็พบคำตอบว่าโลกนี้มันไม่มีจุดสิ้นสุดเลยครับ หากคุณอยากต่อยอดจากเทรดเดอร์เป็นนักลงทุนเต็มตัว ก็จงรู้ไว้เลยว่าความรู้คือสิ่งที่เราต้องค้นหาและเติมเต็มอยู่เสมอ จนกว่าเราจะจากโลกนี้ไปเลยครับ เพราะหากคุณหยุดเรียนรู้ = การลงทุนของคุณก็เริ่มมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นทันที

หวังว่าเทรดเดอร์ที่ทำกำไรจากการเทรด Forex แล้วจะต่อยอดการลงทุนไปในแนวทางที่ตัวเองเชื่อมั่นนะครับ ฝากไว้กับคำพูดเฮียคณิณ (สงครามส่งด่วน) “เงินมันอยู่ในอากาศ อยู่ที่ว่าคุณจะคว้ามันได้หรือเปล่า


อ้างอิง

  1. Bitcoin Layer 2 คืออะไร? ศักยภาพในการปรับขนาดที่เพิ่มขึ้นบนเครือข่าย Bitcoin: com/th/blog/what-is-bitcoin-layer-2-a-deep-dive-into-layer-2-solution
  2. Binance: binance.com/en
  3. Bitkub: bitkub.com/th
  4. ETFs vs. ทรัมป์ …ใครชนะ? โพสต์เดียวสั่นทั้งโลก: https://thaibrokerforex.com/etfs-vs-trump/
  5. หุ้น CFD (Stocks CFD) คืออะไร อธิบายอย่างละเอียด: https://thaibrokerforex.com/stocks-cfd/

ทีมงาน : thaiforexbroker.com

สารบัญ