Big Trend ด้วย Big EMA: เทคนิคการเทรดตามแนวโน้มใหญ่ด้วย EMA

Highlight บทคัดย่อ

  • เส้น EMA เป็นอินดิเคเตอร์ที่ช่วยแยกแนวโน้มของตลาดและลดเวลาการอ่านโครงสร้างราคา เป็นที่นิยมของมือใหม่และมือเก่า
  • ค่าของเส้น EMA ที่แนะนำคือ EMA 200, EMA250 และ EMA 360 เป็นค่าที่สามารถดูแนวโน้มระยะยาวได้ ตอบสนองต่อราคาไม่เร็วเกินไปและไม่ช้าเกินไป
  • การตั้งค่าเส้น EMA ควรอยู่ในระยะ 100-400 เพื่อไม่ให้เจอสัญญาณหลอก หรือตอบสนองช้าต่อการเปลี่ยนแปลงต่อแนวโน้มของราคา

แนวโน้มกับเส้น EMA

ประโยชน์ของการใช้เส้น EMA ในการดูแนวโน้มตลาด
ภาพสรุปข้อดีของการใช้เส้น EMA ดูแนวโน้ม

เส้น EMA (Exponential Moving Average) เป็นอินดิเคเตอร์ยอดนิยมของมือเก่าและมือใหม่ ที่ใช้ในการวิเคราะห์แนวโน้ม เพราะ EMA มีประโยชน์ดังนี้

ลดเวลาการอ่านโครงสร้างราคา

  • เส้น EMA สามารถใช้แยกแนวโน้มของตลาดได้โดยง่ายเพียงใช้เส้น EMA เป็นตัวแบ่ง ทำให้ประหยัดเวลาในการวิเคราะห์โครงสร้างราคาตลาด
    • แนวโน้มขาขึ้นกราฟจะอยู่เหนือเส้น EMA
    • แนวโน้มขาลงกราฟจะอยู่ใต้เส้น EMA

สามารถใช้เป็นแนวรับแนวต้านแบบ Dynamic

  • เส้น EMA เป็นโซนสำคัญราคาจะเกิดการกลับตัว พักตัว หรือเปลี่ยนแนวโน้ม ทำให้เส้น EMA เป็นเหมือนแนวรับแนวต้านเคลื่อนที่ตามราคา
  • แนวรับ/แนวต้านที่เกิดจาก EMA สามารถใช้เป็นจุดเข้าเทรดและจุดปิดเทรด

ทำให้กลยุทธ์เทรดตามเทรนด์นั้นมีอัตราการชนะเพิ่มขึ้น

  • การเพิ่มเส้น EMA ให้กับกลยุทธ์เทรดตามเทรนด์จะช่วยลดโอกาสการ เทรดสวนเทรนด์ ได้ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยง, เพิ่ม RR และเพิ่มอัตราการชนะให้กลยุทธ์

แนะนำค่า EMA ที่ใช้ติดตามแนวโน้ม

1. EMA 200

ตัวอย่างการใช้เส้น EMA 200 ในการวิเคราะห์แนวโน้ม
ภาพลักษณะของ EMA 200 พฤติกรรมของราคาที่ตอบสนองต่อ EMA 200
  • EMA 200 เป็นค่ามาตรฐานที่นักเทรดส่วนใหญ่นิยมใช้งานในการดูแนวโน้มระยะยาว
  • ประยุกต์ใช้กับทุกระบบเทรด ใช้ได้ทุกไทม์เฟรม 
  • ในช่วงที่ตลาดมีการย่อลึกอาจจะมีสัญญาณหลอกว่าตลาดมีการเปลี่ยนเทรนด์ได้ เนื่องจากมีการตัดกันของเส้น EMA กับกราฟราคา และการใช้เพียงเส้นเดียวอาจจะเกิดความสับสนในช่วงตลาด Side Way

2. EMA 250

การเปรียบเทียบเส้น EMA 250 และ EMA 200
ภาพลักษณะของ EMA 250 และเปรียบเทียบพฤติกรรมราคาที่ตอบสนองระหว่าง EMA 200 และ EMA 250
  • EMA 250 เป็นค่าที่สมูทกว่า EMA 200 ให้ลดสัญญาณหลอกในช่วงที่ตลาดมีการย่อลึกลงได้
  • ไม่ตอบสนองช้าต่อการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มระยะยาวมากเกินไป
  • เหมาะกับการใช้เทรดแบบ Position Trading

3. EMA 360

ตัวอย่างการใช้เส้น EMA 360 ในการกรองตลาด Side Way
ภาพลักษณะของ EMA 360 และเปรียบเทียบพฤติกรรมราคาที่ตอบสนองระหว่าง EMA 200 และ EMA 360
  • EMA 360 เกิดจากการอ้างอิงมาจากระยะเวลาจำนวนวันตลอด 1 ปี
  • เป็นค่า EMA  ที่ช่วยกรองตลาด Side Way ได้ดีโดยเฉพาะกลยุทธ์การเทรดที่เทรดตามเทรนด์
  • การนำไปใช้กับไทม์เฟรมใหญ่ก็ช่วยกรองแนวโน้มได้ดีแต่จะตอบสนองช้าต่อการเปลี่ยนแปลงแนวโน้ม และให้สัญญาณการเทรดน้อย

ข้อควรระวังในการตั้งค่าเส้น EMA

ข้อควรระวังในการตั้งค่า Period ของเส้น EMA
ภาพสรุปข้อควรระวังในการตั้งค่าเส้น EMA ในการดูแนวโน้มใหญ่
  • ควรตั้งค่าให้อยู่ในระยะ 100-400 เพื่อให้เส้น EMA สามารถติดตามแนวโน้มได้จนจบเทรนด์ ลดสัญญาณหลอกได้ และไม่ลดโอกาสในการเทรด
  • ควรปรับเปลี่ยนค่าไปของ คู่เงิน ที่เทรด แต่ละคู่เงินจะมีพฤติกกรรมที่กระทำต่อเส้น EMA แตกต่างกัน
  • ไม่มีค่าที่แม่นยำที่สุด ต้องใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่น ๆ เพื่อสร้างกลยุทธ์การเทรดที่ดี

เทคนิคการเทรดตามแนวโน้มด้วย EMA

EMA 200 + Stochastic RSI

เทคนิคที่เราจะใช้ EMA 200 ในการกรองแนวโน้มระยะยาวและใช้เป็นแนวรับแนวต้าน และใช้ Stochastic RSI ในการเข้าเทรด

วิธีการเทรด Buy

ตัวอย่างกลยุทธ์เทรด Buy ด้วย EMA 200 และ Stochastic RSI
ภาพตัวอย่างการเทรด Buy ด้วย EMA 200 กับ Stochastic RSI
  1. กราฟอยู่เหนือ EMA 200
  2. ราคาเกิดการย่อมาใกล้กับ EMA 200
  3. Stochastic เกิดการตัดขึ้นจาก Oversold
  4. เปิด Buy
  5. ตั้ง Stop Loss ที่ Swing Low
  6. ตั้ง Take Profit โดยใช้ RR 1:2

วิธีการเทรด Sell

ตัวอย่างกลยุทธ์เทรด Sell ด้วย EMA 200 และ Stochastic RSI
ภาพตัวอย่างการเทรด Sell ด้วย EMA 200 กับ Stochastic RSI
  1. กราฟอยู่ใต้ EMA 200
  2. ราคาเกิดการดันขึ้น จนกลับมาใกล้กับ EMA 200
  3. Stochastic เกิดการตัดลงจาก Overbought
  4. เปิด Sell
  5. ตั้ง Stop Loss ที่ Swing High
  6. ตั้ง Take Profit โดยใช้ RR 1:2

EMA 360 + EMA 50

เทคนิคที่เราจะใช้เส้น EMA 360 ในการดูแนวโน้มระยะยาวและการคอนเฟิร์มการเทรด จากแท่งเทียนและ EMA 50

วิธีการเทรด Buy

ตัวอย่างกลยุทธ์เทรด Buy ด้วย EMA 360 และ EMA 50
ภาพตัวอย่างการเทรด Buy ด้วย EMA 360 กับ EMA 50
  1. กราฟอยู่เหนือ EMA 360
  2. กราฟลงมาทดสอบที่ EMA 50 และเกิดการกลับตัว
  3. เปิด Buy
  4. ตั้ง Stop Loss ที่ Swing Low
  5. ตั้ง Take Profit โดยใช้ RR 1:2

วิธีการเทรด Sell

ตัวอย่างกลยุทธ์เทรด Buy ด้วย EMA 360 และ EMA 50
ภาพตัวอย่างการเทรด Sell ด้วย EMA 360 กับ EMA 50
  1. กราฟอยู่ใต้ EMA 360
  2. กราฟลงมาทดสอบที่ EMA 50 และเกิดการกลับตัว
  3. เปิด Sell
  4. ตั้ง Stop Loss ที่ Swing High
  5. ตั้ง Take Profit โดยใช้ RR 1:2

EMA 350 + 3 Supertrend

เทคนิคที่เราจะใช้ EMA 350 ในการดูแนวโน้มระยะยาวและใช้ Supertrend 3 เส้น ในการคอนเฟิร์มการเทรด

การตั้งค่า

  1. Supertrend เส้นที่1: 10
  2. Supertrend เส้นที่2: 11
  3. Supertrend เส้นที่2: 12

วิธีการเทรด Buy

ตัวอย่างกลยุทธ์เทรด Buy ด้วย EMA 350 และ Supertrend
ภาพตัวอย่างการเทรด Buy ด้วย EMA 350 กับ 3 Supertrend
  1. กราฟอยู่เหนือ EMA 350
  2. Supertrend ทั้ง 3 เส้น เป็นสีเขียว
  3. เปิด Buy
  4. ตั้ง Stop loss ไว้ที่ Supertrend เส้นที่ 2
  5. ตั้ง Take Profit โดยใช้ RR 1:2

วิธีการเทรด Sell

ตัวอย่างกลยุทธ์เทรด Sell ด้วย EMA 350 และ Supertrend
ภาพตัวอย่างการเทรด Sell ด้วย EMA 350 กับ 3 Supertrend
  1. กราฟอยู่ใต้ EMA 350
  2. Supertrend ทั้ง 3 เส้น เป็นสีแดง
  3. เปิด Sell
  4. ตั้ง Stop loss ไว้ที่ Supertrend เส้นที่ 2
  5. ตั้ง Take Profit โดยใช้ RR 1:2

คลิปวีดีโอเกี่ยวกับการเจาะลึกการใช้งานเส้น EMA

 

เพื่อให้เข้าใจมากขึ้นผมแนะนำคลิปวีดีโอเกี่ยวกับ การใช้เส้น EMA มาฝากเพื่อนๆครับ

  • Focus 0.50 การใช้ EMA ในการดูแนวโน้ม
  • Focus 2.40 การใช้ EMA ในการดูความแข็งแรงของแนวโน้ม
  • Focus 6.00 การใช้ EMA ในการเทรด Pullback

สรุป

การใช้เส้น EMA  มีประโยชน์โดยเฉพาะการแยกแนวโน้มของตลาดในระยะยาวโดยลดเวลาการอ่านโครงสร้างของราคา ด้วยค่า EMA ที่แนะนำในการติดตามตลาดแนวโน้มระยะยาวมีดังนี้

  • EMA 200
  • EMA 250
  • EMA 360

หากจะลองตั้งค่าเองเพื่อให้เข้ากับพฤติกรรมราคาควรตั้งค่าให้อยู่ในระยะ 100-400 เพื่อให้ EMA ได้ตอบสนองต่อราคาไม่ช้าและไม่เร็วจนเกินไป การนำเส้น EMA ไปใช้ในการกรองแนวโน้มระยะยาวควรนำไปรวมกับกลยุทธ์การเทรดตามเทรนด์เท่านั้น

ทีมงาน : thaiforexbroker.com

สารบัญ