Trend Reversal

0
110

Trend Reversal

Trend Reversal หรือการกลับตัว ของเทรน นั้น เราไม่มีทางรู้ล่วงหน้าจนกว่าจะมองเห็นเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเท่านั้น สำหรับเทรดเดอร์ Forex ที่อยู่วงการมาสักพักนึงแล้ว พอได้ยินคำว่า “เทรดจุดกลับตัว” จะเบือนหน้าหนีใส่ ต่อต้านไม่เห็นด้วยว่า ไม่เห็นใครสามารถทำได้ ไม่มีใครรู้ได้หรอกว่าราคาจะกลับตัวเมื่อใด มีแต่พวกที่อาศัยดวงแล้วมาโม้เท่านั้น พวกเทรดจุดกลับตัว

ให้เทรดจริงสัก 100 ครั้ง เต็มที่ก็ประมาณ 10 ครั้งที่ถูกเท่านั้นแหละ ซึ่งความคิดนี้ก็จริงครึ่งไม่จริงครึ่งแหละครับลองมาดู ในทางเทคนิคเขาที่เรียกว่าจุด Pivot Point  ซึ่งเป็นเพียงการตั้งสมมติฐานว่ามันน่าจะเป็นจุดกลับตัว

ราคาจะกลับตัวได้นั้น จะต้องเกิดสิ่งต่างๆตามลำดับดังนี้

  1. จากขาขึ้นเปลี่ยนเป็นขาลงช่วงคราว หรืออาจเป็นแค่การพักตัวระยะหนึ่งในขาขึ้นที่ยังไม่จบก็ได้ :   ราคาจะไม่ทำ Higher High  กว่าแท่งราคาก่อนหน้า แล้วทำ Lower low ลงมา เป็นการเตือนว่าราคาอาจจะจบขาขึ้นช่วงคราวหรือเป็นการพักตัว หรืออาจเปลี่ยนแนวโน้มไปเลยก็ได้ ขึ้นกับว่าราคาจะยังทำ Lower low ลงไปเรื่อยๆนานแค่ไหน
  2. หากเราใช้ Momentum Indicators  ต่างๆ เช่น RSI  MACD  STochastic ก็จะพบว่า ค่า โมเมนตัมพวกนี้จะแสดงสัญญาณอ่อนแรงลง เช่น ราคายังเพิ่มขึ้นแต่ค่าโมเมนตัมกลับมีค่าลดลง ซึ่งเป็นการเตือนว่าราคาจะต้องเกิดการพักตัวหรือเปลี่ยนแนวโน้มชั่วคราว 
  3. คำว่า แต่ละรอบของการวิ่งขึ้น-ลง ก็ขึ้นกับ Time frame ด้วยว่าดูกราฟที่ระยะเวลา TF เท่าไหร่  เช่น หากเล่น กราฟ  5 นาที    หากตลาดเป็นช่วง sideway หรือ ไม่มี เทรน  นั้น ดัชนีก็จะแกว่งขึ้นลงอยู่ประมาณ 10 จุด จากจุดสูง-ต่ำ ของการ swing นั้น   แต่หากเป็นช่วงที่ตลาดมีเทรนเป็นขาขึ้นหรือขาลง ชัดเจน การแกว่งขึ้นลงจากจุดสูง – ต่ำในรอบนั้น ก็จะเพิ่มเป็นประมาณ 20 จุด เป็นต้น    ส่วน TF ที่ใหญ่กว่าก็จะให้ค่า swing ที่กว้างขึ้นไปตามลำดับด้วย

วิธีวิเคราะห์การเปลี่ยนเทรนของตลาดก็ไม่ยากครับ ให้ดูการ swingของราคา คือถ้าตลาดเป็น Uptrend ราคาจะต้อง swing สูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้ง High และ Low ก็คือ ถ้าเป็น High ก็จะทำ Higher High ขึ้นไปเรื่อย ๆ และทำ Higher Low ขึ้นไปเรื่อย ๆ เหมือนกัน ถ้าใครมองการ Swing ของราคาด้วยกราฟเปล่าไม่ออก ก็ให้ใช้ EMA 100-200 ช่วย คือถ้าราคาย่อตัวมาชน EMA 100-200 แล้ววิ่งกลับขึ้นไปต่อ

นั่นคือ Higher Low ส่วนยอดสูงก่อนหน้าก็จะเป็น Higher High นั่นเอง หรืออีกแบบหนึ่งคือถ้าราคาย่อตัวลงมาแล้วทะลุ EMA 100-200 ลงไป แล้ววิ่งกลับมาทะลุ EMA 100-200 ขึ้นไปใหม่ มันคือ Breakout fail ตรงจุด Breakout Fail ก็คือ Higher Low นั่นเอง

เราจะมองว่า Uptrend จะเปลี่ยนเป็น Downtrend ก็ต่อเมื่อ มันไม่ทำ Higher High อีกต่อไป แล้วราคาวิ่งลงไปทำ Lower Low จาก Higher Low ก่อนหน้า ก็หมายความว่า uptrend มีแนวโน้มจะเปลี่ยนเป็น Downtrend

Trend Reversal
Trend Reversal

ถ้าตลาดเป็น Downtrend ราคาจะต้อง swing ต่ำลงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้ง High และ Low ก็คือ ถ้าเป็น Low ก็จะทำ Lower Low ลงไปเรื่อย ๆ และทำ Lower High ลงไปเรื่อย ๆ เหมือนกัน ส่วนการใช้ EMA 100-200 ใน Downtrend ก็คือ ถ้าราคาย่อตัวขึ้นมาชน EMA 100-200 แล้ววิ่งกลับลงไปต่อ นั่นคือ Lower High ส่วนจุดต่ำก่อนหน้าก็จะเป็น Lower Low นั่นเอง

หรืออีกแบบหนึ่งคือถ้าราคาย่อตัวขึ้นมาแล้วทะลุ EMA 100-200 ขึ้นไป แล้ววิ่งกลับลงมาทะลุ EMA 100-200 ลงไปใหม่ มันคือ Breakout fail ตรงจุด Breakout Fail ก็คือ Lower High นั่นเอง เราจะมองว่า Downtrend จะเปลี่ยนเป็น Uptrend ก็ต่อเมื่อ มันไม่ทำ Lower Low อีกต่อไป แล้วราคาวิ่งขึ้นไปทำ Higher High จาก Lower High ก่อนหน้า ก็หมายความว่า Downtrend มีแนวโน้มจะเปลี่ยนเป็น Uptrend

ถ้าวิเคราะห์แบบนี้เป็น ถ้าตลาดเปลี่ยนเป็น Uptrend เราก็ Buy ถ้าตลาดเปลี่ยนเป็น Downtrend เราก็ Sell

อีกวิธีก็คือ การนำเอา Pin Bar มาเป็นหลักในการวิเคราะห์ ซึ่งก็พอจะช่วยได้บ้างพอสมควร ดูจากภาพด้านล่าง จะเห็นว่า มีการเกิด Pin Bar แล้ว กว่า  70 % เป็นการเปลี่ยนเทรนตามมาครับ

ให้ดูจากเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ถ้าหากราคามีตำแหน่งอยู่ด้านใดด้านหนึ่งของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่โดยตลอด ก็มีความเป็นไปได้ว่ามีปัจจัยของการมีแนวโน้มอยู่ ที่จุดนี้มักเป็นจุดที่เทรดเดอร์ Forex ใช้ปรับการเทรดกัน แต่อยากให้นักลงทุนทราบไว้ว่า ผลงานในอดีตของทรัพย์สิน ไม่สามารถใช้บ่งชี้ถึงผลงานในอนาคตได้ 100%

ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าเทรนจะอยู่นานเท่าไหร่ (ถ้าทำได้คงรวยเป็นพันล้านไปแล้ว) แต่เทรดเดอร์ก็ยังมีโอกาสประสบความสำเร็จในการเทรดตามเทรนไปเรื่อยๆ ดีกว่าการพยายามจับจุดสูงสุด หรือต่ำสุด เพื่อหาจุดกลับตัวราคาให้ได้

เรื่องวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ที่อาศัยข้อมูลสถิติ และหลัก Demand -Supply มาช่วยในการวิเคราะห์ และทำนายเหตุการณ์ในอนาคต เหมือนการพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา

ซึ่งขึ้นกับวิธีการเก็บข้อมูล และวิธีการแปลผลว่าแม่นยำแค่ไหน หากมีวิธีเก็บข้อมูลและการแปลความหมายได้แม่นยำ  ผลการทำนายก็จะแม่นยำ  ถึงจะไม่ถูกต้องร้อย% แต่ก็ช่วยให้เราวางแผน และลดความเสี่ยง ในการทำงานลงได้มากกว่าไม่มี แน่นอน

ทีมงาน : thaiforexbroker.com

คอมเมนท์ด้วย Facebook
คะแนนเฉลี่ยที่ผู้อ่านให้
[จำนวนผู้โหวต: 1 คะแนนเฉลี่ย: 5]