แชร์ลูกโซ่ forex คืออะไร ทำไมคนติดกับดักง่ายมาก

แชร์ลูกโซ่ forex คืออะไร ทำไมคนติดกับดักง่ายมาก

ในวันนี้เราจะมาอารัมภบทเกี่ยวกับธุรกิจการแชร์ลูกโซ่ หนึ่งในธุรกิจที่ทำให้คนไทยหวาดกลัวกับคำว่า Forex เป็นอย่างมากครับ ดังเช่นกรณีตัวอย่าง แชร์ Forex 3D เป็นต้น โดยแน่นอนครับว่าในบทนี้เราจะมาเปิดเปลือกดูเนื้อในกันครับว่าอะไรคือการแชร์ลูกโซ่ และทำไมมักจะได้ยินควบคู่กับ Forex อยู่บ่อยครั้งรวมไปถึงทำไมถึงยังมีคนถูกโกงอยู่ทั้งๆที่ก็มีข่าวคราวออกมามากมาย วันนี้เราจะมาเผาให้กันฟังแบบหมดเปลือกพร้อมวิธีการสังเกตและป้องกันด้วยนั่นเอง


แชร์ลูกโซ่ คืออะไร

แชร์ลูกโซ่ คือ ธุรกิจหนึ่งที่มีลักษณะในการเชิงชวนเพื่อให้มาลงทุน โดยมักจะเป็นโฆษณาชวนเชื่อที่เกินความเป็นจริงและอ้างว่าจะให้ผลตอบแทนของการลงทุนที่สูงโดยมีโอกาสที่จะคืนทุนได้ง่ายภายในระยะเวลาอันสั้นพร้อมทั้งสามารถทำกำไรได้สม่ำเสมอทั้งปี โดยที่ผู้ลงทุนไม่จำเป็นจะต้องทำอะไรเลยเพียงแค่นำเงินมาจ่ายให้เท่านั้น (ส่วนมากก็จะไม่ให้ถอนเงินออกจากบัญชี) และมักจะมีการจ่ายผลตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์ให้ต่อเดือน เช่น ให้ผลตอบแทนเป็นรายเดือนเท่ากับ 10 % ของเงินลงทุนเป็นต้น

รูปที่ 1 แชร์ลูกโซ่ คืออะไร
รูปที่ 1 แชร์ลูกโซ่ คืออะไร

ดังนั้นวิธีการทำธุรกิจชนิดนี้มักจะเป็นธุรกิจชวนเชื่อโดยอาศัยการชักชวนปากต่อปากซึ่งหากผู้ลงทุนสามารถนำผู้อื่นมาร่วมลงทุนด้วยได้ก็มักจะได้ผลตอบแทนที่เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้น ผู้ที่ถูกชักชวนมาจึงมีความต้องการไปชักชวนผู้อื่นมาลงทุนต่อไปเรื่อยๆด้วยเช่นกัน ซึ่งจะให้ลักษณะเหมือนลูกโซ่ที่เชื่อมต่อกันไปเรื่อยๆนั่นเองครับ

แต่ก็มักจะเกิดคำถามขึ้นมาต่อว่า “แล้วทำไมคนถึงมาชวนให้ลงทุนล่ะ แสดงว่าเขาก็มีเงินจ่ายปันผลให้ได้จริงไม่ใช่หรอ ก็เห็นคนที่มาชวนเราลงทุนก็ได้ผลตอบแทนจริงๆนะ ?” ขอตอบเลยว่าได้จริงครับ ได้ตามที่เขาบอกเลยเป๊ะๆไม่ขาดไม่เกิน แต่จะได้แค่ช่วงแรกเท่านั้น นั่นก็เป็นเพราะว่าเขาก็เอาเงินจากที่เราไปลงทุนครั้งแรกนั่นแหละมาจ่ายให้เรา เพราะเหตุนี้เขาถึงกล้าการันตีแน่ๆว่าได้ 100% แต่ก็ยังไม่เพียงเท่านั้น ด้วยความเป็นมนุษย์เราต่างก็มีความโลภเป็นที่ตั้ง จากที่เห็นผลตอบแทนที่สูงลิ่วแล้ว พร้อมทั้งยังเห็นว่าผู้ที่ชักชวนเรานั้นได้กำไรจริงๆ มีหรือ จะไม่ลงทุน

เอาล่ะพอถึงจุดนี้ก็นำเงินไปลงทุนกันเต็มที่ หมดสิ้นเนื้อประดาตัวกันเลยทีเดียว แต่พออ่านมาถึงจุดนี้จึงเกิดคำถามว่า “อ้าวเขาจะได้อะไร ถ้าเขาเอาเงินเรามาจ่ายให้เราไม่เกินปีก็คงหมดแล้วมั้ง ?” ขอตอบไปเลยว่า ได้แน่นอนครับเพราะเขาวางแผนกันมาดีแล้ว และแน่นอนเขาก็ได้จากเงินลงทุน จากนักลงทุนกล้าที่จะลงทุนเพิ่มอีกเหตุเพราะว่า “ก็ได้มาแล้วเดือนสองเดือน” แถมไม่พอยังได้เงินจากที่ผู้ลงทุนไปชักชวนคนอื่นๆมาร่วมลงทุนอีกมาถึงตรงนี้ใครยังสงสัยอีก แน่นอนว่าผมจะตั้งใจจะมาเล่าให้ฟังแบบหมดเปลือกอยู่แล้ว ดังนั้นไปดูตัวอย่างสมมุติต่อไปนี้ได้เลยครับ

ตัวอย่างของการแชร์ลูกโซ่

โดยผมก็จะขอยกตัวอย่างของธุรกิจชนิดหนึ่งขึ้นมานะครับ โดยให้มีตัวละครคือ นายทุน ตามด้วยผู้ลงทุนคือ นาย A B C และ D ไปเรื่อยๆ ดังตัวอย่างรูปด้านล่าง

รูปที่ 2 ตัวอย่างของการธุรกิจแชร์ลูกโซ่
รูปที่ 2 ตัวอย่างของการธุรกิจแชร์ลูกโซ่

จากรูปจะอธิบายเพิ่มเติมได้ว่า มีนายทุนคนหนึ่งเข้ามานำเสนอการลงทุนในธุรกิจหนึ่งให้แก่นาย A โดยมีเงื่อนไขก็คือ ให้ทำการสมัครสมาชิกเพื่อลงทุนเป็นเงินขั้นต่ำ 30,000 บาท (ไม่ให้ถอนเงิน) แลกกับการที่นาย A จะได้ผลตอบแทนจากเงินลงทุนเป็น 10% ต่อเดือน เท่านั้นยังไม่พอเพื่อที่จะได้คนลงทุนมาเพิ่มอีก ก็จึงเสนอเงื่อนไขแก่นาย A มาเพิ่มคือถ้าไปชักชวนผู้อื่นมาลงทุนด้วยได้นาย A เอาเปอร์เซนต์เพิ่มไปเลยละกัน (ในที่นี้จะไม่ขอนำเปอร์เซนต์ตรงนี้มาคำนวนด้วยเพื่อความง่ายต่อการอธิบาย)

ดังนั้นแล้วนาย A จึงเกิดความละโมบโลภมาก ลงทุนอะไรก็ไม่รู้ แค่เอาเงินไปลงทุนเฉยๆก็ได้เงินละ เมื่อนึกถึงสถานการณ์จริงเมื่อนาย A ได้ผลตอบแทนจริงๆจึงกล้าไปชักชวนผู้อื่นมาลงทุนต่อได้อีก เพราะเหตุนั้นนาย A จึงไปชักชวนให้คนมาลงทุนเพิ่มอีกสัก 9 คน รวมตนเองเป็น 10 คน และจึงเกิดคำถามต่อขึ้น “เขาเอาเงินไหนมาจ่ายเราหว่า ? แสดงว่าลงทุนได้กำจริงสินะ” …..

รูปที่ 3 ตัวอย่างการจ่ายผลตอบแทนของธุรกิจลูกโซ่
รูปที่ 3 ตัวอย่างการจ่ายผลตอบแทนของธุรกิจลูกโซ่

จากรูปภาพด้านบนจะเห็นได้ว่านาย A รวมถึงพรรคพวกรวม 10 คนนำเงินมาลงทุนรวมกันคนละ 30,000 บาทเป็นเงินทั้งสิ้น 300,000 บาทเลยทีเดียว ดังนั้นการที่จะจ่ายเงินปันผลให้คนเหล่านี้เป็นเดือนละ 10% ซึ่งจะตกเดือนละ 3,000 บาทต่อคนเท่านั้นเองครับจะเห็นได้ว่าขนหน้าแข้งไม่ร่วงก็ได้….แต่อนิจจา นายทุน นั้นไม่ได้ไปเสนอให้แก่นาย A เพียงคนเดียวดังรูปภาพที่ 1 แถมยังไม่พอถ้านายทุนสามารถที่จะเสนอกับคนอื่นๆได้อีกสัก 10 คนและ 10 คนนั้นหาคนมาลงทุนได้อีกไม่รู้กี่คน ดังนั้นแล้วภายในเดือนนั้นและเดือนถัดๆไปจะทำให้นายทุนได้รับเงินก้อนมาอย่างมหาศาลเลยทีเดียว

เมื่อฟังมาถึงตรงนี้แล้วจึงเกิดคำถามอีกว่า “ถ้านายทุนหาคนลงทุนมาเพิ่มได้มากๆ เราก็ต้องได้เงินเรื่อยๆก็คุ้มเราสิครับแบบนี้ ?” ขอตอบแบบนี้ว่า “คุ้มแน่ล่ะครับถ้าคุณอยู่ต้นๆสาย” โอกาสที่คุณจะได้ทุนคืนมีสูงมากแถมยังมีโอกาสได้กำไรอีกด้วย จนบางคนรู้เห็นเป็นใจกับธุรกิจด้วยซ้ำไป…แต่ถ้าคุณเป็นพวกปลายๆสายล่ะ จะคุ้มอยู่ไหม ? แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเราเป็นคนลำดับที่เท่าไรไปแล้ว อีกทั้งยังต้องท่องไว้นะครับ ถ้ารู้เห็นเป็นใจต่อให้ไม่ใช่หัวเรื่องก็จะมี คุก คุก คุก!! เป็นปลายทางครับ เพราะธุรกิจนี้เป็นเพียงระเบิดเวลา ที่รอการระเบิดเท่านั้นเอง เป็นอย่างไรไปรับชมได้ในภาพถัดไปครับ

รูปภาพที่ 4 ตัวอย่างการคำนวนการได้กำไรจากธุรกิจแชร์ลูกโซ่
รูปภาพที่ 4 ตัวอย่างการคำนวนการได้กำไรจากธุรกิจแชร์ลูกโซ่

จากรูปภาพดังกล่าวนี้เป็นเพียงการยกตัวอย่างการคำนวนของธุรกิจแชร์ลูกโซ่คร่าวๆเท่านั้น โดยความเป็นจริงจะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่มากกว่านี้ ดังนั้นจากที่เห็นนี้จะเป็นการลงทุนโดยเริ่มจากการชักชวนคน 10 คนมาร่วมลงทุนซึ่งจะต้องเสียค่าสมัครหรือลงทุนเป็นเงิน 30,000 บาทต่อคน และเมื่อจ่ายผลตอบแทนเดือนแรกได้แล้วจะเห็นว่าไม่ได้ใช้เงินมากอะไรครับและยังเหลืออีกมากซะด้วย….ที่นี้ก็กล้าที่จะไปชวนคนต่อไปละครับ ใส่เต็มที่ไม่มียั้ง!!

ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าในเดือนถัดๆไปก็จะมีสมัครชิกที่เพิ่มเป็นเท่าตัวเนื่องจากธุรกิจนี้เป็นธุรกิจในการชักชวน เห็นคนอื่นได้แล้วก็อยากได้บ้างเป็นธรรมดาของมนุษย์ที่ยังศึกษาและพิจารณายังไม่ดีพอ ต่อมาจะเห็นได้ว่ากำไรของนายทุนจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆแถมมีเงินจ่ายให้ทุกๆคนแบบไม่ขาดมืออีก เพราะเหตุนี้จึงกล่าวได้ว่า นาย A ที่เป็นต้นสายจึงมีโอกาสที่จะคืนทุนและได้กำไรจากธุรกิจนี้ไม่ยากเย็นนักนั่นเอง

ต่อมานั้นก็จะถึงคราวที่ธุรกิจจะต้องแยกย้าย และเหตุการณ์เดียวที่จะทำลายวงจรนี้ได้คือ มีผู้สมัครลดลง หรือ ต้นสายเริ่มมีการถอนเงินออกนั่นเองครับ โดยให้ทำการสังเกตุที่เดือนที่ 14 จะเห็นได้ชัดเจนว่ามีผู้สมัครลงน้อยลงและเป็นจุดที่เงินคงเหลือจากที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆกลับลดลงอย่างเห็นได้ชัด (คนสมัครน้อยลง แต่ยอดจ่ายมากขึ้น) นั่นจึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะบอกนายทุนว่า “มันจบแล้วครับนาย ได้เวลาขนเงินหนี!!” จึงทำให้ผู้ที่มาลงทุนในช่วงปลายๆขาดทุนกันระนาวนั่นเองครับ

และท้ายที่สุดคือ ความจริงนั้นเราจะไม่รู้เลยว่าธุรกิจนี้จะจบลงเมื่อไร เพราะมีแต่นายทุนเท่านั้นที่จะรู้ว่ามียอดเงินคงเหลือเท่าไรและเริ่มที่จะขาดทุนหรือยัง นั่นเองครับ หรือกว่าจะรู้ตัวก็ฝากเงินไปแล้ว ถอนก็ไม่ได้ด้วย และแน่นอนว่าคงไม่มีนายทุนคนไหนกล้าที่จะอยู่ต่อถึงเดือนที่ 21 หรอกถูกไหมครับ ถึงแม้ว่าเงินคงเหลือจะยังคงอยู่ก็ตาม เพราะเจตนาที่นายทุนนั้นตั้งใจจะเข้ามากอบโกยกับคนที่ไม่รู้ตาสีตาสา หรือคนที่เดือดร้อนเรื่องเงินก็ตาม ซึ่งถ้าเป็นผมก็คงกระโดดหนีไปใช้เงินตั้งแต่เดือนที่ 14 แล้วล่ะครับ “มันแน่นอก ต้องยกออก !!”


แชร์ลูกโซ่ในตลาด Forex

แชร์ลูกโซ่ในตลาด Forex คือ จะกล่าวโดยง่ายคือธุรกิจที่แชร์ลูกโซ่ธรรมดานี้แหละคร๊าบบ!! เพียงแต่เอามาอ้างว่าเอามาลงทุนในตลาด Forex โดยที่จะมีนักเทรดที่มีฝีมือเก่งกาจ ประสบการณ์สูง จบจากจากสถาบันศึกษา ฮอกวอตส์ ว่าไปนั้น!! ถ้าเก่งขนาดนั้นไปเทรดเองอยู่บ้านเถอะค้าบ ซึ่งแชร์ลูกโซ่ในตลาด Forex นายทุนมักจะมีการชักชวนดังรูปต่อไปนี้

รูปที่ 5 แชร์ลูกโซ่ในตลาด แชร์ Forex
รูปที่ 5 แชร์ลูกโซ่ในตลาด แชร์ Forex

ดังนั้นนั้นจึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมผมต้องมาอารัมภบทเกี่ยวกับการธุรกิจการแชร์ลูกโซ่ยาวนานขนาดนั้น นั่นเป็นเพราะว่า ไม่ว่าจะธุรกิจใดตามก็สามารถใช้เป็นข้ออ้างในการทำธุรกิจแชร์ลูกโซ่ได้เสมอและเหตุผลที่ง่ายต่อการลงทุนมากที่สุดคืออะไรล่ะครับ แน่นอน Forex เช่นเคยเพราะมันเป็นเหตุผลที่ง่ายที่สุดแล้วในการชักชวนเพื่อมาลงทุน จึงทำให้ภาพจำเกี่ยวกับ Forex ในประเทศไทยนั้นไม่ค่อยจะสู้ดีมากนัก เช่นเหตุการณ์ใหญ่ๆอย่าง Forex 3D นั้นเอง….ไว้ผมจะมาเผาให้ฟังนะครับว่าขบวนการนี้เขาทำกันแยบยลขนาดไหน


วิธีการสังเกตลักษณะของการแชร์ลูกโซ่ Forex

แน่นอนว่า Forex เป็นหนึ่งในอาชีพที่หลายๆคนสามารถที่จะหาเลี้ยงชีพกันได้แถมยังเทรดได้ไม่ผิดกฎหมายอีกด้วยนะครับเพียงแต่ “ห้ามชักชวนให้มาลงทุน”ถือว่าผิดกฎหมายนะจ๊ะ!! ดังนั้นแล้วในปัจจุบันถ้าอยากลงทุนกับ Forex ก็มีอีกทางเลือกหนึ่งที่ผู้ลงทุนไม่ต้องเทรดเองก็ได้คือการ Copytrade หรือ การคัดลอกคำสั่งซื้อขาย และแน่นอนว่ามันมีข้อแตกต่างจาก แชร์ Forex แชร์ลูกโซ่ดังรูปภาพต่อไปนี้

รูปที่ 6 ข้อแตกต่างระหว่าง แชร์ Forex และ Copytrade
รูปที่ 6 ข้อแตกต่างระหว่าง แชร์ Forex และ Copytrade

แชร์ลูกโซ่กับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลนี้ได้มาจารายงาน “รู้เท่าทันการเงินนอกระบบ” สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ซึ่งจะมีรายละเอียดเป็นข้อๆดังนี้

  1. พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527

มาตรา 4  : ผู้กระทำการหลอกลวงประชาชนโดยให้ชักชวนให้ลงทุน โดยนำเงินหรือทรัพย์สิน และให้ไปชักชวนคนให้นำเงินมาลงทุนต่อไปเรื่อยๆ ต่อกันไปไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งอ้างว่าจะได้ผลตอบแทนสูง โดยผู้หลอกลวงมิได้นำเงินที่ได้มาไปประกอบธุรกิจที่ถูกกฎหมายเพียงแต่นำเงินที่ได้มาจากผู้ลงทุนรายใหม่ไปหมุนเวียนจ่ายให้แก่ผู้ลงทุนรายเก่า

มาตรา 5 : เป็นความผิดเกี่ยวกับการโฆษณาชักชวนให้ประชาชนนำเงินมาลงทุนฯ ตามลักษณะของมาตรา 4

และ มาตรา 12 : ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา 4 หรือมาตรา 5 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5 แสนบาทถึง 1 ล้านบาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 1 หมื่นบาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

  1. ประมวลกฎหมายอาญา (ความผิดฐานฉ้อโกง)

มาตรา 341: ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้น ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้น กระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  1. ประมวลกฎหมายอาญา (ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน)

มาตรา 343: ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 341 ได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริง ซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวโนวรรคแรก ต้องด้วยลักษณะดังกล่าวใน

และ มาตรา 342: อนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 1 พันบาทถึง 1 หมื่น 4 พันบาท

พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550

มาตรา 3, 14 (1) ฐานร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ประกอบกับความผิดฐานร่วมกัน “กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน” และร่วมกัน “ฉ้อโกงประชาชน”

*อ้างอิงจาก : ThaiHotline


สรุป

แชร์ลูกโซ่ forex คือ ธุรกิจประเภทหนึ่งที่เป็นการแชร์ลูกโซ่ ชักชวนให้คนมาลงทุนโดยอ้างว่านำมาเทรด Forex ซึ่งสาเหตุที่คนมักจะหลงเชื่อก็เพราะว่าโฆษณาชวนเชื่อว่าให้ผลตอบแทนที่สูง ผสมกับมีการชักชวนจากนักลงทุนอื่นที่มีความน่าเชื่อถือหรือเป็นคนใกล้ชิดที่เคยได้รับผลตอบแทนมาแล้วนั่นเอง ดังนั้นจึงจะต้องระมัดระวังและพิจาณาให้ถี่ถ้วนก่อนการลงทุนเสมอว่าไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายดาย แม้แต่วอร์เรน บัฟเฟตต์ ยังสามาถทำกำไรได้เพียง 20% ต่อปีเท่านั้นเอง

อ้างอิง

https://en.wikipedia.org/wiki/Ponzi_scheme

https://corporatefinanceinstitute.com/resources/wealth-management/ponzi-scheme/

https://www.unit21.ai/fraud-aml-dictionary/ponzi-scheme

https://constantinecannon.com/practice/whistleblower/whistleblower-types/financial-investment-fraud/ponzi-schemes/