Trapped traders

Trapped traders

รู้และใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มความเป็นไปได้การเข้าเทรด: เทรดเดอร์จำพวก trapped traders (นักเทรดติดกัปดัก) คือพวกที่กระจุกรวมกันอยู่ฝั่งตรงข้ามหลังจากราคาเกิดการเคลื่อนไหว คือพวกที่ยังถือออเดอร์ หลังจากที่ฝั่ง sell orders และ buy orders สู้กันจนเกิดความไม่สมดุลย์กันอย่างชัดเจนเกิดขึ้น ถ้ามองผ่านแท่งเทียนจะเห็นแท่งเทียนยาวๆ วิ่งแบบไปทิศทางเดียวกันไม่กี่บาร์ ราคาปิดเกือบเต็มแท่ง  Trapped traders พวกนี้จะมีตำแหน่งออเดอร์ที่ติดลบ

เมื่อราคาสวนพวกเขา ความกดดันของเทรดเดอร์พวกนี้ขึ้นอยู่กับว่ารับราคาวิ่งไปไกลขนาดไหน เพราะยิ่งไปไกลมากก็จะติดลบมาก หรือจุด stop loss ที่ตั้งใว้แล้วแต่กลยุทธการเทรด ถ้าพื้นที่นั้นๆ มี trapped positions เยอะ แล้วราคาวิ่งสวนก็จะทำให้ trapped traders ต้องปิด ออเดอร์เพื่อจำกัดการสูญเสีย โครงสร้างราคาต่างกันไป แต่หลักการออเดอร์เดียวกัน เพราะเมื่อออกจากตลาด trapped traders ก็มักจะเปิดออเดอร์ตรงข้ามออเดอร์ที่ติดลบ

จากภาพด้านบนจะเห็นว่า จำพวกที่เป็น นักเทรดติดกัปดัก มีสถานการณ์ที่โดนบังคับ เพราะกดดันจากการติดลบ เลยต้องทำอะไรบางอย่าง เลยทำให้เกิด market orders เข้าตลาด เช่น  1. กรณี นักเทรดติดกัปดัก ที่เปิด buy positions ที่ตั้ง stop loss ด้านล่าง คำสั่งพวกนี้เป็นการตั้งเงื่อนไขใส่ชุดคำสั่งว่า ถ้าราคาต่ำกว่าจุดที่กำหนดให้เปิด sell ก็คือ เปิด sell market orders นี้เอง

เลยเป็นแหล่งที่มาของ sell orders เร่งราคาลงไปได้ง่ายต่อ หรือ 2. กรณีสำหรับเทรดเดอร์ที่เปิด buy positions แต่ไม่ได้ตั้ง stop loss  ถือออเดอร์ติดลบเพราะมั่นใจว่าราคาจะกลับมาทิศทางที่วิเคราะห์ รอจนกว่าเมื่อราคากลับมาจุดที่เข้าค่อยใจชื้นมาหน่อยหลังจากแบกความกดดัน แต่ถ้าหลังจากโต้ตอบจุดที่ตัวเองเปิดออเดอร์

แต่มี price action structure บอกว่าอะไรก็ตามที่ทำให้เขาไม่มั่นใจว่าราคาจะไปต่อ เช่น เห็น pin bar, engulfing bar  พวกนี้จะรีบออกทันที ไม่อยากกดดันอีก และไม่อยากติดลบอีก ก็กลายเป็นแหล่งที่มาของออเดอร์ตรงข้ามทันที อาการนี้จะทำให้ราคาวิ่งจาก demand/supply, support/resistance ได้ง่ายเมื่อเทรดตอนราคาโต้ตอบและเปิดเผยแล้ว

พื้นที่ที่ นักเทรดติดกัปดัก (ส่วนมากจะเป็น retail traders)  จะเป็นพื้นที่หลังจากมีการเคลื่อนไหวราคาแรงๆ เพื่อเทรดตามเทรน หรือ ที่มีร่องรอย liquidity เยอะ โดยพื้นที่พวกนี้จะเห็น พวก support/resistance, supply/demand, wave, round numbers, fibo retracements หรือ จุด ที่ technical analysis หลายๆ อย่างเจอกัน และยิ่งเป็นจุดที่มาจาก ชารต  timeframes ใหญ่

เช่น D1 ยิ่งทำงานดีเพราะ trapped positions อยู่เยอะ จะเห็นความต่อเนื่องของราคาไปทางที่ตรงข้ามกับพวก นักเทรดติดกัปดัก  ดังนั้นการเทรดเมื่อเห็นแบบนี้ ควรเปิดชาร์ต timeframes ย่อยลงไป ที่เป็นจุดที่พวก นักเทรดติดกัปดัก เริ่มสูญเสียและเริ่มเกิดความเครียด แล้วรอเทรดตอนราคากลับมาอีกรอบ จุดนั้นๆ จะตอบสนองได้ดีและรวดเร็ว

อีกอย่าง ถ้ามองพฤติกรรมการเทรดของรายย่อยที่มักจะเปิดออเดอร์หลังจากราคาวิ่งไปทางใดทางหนึ่ง หลังจากมีการเคลื่อนไหวราคาแรงๆ (big move in price) ก็จะมองเป็นเทรน หรือเป็นการเทรดหลังมี breakout/breakdown จะทำให้เทรดเดอร์รายย่อยอยากเทรดตามเทรนเพราะความรู้ทั่วไปในการเทรดสอนให้เทรดเมื่อเห็นเทรนและเทรดตามเทรน

ลักษณะแบบนี้ อาจมองเห็น Pin bar หางแท่งเทียนที่ยาวๆ หรือ engulf bar เมื่อมองรายละเอียด นักเทรดติดกัปดัก พวกนี้จากบาร์ timeframes ที่ใหญ่ขึ้น ที่เกิดหางยาวๆ แบบนี้เพราะเมื่อรายย่อยเข้าเทรดหลังราคาเคลื่อนขึ้น-ลงแรงๆ ขาใหญ่เข้ามาเทรดตรงข้าม

ออเดอร์จากรายย่อยโดนใช้ไปเพราะการเข้าเทรดของขาใหญ่ เลยทำให้ราคาเด้ง หรือทำให้เกิดหางบาร์ยาวๆ กลายเป็น Pin bar เกิดขึ้น เมื่อราคาเปลี่ยน รายย่อยกลายเป็น นักเทรดติดกัปดัก เลยจำเป็นต้องหาทาง ออก เลยทำให้เกิด market orders ทางขาใหญ่เข้ามาอีก ก็จะกลายเป็นแหล่งออเดอร์ที่จะมาหนุนทางที่ขาใหญ่เข้าเทรดทันที

               การเทรดแบบที่เปิดออเดอร์หลังจากราคาเคลื่นไหวแรงๆ ทำให้ขาใหญ่ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น ใช้เป็นออเดอร์ฝั่งตรงข้ามเมื่อจะปิดทำกำไรเพราะ เช่น ถ้าขาใหญ่บายแต่แรก แล้วทำให้เกิดการเคลื่อนไหวแรกขึ้นด้วยบาร์ยาวๆ และปิดบนแทบจะ high สุด

ทำให้รายย่อยเห็นแล้วเทรดตาม ถ้าพวกเขาต้องการปิดกำไรบางส่วน ออเดอร์ที่เปิดหลังจากที่พวกเขาเทรดให้พวกเขาปิดทำกำไรได้  หรือเทรดเพื่อเข้าหาจุดที่รอเทรด แนว support/resistance, supply/demand เพื่อทำให้มีออเดอร์พอที่จะไปจับคู่กับ limit orders ที่อยู่พื้นๆ นั้นๆ

              นักเทรดติดกัปดัก เป็นส่วนสำคัญหนึ่งในการเคลื่อนไหวของราคาเพราะเทรดเดอร์พวกนี้จำต้องทำการออกจากตลาด เมื่อเทรดเดอร์พวกนี้กังวลมากขึ้นเพราะราคาตลาดสวนกับตำแหน่งที่เปิด วัฏจักรการทำงานออเดอร์และการวิ่งของราคาก็จะเป็นแบบเดิมๆ การวิเคราะห์ชาร์ตต้องเจอร่องรอยที่เห็นว่าขาใหญ่เปิดออเดอร์จุดประสงค์เพื่อเข้าตลาด (placing trades) ไม่ใช่ออเดอร์ที่มีจุดประสงค์ต้องการออกจากตลาด (Taking profit )

               ควรวิเคราะห์และใช้ประโยชน์จาก นักเทรดติดกัปดัก ที่จะถูกบังคับให้จัดการออเดอร์เพื่อออกจากตลาดไปทิศทางที่ท่านเทรด  ยิ่งพื้นที่ที่มี นักเทรดติดกัปดัก  อยู่ มีโครงสร้าง price action ใหม่ ที่สะท้อน sell หรือ buy อย่างชัดเจนที่เป็นผลจากขาใหญ่เข้าเทรด (placing trades) – (ถ้าเป็นการ เข้าเทรดจริง ที่เห็นชัดคือผลการเปิดออเดอร์ คือมีการเอาชนะ และราคาจะไม่เบรคแถวราคาที่เข้า) 

โครงสร้างราคาใหม่นี้ก็จะดึงดูดเทรดเดอร์อื่นๆ ที่รอเข้าตลาดหันมาสนใจทันที ข้อมูลในการวิเคราะห์ก็จะเปลี่ยนไป ควรจะมองหาโอกาสไปทางที่ขาใหญ่เปิดออเดอร์เทรด จะช่วยให้เทรดแบบ Buy low, Sell high ได้ถูกพื้นที่

ทีมงาน : thaiforexbroker.com

คะแนนที่ได้