“หากพูดถึงโบรกเกอร์ที่มีรากฐานระบบที่แข็งแกร่ง TopFX ถือเป็นอีกหนึ่งชื่อที่น่าจับตามอง ด้วยประสบการณ์ในตลาดที่ยาวนานตั้งแต่ปี 2010 โดยเริ่มต้นจากการเป็นผู้ให้บริการสภาพคล่อง (Liquidity Provider) ระดับสถาบัน ก่อนจะขยายการให้บริการสู่นักเทรดรายย่อยอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้โดดเด่นในเรื่องความเร็วของการส่งคำสั่งซื้อขายและโครงสร้างตลาดที่โปร่งใส
บทความนี้จะพาทุกท่านไปรีวิวเจาะลึก TopFX เพื่อประเมินความน่าเชื่อถือ มาตรฐานความปลอดภัย ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อดีและข้อสังเกตอย่างตรงไปตรงมา เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่าเหมาะสมกับสไตล์การเทรดของคุณหรือไม่
ความมั่นคงและความน่าเชื่อถือของ TopFX

ความมั่นคง และ ความน่าเชื่อถือของ TopFX
- ถ้าพูดถึงความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์ TopFX ต้องบอกก่อนเลยว่าบริษัทนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นมาใหม่ในวงการครับ เพราะก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2010 เลยครับ
- สิ่งที่ผมมองว่าน่าสนใจมากคือ ช่วงแรกของ TopFX ระหว่างปี 2010–2015 บริษัททำหน้าที่เป็น Liquidity Provider (LP) ให้กับโบรกเกอร์และสถาบันการเงินต่างๆ มาก่อน ซึ่งตรงนี้ทำให้ผมรู้สึกว่าบริษัทน่าจะเข้าใจโครงสร้างตลาดและระบบสภาพคล่องค่อนข้างดีเลยครับ
- หลังจากปี 2015 เป็นต้นมา TopFX เริ่มเปิดให้บริการเป็นโบรกเกอร์สำหรับนักเทรดรายย่อยเต็มรูปแบบ ภายใต้ชื่อเดิม ซึ่งก็เหมือนเป็นการนำประสบการณ์จากฝั่ง LP มาพัฒนาระบบการเทรดของตัวเองนั่นเองครับ
- อีกเรื่องที่ผมมักจะเช็กเสมอเวลาศึกษาโบรกเกอร์คือ ความโปร่งใสของข้อมูลบนเว็บไซต์ ซึ่งจากที่ดู TopFX มีการเปิดเผยข้อมูลพื้นฐานค่อนข้างครบ
- นอกจากนี้ในเอกสารของบริษัทยังระบุชัดเจนว่า มีการแยกเงินของลูกค้าออกจากบัญชีบริษัท (Segregated Account) ซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานสำคัญของโบรกเกอร์ที่ดี
- อย่างไรก็ตาม มีรายละเอียดหนึ่งที่ผมเห็นคือ เว็บไซต์ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลผู้บริหารของบริษัทอย่างชัดเจน ซึ่งบางคนอาจจะไม่ได้ซีเรียสมาก
- แม้ว่า TopFX จะไม่ได้เป็นสมาชิกของ The Financial Commission แต่จากข้อมูลใบอนุญาตและเอกสารที่เปิดเผยบนเว็บไซต์ ก็ถือว่ามีระดับความโปร่งใสที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของโบรกเกอร์สากลครับ
องค์กรกำกับดูแล
- เรื่องใบอนุญาตถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญมากเวลาที่ผมจะประเมินความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์ครับ ซึ่ง TopFX มีใบอนุญาตกำกับดูแลจาก 2 หน่วยงานหลัก คือ CySEC และ FSA
- ใบอนุญาตแรกคือจาก Cyprus Securities and Exchange Commission (CySEC) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของประเทศไซปรัส และถือว่าเป็นหน่วยงานในโซนยุโรปที่มีมาตรฐานค่อนข้างเข้มงวดพอสมควรครับ
- บริษัทที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ CySEC มีที่อยู่จดทะเบียนคือKSENOS BUILDING, Office No.502, Troodous 2, Agios Athanasios, 4105, Limassol, Cyprus
- ใบอนุญาตอีกหนึ่งรายการคือจาก Financial Services Authority (FSA) ประเทศเซเชลส์ ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลที่โบรกเกอร์ระดับสากลหลายแห่งใช้สำหรับให้บริการลูกค้านอกโซนยุโรปครับ
- บริษัทที่จดทะเบียนภายใต้ FSA Seychelles มีที่อยู่คือ
Office No. A18D, Providence Complex Building, Providence, Mahe Seychelles
- บริษัทที่จดทะเบียนภายใต้ FSA Seychelles มีที่อยู่คือ
ส่วนตัวผมมองว่า การมีใบอนุญาตจาก CySEC ถือว่าเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับโบรกเกอร์ได้ค่อนข้างมาก เพราะหน่วยงานนี้มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ การเปิดเผยข้อมูล และการคุ้มครองนักลงทุนที่ค่อนข้างชัดเจนครับ
ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท ประวัติองค์กร และประวัติการดำเนินงาน

ข้อมูลบริษัทและประวัติโดยย่อ
- ถ้าพูดถึงภาพรวมของบริษัท TopFX ต้องบอกว่าเป็นโบรกเกอร์ที่อยู่ในตลาดมาค่อนข้างนานเลยครับ เพราะก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2010
- สิ่งที่ผมมองว่าน่าสนใจคือ ช่วงแรกของบริษัทไม่ได้เปิดเป็นโบรกเกอร์โดยตรง แต่ทำหน้าที่เป็น Liquidity Provider (LP) ให้กับโบรกเกอร์และสถาบันการเงินอื่นๆ
- หลังจากปี 2015 เป็นต้นมา บริษัทก็เริ่มเปิดให้บริการเป็นโบรกเกอร์เต็มรูปแบบ
- ในปัจจุบัน TopFX Global ให้บริการเทรดสินทรัพย์หลายประเภทผ่านระบบ CFD และ Forex โดยมีสินค้าให้เลือกเทรดมากกว่า 600 รายการ
- แนวคิดของบริษัทตามคติพจน์ที่ใช้คือ “Join a Broker That Puts Traders First” ซึ่งสะท้อนแนวทางของบริษัทที่ต้องการให้ความสำคัญกับนักเทรดเป็นอันดับแรก พร้อมทั้งใช้ประสบการณ์ด้านสภาพคล่องที่สะสมมากว่าทศวรรษมาเป็นจุดแข็งของตัวเองครับ
- ในแง่ของทีมงาน บริษัทมีพนักงานประมาณ 140 คน ซึ่งถือว่าเป็นขนาดองค์กรระดับกลางที่สามารถรองรับการให้บริการลูกค้าจากหลายประเทศได้ครับ
ประเภทและลักษณะของโบรกเกอร์
- จากข้อมูลในเอกสารของบริษัท TopFX จัดอยู่ในประเภทโบรกเกอร์แบบ Dealing Desk (DD) ซึ่งหมายความว่าในบางกรณีโบรกเกอร์อาจทำหน้าที่เป็นคู่สัญญาในการซื้อขายกับลูกค้าโดยตรงครับ
- โดยในเอกสาร Terms and Conditions ของบริษัทระบุไว้ว่าบริษัทอาจเป็นคู่สัญญาหลักในการทำธุรกรรมกับลูกค้า ซึ่งถือว่าเป็นโมเดลธุรกิจที่โบรกเกอร์หลายแห่งในตลาดใช้เหมือนกันครับ
- จุดเด่นที่ผมเห็นว่าบริษัทพยายามนำเสนอคือ ประสบการณ์จากการเป็น Liquidity Provider มาก่อน ทำให้โครงสร้างระบบการเทรดถูกออกแบบให้เน้นเรื่อง
ข้อมูลเกี่ยวกับผู้บริหาร
- ในส่วนของผู้บริหารระดับสูงของบริษัท TopFX มีบุคคลที่มีบทบาทสำคัญคือ Alex Katsaros ซึ่งเป็นผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัทในระดับกลยุทธ์ครับ
- จากข้อมูลที่พบ Alex Katsaros อาศัยอยู่ในประเทศไซปรัส ซึ่งเป็นศูนย์กลางของบริษัทโบรกเกอร์ Forex หลายแห่งในยุโรป
- ในด้านการปรากฏตัวในสื่อหรือกิจกรรมสาธารณะ ผู้บริหารรายนี้มีการออกสื่ออยู่บ้าง เช่น
- การขึ้นพูดในงาน Thessaloniki Metropolitan Summit เพื่อแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับเศรษฐกิจ การเติบโต และภาคการเงิน
- ข่าวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้บริหารของบริษัทที่มีการกล่าวถึงชื่อของเขาในสื่ออุตสาหกรรม Forex
จากมุมมองของผม แม้ว่าข้อมูลประวัติส่วนตัวของผู้บริหารจะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดมากนัก แต่ก็ยังพอเห็นการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของอุตสาหกรรมการเงินอยู่บ้างครับ
ระดับความนิยมของ TopFX ในไทยและต่างประเทศ

ความนิยมของ TopFX ในระดับสากล
- ถ้ามองในภาพรวมระดับโลก ต้องบอกว่า TopFX ถือว่าเป็นโบรกเกอร์ที่มีชื่ออยู่ในวงการมานาน แต่ไม่ได้เป็นโบรกที่แมสระดับต้นๆ ของตลาด ครับ เพราะจากข้อมูลการค้นหาและการเข้าชมเว็บไซต์ ตัวเลขยังอยู่ในระดับกลางๆ เท่านั้นเองครับ
- จากข้อมูลการค้นหาบนเครื่องมือ SEO อย่าง Mangools พบว่าคำว่า “TopFX” มีปริมาณการค้นหาทั่วโลกประมาณ 4,500 ครั้งต่อเดือน ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่พอมีความสนใจอยู่เรื่อยๆ แต่ยังไม่สูงเท่ากับโบรกเกอร์รายใหญ่ในตลาดครับ
- ส่วนข้อมูลการเข้าชมเว็บไซต์จาก Ubersuggest พบว่ามีผู้เข้าเว็บไซต์ประมาณ 1,193 ครั้งต่อเดือน ซึ่งถ้ามองในมุมของผม ตัวเลขนี้สะท้อนว่า TopFX ยังเป็นโบรกเกอร์ที่อยู่ในกลุ่มเฉพาะของนักเทรดมากกว่าที่จะเป็นแบรนด์ใหญ่ที่คนทั่วไปพูดถึงกันบ่อยครับ
- ถ้ามองเรื่อง การทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียระดับโลก ก็พอเห็นความเคลื่อนไหวอยู่บ้าง เช่น
- Facebook Page มีผู้ติดตามประมาณ 6,100 คน
- Instagram มีผู้ติดตามประมาณ 7,590 คน
- YouTube มีผู้ติดตามประมาณ 1,130 คน
ความนิยมในประเทศไทย
การเข้ามาทำตลาดในไทย
- ถ้าพูดถึงในประเทศไทย ต้องบอกตรงๆ จากที่ผมสังเกตในคอมมูนิตี้นักเทรด TopFX ยังไม่ได้เป็นโบรกเกอร์ที่คนไทยพูดถึงกันเยอะมากนัก เมื่อเทียบกับโบรกเกอร์ใหญ่ๆ ที่ทำตลาดในไทยอย่างจริงจังครับ
- Mangools พบว่าคำว่า “TopFX” มีการค้นหาในประเทศไทยประมาณ 30 ครั้งต่อเดือน ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ยังไม่สูงมาก แสดงว่าการรับรู้แบรนด์ในไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นครับ
- อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลว่าบริษัทเริ่มเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยประมาณปี 2019 โดยมีการปรากฏตัวในงาน WikiFX Expo Bangkok
- โซเชียลมีเดียสำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะ ตอนนี้ยังไม่พบว่ามีเพจแยกสำหรับตลาดไทยครับ
- สรุปโดยรวมในตอนนี้ TopFX ในประเทศไทยยังอยู่ในระดับโบรกเกอร์ที่มีคนรู้จักบ้างในกลุ่มนักเทรดบางส่วน แต่ยังไม่ได้เป็นโบรกเกอร์กระแสหลักของตลาดไทย นั่นเองครับ
รวมรีวิวการใช้งานจริงของ Topfx
รีวิวจากเทรดเดอร์ทั่วโลก

Trustpilot
- ถ้าดูจากเว็บไซต์รีวิวชื่อดังอย่าง Trustpilot ต้องบอกว่าคะแนนของ TopFX ยังอยู่ในระดับค่อนข้างกลางๆ ครับ เพราะจากข้อมูลล่าสุดมีคะแนนเฉลี่ยประมาณ 7 คะแนน จากผู้รีวิวทั้งหมด 27 คน ครับ
- ส่วนตัวผมมองว่าคะแนนระดับนี้ถือว่า ไม่ได้สูงมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นโบรกที่โดนรีวิวแย่ทั้งหมด เพราะในหลายรีวิวก็มีทั้งความคิดเห็นด้านบวกและด้านลบปะปนกันไป ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้กับโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ในตลาดครับ
- รีวิวที่ให้คะแนนดีมักจะพูดถึงเรื่อง ระบบเทรดที่ค่อนข้างเสถียร การส่งคำสั่งเร็ว และแพลตฟอร์ม cTrader ที่ใช้งานได้ดี ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นที่นักเทรดหลายคนพูดถึงครับ
- แต่ในอีกมุมหนึ่งก็มีผู้ใช้บางส่วนที่ให้คะแนนต่ำ โดยส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับ ประสบการณ์การใช้งาน การสื่อสารของทีมซัพพอร์ต หรือประเด็นเรื่องข้อมูลส่วนตัว ซึ่งก็เป็นสิ่งที่นักเทรดหลายคนให้ความสำคัญเหมือนกันครับ
Forex Peace Army
- สำหรับ TopFX บน FPA มีคะแนนเฉลี่ยประมาณ 731 คะแนน จากผู้รีวิวทั้งหมด 32 คน ซึ่งถ้ามองจากตัวเลขนี้ ผมรู้สึกว่าคะแนนถือว่าอยู่ในระดับ กลางค่อนข้างดี เลยครับ
- รีวิวจากผู้ใช้งานใน FPA ส่วนใหญ่จะพูดถึงเรื่อง ระบบเทรดที่ค่อนข้างเร็ว สเปรดที่แข่งขันได้ และ การใช้งานผ่านแพลตฟอร์ม cTrader
- แต่ก็ยังมีบางความคิดเห็นที่พูดถึง ประสบการณ์ด้านซัพพอร์ตหรือขั้นตอนบางอย่างของระบบ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติที่มักจะเห็นในรีวิวของโบรกเกอร์หลายแห่งครับ
ปัญหาหรือรีวิวจากเทรดเดอร์ทั่วโลก
จากการอ่านรีวิวของผู้ใช้งานจริงทั่วโลก ผมพบว่ามีบางกรณีที่ถูกพูดถึงค่อนข้างบ่อยเกี่ยวกับ ประเด็นด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลลูกค้า ครับ
-
- มีรีวิวหนึ่งจากผู้ใช้งานที่ระบุว่าหลังจากสมัครบัญชีกับ TopFX แล้ว ข้อมูลส่วนตัวอย่างชื่อและเบอร์โทรศัพท์ถูกนำไปเผยแพร่ให้บริษัทอื่น ทำให้เจ้าของบัญชีได้รับสายโทรศัพท์และข้อความรบกวนจากบริษัทต่างๆ จำนวนมากครับ
- นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับ การสื่อสารของระบบแพลตฟอร์ม โดยผู้ใช้งานรายดังกล่าวกล่าวว่าแพลตฟอร์มมีการแจ้งผลการขาดทุนล่าช้าไปประมาณ 1 วัน และแจ้งผ่านอีเมลเท่านั้น ซึ่งทำให้เขาไม่สามารถตัดสินใจจัดการความเสี่ยงได้ทันเวลา
- อีกประเด็นหนึ่งที่ถูกตั้งข้อสงสัยคือ ข้อมูลของเทรดเดอร์ต้นแบบในระบบ Copy Trading โดยผู้รีวิวมองว่าอาจมีความไม่โปร่งใสในข้อมูลของผู้ให้สัญญาณ ซึ่งอาจทำให้ผู้ที่คัดลอกการเทรดประสบปัญหาขาดทุนหนักได้ครับ
อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าการอ่านรีวิวจากผู้ใช้งานควร ดูหลายความคิดเห็นประกอบกัน เพราะบางรีวิวอาจเป็นประสบการณ์เฉพาะบุคคล และในหลายกรณีก็อาจมีทั้งความคิดเห็นด้านบวกและด้านลบปะปนกันไปครับ
รีวิว Copytrade และ VPS

Copy Trade
- ระบบ Copy Trade ของ TopFX ใช้งานผ่านแพลตฟอร์ม cTrader Copy ครับ ซึ่งเป็นระบบที่ให้นักลงทุนสามารถคัดลอกการเทรดของเทรดเดอร์คนอื่นแบบอัตโนมัติได้เลย
- หลักการทำงานก็ง่ายๆ คือ เมื่อเทรดเดอร์ต้นแบบเปิดหรือปิดออเดอร์ ระบบก็จะเปิดหรือปิดออเดอร์เดียวกันในบัญชีของเรา ทำให้คนที่ไม่มีเวลานั่งดูกราฟเองสามารถเข้ามาลงทุนได้ง่ายขึ้นครับ
- จุดที่ผมมองว่าดีคือ ระบบมีข้อมูลสถิติของ Strategy Provider ให้ดูค่อนข้างครบ เช่น ผลตอบแทนย้อนหลัง (ROI) จำนวนผู้ติดตาม ค่า Drawdown และ ประวัติการเทรด
- อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจตรงกันก่อนว่า Copy Trading ก็ยังมีความเสี่ยงเหมือนการเทรดปกติ เพราะถ้าเทรดเดอร์ต้นแบบขาดทุน บัญชีของเราก็จะขาดทุนตามไปด้วยครับ
VPS
- จากข้อมูลที่ตรวจสอบพบว่า TopFX ไม่ได้มีบริการ VPS ฟรีแบบที่โบรกเกอร์บางรายให้มาในตัวโดยตรง ครับ กล่าวคือไม่ได้มี VPS ของบริษัทให้ใช้งานทันทีหลังเปิดบัญชีเหมือนบางโบรกเกอร์ในตลาด
- ปกติแล้วนักเทรดที่ใช้ EA หรือระบบเทรดอัตโนมัติ กับ TopFX มักจะต้องใช้ VPS จากผู้ให้บริการภายนอก แล้วนำแพลตฟอร์ม MT4 หรือ cTrader ไปติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์นั้นแทนครับ
รวมแพลตฟอร์มในการเทรด

จากข้อมูลบนเว็บไซต์ของ TopFX ปัจจุบันโบรกเกอร์นี้รองรับแพลตฟอร์มการเทรดหลักอยู่ 3 แพลตฟอร์ม คือ MT4, MT5 และ cTrader ครับ ซึ่งถือว่าเป็นแพลตฟอร์มมาตรฐานที่นักเทรดทั่วโลกนิยมใช้งานกันอยู่แล้วครับ
- MetaTrader 4 (MT4) ซึ่งถือว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมมากในตลาด Forex เพราะใช้งานค่อนข้างง่าย ระบบเสถียร และมีอินดิเคเตอร์หรือ EA ให้ใช้งานจำนวนมาก เหมาะทั้งกับมือใหม่และนักเทรดที่ใช้ระบบเทรดอัตโนมัติครับ
- MetaTrader 5 (MT5) ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่พัฒนาต่อยอดจาก MT4 โดยมีความสามารถเพิ่มขึ้น เช่น Timeframe มากขึ้น อินดิเคเตอร์และเครื่องมือวิเคราะห์เพิ่มขึ้น รองรับสินทรัพย์การเทรดได้หลากหลายกว่า ทำให้เหมาะกับนักเทรดที่ต้องการเครื่องมือวิเคราะห์ที่ละเอียดขึ้นครับ
- cTrader ซึ่งถูกออกแบบมาให้เหมาะกับนักเทรดที่ต้องการเครื่องมือขั้นสูง เช่น การดู Depth of Market และการเทรดแบบ Algorithmic ครับ
- จุดเด่นของ cTrader ที่ผมเห็นว่าหลายคนชอบคือ อินดิเคเตอร์และเครื่องมือวิเคราะห์จำนวนมาก
- ระบบ Copy Trading (cTrader Copy) และ รองรับการเทรดอัตโนมัติผ่าน Algo Trading
ประเภทบัญชีเทรดของ TopFX
| ประเภทบัญชี | ฝากขั้นต่ำ | ค่าคอมมิชชั่น | สเปรดเริ่มต้น | เลเวอเรจสูงสุด | Stop Out |
|---|---|---|---|---|---|
| Zero | 500 USD | 0 | ประมาณ 0.5 pip | 17:40 | 30% |
| Raw | 5,000 USD | 2.5 USD / Lot | ประมาณ 0.0 pip | 17:40 | 30% |
| VIP | 50,000 USD | 0 | ประมาณ 0.2 pip | 17:40 | 30% |
หมายเหตุ
- ทุกบัญชีสามารถเปิดออเดอร์ได้สูงสุดประมาณ 100 Lot ต่อคำสั่ง ครับ
- ทุกบัญชี ไม่ใช่ Swap Free ตามปกติ แต่สามารถขอเปิดเป็น Islamic Account (Swap Free) ได้ตามเงื่อนไขของบริษัทครับ
- บัญชี Raw เป็นบัญชีแบบ Raw Spread ที่สเปรดต่ำมาก แต่จะมีค่าคอมมิชชั่นต่อ Lot เพิ่มเข้ามาแทนครับ
- บัญชี Zero และ VIP ไม่มีค่าคอมมิชชั่น โดยต้นทุนการเทรดจะรวมอยู่ในสเปรดครับ
- ปริมาณการเทรดขั้นต่ำทั่วไปเริ่มต้นประมาณ 01 Lot ครับ
การฝากถอนเงิน ง่าย รวดเร็ว หรือมีปัญหาไหม?

การฝาก
- จากข้อมูลบนหน้า Funds Management ของเว็บไซต์ TopFX โบรกเกอร์ระบุว่า ไม่มีค่าธรรมเนียมการฝากเงินจากฝั่งบริษัท แต่ผู้ใช้งานอาจถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากธนาคารหรือผู้ให้บริการชำระเงินได้ครับ
- ช่องทางการฝากเงินที่รองรับมีหลายแบบ เช่น
- บัตรเครดิต / เดบิต Visa และ Mastercard
- E-Wallet เช่น PayPal, Skrill, Neteller
- Bank Wire Transfer (SEPA / SWIFT)
- ระบบชำระเงินท้องถิ่นหรือช่องทางออนไลน์อื่นๆ ขึ้นอยู่กับประเทศของผู้ใช้งานครับ
- ระยะเวลาการฝากเงินโดยทั่วไป
- บัตรและ E-Wallet มักจะเข้าเกือบทันที
- Bank Wire Transfer ใช้เวลาประมาณ 3–5 วันทำการ ขึ้นอยู่กับธนาคารครับ
- เงินฝากขั้นต่ำโดยทั่วไปเริ่มประมาณ 50 USD หรือเทียบเท่า สำหรับบางช่องทางการชำระเงินครับ
การถอน
- สำหรับการถอนเงิน TopFX โดยปกติจะไม่คิดค่าธรรมเนียมการถอนจากฝั่งโบรกเกอร์ แต่ค่าธรรมเนียมจากธนาคารหรือผู้ให้บริการชำระเงินยังอาจเกิดขึ้นได้ครับ
- ช่องทางการถอนเงินจะคล้ายกับการฝาก เช่น
- บัตร Visa / Mastercard
- E-Wallet เช่น PayPal, Skrill, Neteller
- Bank Wire Transfer
- ช่องทางชำระเงินท้องถิ่นบางประเทศครับ
- ระยะเวลาการถอนเงิน
- โบรกเกอร์จะดำเนินการคำขอถอน ภายในประมาณ 1 วันทำการ หลังจากอนุมัติคำขอ
- หลังจากนั้นเวลาที่เงินเข้าจะขึ้นอยู่กับช่องทาง เช่น
- E-Wallet มักเร็วที่สุด
- บัตรเครดิตหรือเดบิตประมาณ 3–7 วันทำการ
- Bank Transfer ประมาณ 3–5 วันทำการ ครับ
- อีกเงื่อนไขหนึ่งที่ควรรู้คือ ชื่อบัญชีถอนเงินต้องตรงกับชื่อบัญชีเทรด ตามกฎ AML และความปลอดภัยทางการเงินของบริษัทครับ
- นอกจากนี้บางรีวิวระบุว่า ลูกค้าอาจได้รับการถอนฟรีประมาณ 2 ครั้งต่อเดือน หลังจากนั้นอาจมีค่าธรรมเนียมบางกรณี เช่น การถอนผ่าน Bank Wire จำนวนเงินต่ำครับ
ช่องทางการติดต่อ
- ช่องทางที่นักเทรดใช้กันบ่อยที่สุดก็คือ อีเมลฝ่ายซัพพอร์ต
- cs@topfx.com สำหรับติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
- support@topfx.com.sc สำหรับสอบถามข้อมูลหรือปัญหาเกี่ยวกับบัญชีเทรด
- pbsales@topfx.com สำหรับฝ่าย Institutional หรือพาร์ทเนอร์ธุรกิจครับ
- เบอร์โทรศัพท์สำหรับติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
- +248 4374705 (สำนักงานเซเชลส์)
- +357 25 352244 (สำนักงานไซปรัส)
- อีกช่องทางหนึ่งที่ผมคิดว่าสะดวกมากสำหรับนักเทรดก็คือ Live Chat บนหน้าเว็บไซต์ของ TopFX ซึ่งสามารถคุยกับทีมซัพพอร์ตได้โดยตรงผ่านหน้าเว็บเลย ไม่ต้องรออีเมลตอบกลับครับ
- นอกจากนี้บนเว็บไซต์ของบริษัทก็ยังมี แบบฟอร์มติดต่อออนไลน์ (Contact Form) สำหรับส่งคำถามหรือปัญหาไปยังทีมงานได้เช่นกัน
- ที่อยู่สำนักงานที่จดทะเบียนของบริษัทคือ KSENOS BUILDING, Office No.502, Troodous 2, Agios Athanasios, 4105, Limassol, Cyprus ครับ
- โดยรวมแล้วจากมุมมองของผม TopFX ถือว่าเป็นบริษัทที่มีโครงสร้างองค์กรชัดเจน เปิดเผยข้อมูลติดต่อและข้อมูลพื้นฐานของบริษัทค่อนข้างครบ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับโบรกเกอร์ในระดับหนึ่งเลยครับ
สรุปข้อดี ข้อเสีย โดยผู้เชี่ยวชาญของ Thaiforexbroker
✅ ข้อดีของ TopFX
- โบรกเกอร์มี ใบอนุญาตกำกับดูแลจากหน่วยงานทางการเงิน เช่น CySEC ในยุโรป และ FSA Seychelles ซึ่งช่วยเพิ่มระดับความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยให้กับนักเทรดครับ
- บริษัทก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2010 ทำให้ถือว่าเป็นโบรกเกอร์ที่มีประสบการณ์ในตลาดค่อนข้างยาวนานพอสมควรครับ
- มี สินทรัพย์ให้เทรดจำนวนมากกว่า 600 รายการ ไม่ว่าจะเป็น Forex, หุ้น, ดัชนี, โลหะ, สินค้าโภคภัณฑ์ และคริปโต ทำให้สามารถกระจายพอร์ตการลงทุนได้หลากหลายครับ
- รองรับแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง MT4, MT5 และ cTrader ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่นักเทรดทั่วโลกใช้งานกันอยู่แล้ว ทำให้ใช้งานได้ง่ายและมีเครื่องมือวิเคราะห์ครบครับ
- มีตัวเลือก เลเวอเรจสูงสุดถึง 1:1000 สำหรับบางเขตการกำกับดูแล ทำให้สามารถเพิ่มโอกาสในการใช้เงินทุนได้มากขึ้นครับ
- มี สเปรดค่อนข้างแข่งขันได้ และบางบัญชีเริ่มต้นที่ประมาณ 0 pip ซึ่งช่วยลดต้นทุนในการเทรด โดยเฉพาะสำหรับสาย Scalping หรือเทรดระยะสั้นครับ
- มีเครื่องมือเสริมสำหรับนักเทรด เช่น Copy Trading ผ่าน cTrader Copy และรองรับการเทรดอัตโนมัติ ทำให้เหมาะกับนักเทรดหลายสไตล์ครับ
❌ ข้อเสียของ TopFX
- เงินฝากขั้นต่ำของบางบัญชีค่อนข้างสูง โดยเฉพาะบัญชี Raw และ VIP ที่ต้องใช้เงินทุนหลักพันถึงหลักหมื่นดอลลาร์ ซึ่งอาจไม่เหมาะกับมือใหม่ครับ
- โบรกเกอร์ ไม่มีบัญชี Cent สำหรับคนที่ต้องการทดลองเทรดด้วยเงินจำนวนน้อยมากๆ ครับ
- ไม่มีแอปเทรดของบริษัทเอง โดยต้องใช้แอปของแพลตฟอร์มอย่าง MT4 หรือ cTrader แทนครับ
- คะแนนรีวิวจากผู้ใช้งานในบางเว็บไซต์ยังอยู่ในระดับกลาง และมีทั้งความคิดเห็นด้านบวกและลบจากผู้ใช้งานจริงครับ
- มีรายงานจากผู้ใช้บางรายเกี่ยวกับ ปัญหาด้านการสื่อสารหรือการถอนเงิน แม้จะไม่ได้เกิดกับผู้ใช้ทุกคนก็ตามครับ
- โบรกเกอร์บางหน่วยงานกำกับดูแลในบางประเทศเคยออก คำเตือนเกี่ยวกับการให้บริการในบางภูมิภาค ซึ่งเป็นเรื่องที่นักเทรดควรตรวจสอบก่อนเปิดบัญชีครับ
- ไม่มีบริการ VPS ฟรีในตัวจากโบรกเกอร์ นักเทรดที่ต้องการใช้ EA หรือระบบเทรดอัตโนมัติอาจต้องเช่า VPS เองเพิ่มเติมครับ
บทสรุปควรเลือก TopFX หรือไม่?
โดยรวมแล้ว TopFX ถือว่าเป็นโบรกเกอร์ที่มี ประสบการณ์ในตลาดมายาวนานตั้งแต่ปี 2010 และมีจุดเด่นด้าน สภาพคล่องและความเร็วในการส่งคำสั่งซื้อขาย เนื่องจากบริษัทเคยทำหน้าที่เป็น Liquidity Provider มาก่อนครับ
อีกทั้งยังรองรับแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง MT4, MT5 และ cTrader รวมถึงมี สินทรัพย์ให้เทรดมากกว่า 600 รายการ ทำให้สามารถกระจายพอร์ตได้ค่อนข้างดี อย่างไรก็ตาม เงินฝากขั้นต่ำของบางบัญชีค่อนข้างสูง และ ความนิยมในตลาดไทยยังไม่มากนัก ดังนั้นนักเทรดควร ทดลองบัญชี Demo หรือเริ่มต้นด้วยเงินทุนที่เหมาะสม เพื่อทดสอบระบบก่อนใช้งานจริงครับ
เอกสารอ้างอิง
- Thaibrokerforex. (n.d.). รีวิวเจาะลึก TOP FX โบรกเกอร์ TopFX ดีไหม. https://thaibrokerforex.com/top-fx-review/
- ForexThai. (n.d.). รีวิว TopFX โบรกเกอร์ Forex. https://forexthai.in.th/topfx/
- Thaiforexbroker. (n.d.). Forex broker reviews. https://www.thaiforexbroker.com/forex-broker-reviews/
- Trustpilot. (n.d.). Topfxbrokersreview.com reviews. https://www.trustpilot.com/review/topfxbrokersreview.com
- Forex Peace Army. (n.d.). TopFX review and ratings. https://www.forexpeacearmy.com/forex-reviews/11711/topfx-forex-brokers

