แนวรับ-แนวต้าน คืออะไร? หลักการอ่านพฤติกรรมราคาที่เทรดเดอร์ควรรู้

Highlight

  • แนวรับ คือจุดที่เข้ามารับแรงขายเอาไว้ไม่ให้ทะลุลงไปต่อได้เพราะมีแรงซื้อจำนวนมากรออยู่
  • แนวต้าน คือจุดที่ต้านราคาเอาไว้ไม่ให้ขึ้นต่อไปได้ เพราะมีแรงขายจำนวนมากรออยู่
  • ราคาที่ลงทะลุแนวรับลงไปได้ แนวรับนั้นจะสลับหน้าที่กลายเป็นแนวต้าน, ราคาที่พุ่งทะลุผ่านแนวต้านขึ้นไปได้ แนวต้านนั้นจะสลับหน้าที่กลายเป็นแนวรับ
  • การเทรดตามแนวรับ-แนวต้านมี 3 วิธี คือ การเทรดโดยใช้ช่วงราคา, การเทรดโดยการ Breakout และการเทรดตามแนวโน้ม

แนวรับ-แนวต้าน คืออะไร?

แนวรับ-แนวต้าน (Support, Resistant) อธิบายให้เห็นภาพเข้าใจง่ายๆ ก็คือกำแพงของราคาที่คอยขวางราคาไม่ให้ขึ้นต่อหรือทะลุลงไปได้ เมื่อราคาวิ่งมาถึงจุดที่เป็นแนวรับ-แนวต้าน ก็จะเกิด Reaction บางอย่างขึ้น เช่น การกระเด้งกลับไปยังฝั่งเดิม ทุกคนนึกภาพตามออกใช่ไหมครับ

กราฟแสดงราคาเด้งขึ้นเมื่อสัมผัสระดับแนวรับด้านล่าง - กราฟแสดงราคาเด้งกลับลงมาเมื่อสัมผัสระดับแนวต้านด้านบน
ภาพอธิบายแนวรับ แนวต้าน

·       แนวรับ (Support)

คือจุดที่รับแรงขายที่เทลงมาเอาไว้ไม่ให้ทะลุลงไปต่อ เพราะมีแรงซื้อจำนวนมากเข้ามารับไว้ ทำให้ราคาเด้งกลับทางเดิมเราจะเรียกจุดนี้ว่า “แนวรับ”

·       แนวต้าน (Resistant)

คือจุดที่แรงซื้อพุ่งขึ้นมาแล้วไม่สามารถผ่านขึ้นไปต่อได้ เพราะมีแรงขายรออยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ราคาเด้งกลับทางเดิม เราจะเรียกจุดนี้ว่า “แนวต้าน”

*ส่วนตัวผมใช้วิธีการจำง่ายๆ แบบนี้นะครับ แนวรับ คือรับราคาเอาไว้ไม่ให้ราคาลงไปต่อได้ ส่วน แนวต้าน ก็คือต้านราคาเอาไว้เหมือนเพดานราคาที่ต้านไม่ให้ราคาขึ้นต่อไปได้


วิธีการตีเส้นแนวรับ-แนวต้าน

ปัญหาที่เทรดเดอร์หลายคนเจอก็คือไม่รู้ว่าจะตีเส้นแนวรับ-แนวต้านอย่างไร ไม่รู้จะตีตรงจุดไหนดี เพราะฉะนั้นเราจะมาดูไปพร้อมกันนะครับ

วิธีการตีเส้นแนวรับแนวต้าน (Support and Resistance) บนกราฟแท่งเทียน พร้อมคำแนะนำการวางเส้นที่บริเวณเนื้อเทียนและปลายไส้เทียน
ภาพตัวอย่างการตีเส้นในตลาดตามแนวรับ-แนวต้าน

·       วิธีการตีเส้นแนวรับ (Support)

ให้ตีเป็นเส้นแนวนอนยาวใต้เนื้อเทียนแท่งคู่ก็ได้ (แท่งเขียวกับแท่งแดงติดกัน) หรือบริเวณที่เป็นไส้เทียนก็ได้นะครับแล้วแต่สะดวก ถ้าราคาลงมาถึงแนวรับที่เราตีไว้แล้วสามารถทะลุผ่านแนวรับไปได้ ราคาก็จะลงต่อ แต่ถ้าทะลุผ่านลงไปไม่ได้ ราคาเค้าก็จะวิ่งกลับทางเดิม

·       วิธีการตีเส้นเนวต้าน (Resistant)

ให้ตีเป็นเส้นแนวนอนยาวเหนือเนื้อเทียนแท่งคู่ก็ได้ (แท่งเขียวกับแท่งแดงติดกัน) หรือบริเวณที่เป็นไส้เทียนก็ได้ ถ้าราคาพุ่งขึ้นมามาถึงเส้นแนวต้านที่เราตีไว้แล้วสามารถทะลุผ่านแนวต้านไปได้ ราคาก็จะขึ้นต่อ แต่ถ้าไม่สามารถทะลุผ่านขึ้นไปได้ ราคาก็จะวิ่งย้อนกลับทางเดิม

o   ตัวอย่างการตีเส้นแนวรับ-แนวต้านใน Side Way

ตัวอย่างการตีเส้นแนวรับและแนวต้านในสภาวะตลาดที่ราคาเคลื่อนที่ออกข้าง
ภาพตัวอย่างการตีเส้นในตลาด Sideway

o   ตัวอย่างการตีเส้นแนวรับ-แนวต้านในเทรนด์ขาขึ้น  (Uptrend)

การตีเส้นแนวรับและแนวต้านตามแนวโน้มขาขึ้น
ภาพตัวอย่างการตีเส้นใน Trend ขาขึ้น

o   ตัวอย่างการตีเส้นแนวรับ-แนวต้านในเทรนด์ขาลง (Downtrend)

การตีเส้นแนวรับและแนวต้านตามแนวโน้มขาลง
ภาพตัวอย่างการตีเส้นใน Trend ขาลง

ความสำคัญของแนวรับ-แนวต้านกับการเทรด

ความจริงแล้วแนวรับ-แนวต้านนี่เป็นหนึ่งในหัวข้อหลักที่เทรดเดอร์ทุกคนควรรู้ก่อนจะเริ่มเทรดจริงไม่สามารถมองข้ามได้เลยนะครับ สำคัญอย่างไรมาดูต่อเลย

  • รู้ว่าเราต้องรอเข้าออเดอร์ที่โซนไหน เพราะเรารู้จุดที่จะเข้าเทรดแล้วว่าราคาตอนนี้กำลังวิ่งอยู่โซนไหน ถ้าราคาวิ่งมาใกล้แนวต้านที่เราตีเส้นไว้ก็กด Sell, ถ้าราคาลงมาใกล้แนวรับเราก็กด Buy
  • ช่วยให้มองเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่ากราฟกำลังอยู่ในเทรนด์อะไร เช่น กำลังวิ่งเป็นเทรนด์ขาขึ้น, เทรนด์ขาลง หรือวิ่งอยู่ในวงจรไซด์เวย์
  • ป้องกันการเทรดมั่ว อันนี้สำคัญเลยนะครับทุกคน พอเรารู้ว่าเรารอตรงจุดไหนแล้วเราก็จะไม่เทรดมั่ว รอเข้าออเดอร์เฉพาะตรงจุดที่เป็นแนวรับหรือแนวต้านสำคัญเท่านั้น ช่วยลดโอกาสการพอร์ตแตกได้ด้วย

การสลับบทบาทระหว่าง “แนวรับ” กับ “แนวต้าน”

มีใครรู้บ้างครับว่าแนวรับกับแนวต้านนั้นเค้าสามารถสลับหน้าที่กันได้ด้วยนะ ซึ่งเค้าจะสลับหน้าที่กันก็ต่อเมื่อเส้นแนวรับ-แนวต้านที่เราตีเอาไว้ถูกทำลายลงอย่างชัดเจนแล้ว เมื่อนั้นแหละเค้าจะสลับบทบาทหน้าที่กัน คือ

  • ถ้าแนวต้านถูกทำลายลง (ราคาทะลุขึ้นไปได้) แนวต้านนั้นก็จะทำหน้าที่เป็นแนวรับ
แผนภูมิแสดงแนวต้านที่ถูกทำลายแล้วเปลี่ยนหน้าที่กลายเป็นแนวรับ
ภาพการสลับบทบาทของแนวรับ-แนวต้าน
  • ถ้าแนวรับถูกทำลายลง (ราคาทะลุลงไปได้) แนวรับนั้นก็จะทำหน้าที่เป็นแนวต้าน
แผนภูมิแสดงแนวรับที่ถูกทำลายแล้วเปลี่ยนหน้าที่กลายเป็นแนวต้าน
ภาพการสลับบทบาทของแนวรับ-แนวต้าน

วิธีการเทรดโดยใช้แนวรับ-แนวต้าน

ทีนี้ก็มาถึงไฮไลต์สำคัญแล้วครับนั่นก็คือเราจะเข้าออเดอร์โดยใช้แนวรับ-แนวต้านอย่างไร วิธีที่เราใช้บ่อยๆ จะมีอยู่ 3 รูปแบบด้วยกันดังต่อไปนี้

1.เทรดโดยใช้ช่วงราคา

เราจะเทรดในกรอบราคาระหว่างเส้นแนวรับ-แนวต้านที่เราได้ตีเอาไว้แล้ว โดยมีเงื่อนไขการเทรดคือ

ตัวอย่างการเทรด Forex ในตลาดไซด์เวย์ (Sideways) โดยใช้เส้นแนวรับและแนวต้านเป็นเกณฑ์ในการหาจุด Buy และ Sell ที่แม่นยำ
ภาพนี้เน้นสอนการเทรดในสภาวะตลาด Sideways ที่ราคาวิ่งอยู่ในกรอบชัดเจน
  • เมื่อราคาวิ่งมาใกล้หรือแตะบริเวณเส้นแนวต้าน เราจะ Sell
  • เมื่อราคาวิ่งลงมาใกล้หรือแตะบริเวณที่เป็นเส้นแนวรับ เราจะ Buy

แนะนำให้ตั้ง SL หลังเส้นแนวรับ-แนวต้านอย่างน้อย 500-1000 จุดนะครับ เพราะกราฟช่วงนี้วิ่งแรงมาก จะตั้ง 200-300 จุดเหมือนแต่ก่อนไม่ได้แล้ว

2.เทรดโดยการ Breakout

เมื่อมีราคาทะลุเส้นแนวรับ-แนวต้านที่เราตีเอาไว้ เราจะเข้าออเดอร์หลังจากนั้น แต่ไม่ใช่ว่าทะลุปุ๊บเราจะเข้าออเดอร์ได้เลยนะครับ สมมติถ้าราคาทะลุแนวรับลงไปได้แล้วเราต้องรอให้เขากลับมารีเทสก่อน ถ้าเขาย้อนกลับมาแล้วไม่ทำลาย แนวต้าน (แนวรับเก่า) เราถึงจะกด Sell

กราฟแสดงราคาทะลุแนวรับแล้วย้อนกลับมาทดสอบก่อนปรับตัวลงต่อ
ภาพกลยุทธ์การเทรดแบบ Breakout และ Retest

3.การเทรดตามแนวโน้ม

ให้เราตีเส้นแนวโน้มโดยตีเส้นให้สัมผัสกับจุดต่ำสุด อย่างเช่นตัวอย่างในรูปด้านล่างเป็นเทรนด์ขาขึ้น เราจะตีเส้นสัมผัสกับจุดต่ำสุดให้เชื่อมกันนะครับ

วิธีการตีเส้นแนวโน้มโดยเชื่อมจุดต่ำสุดของราคาในเทรนด์ขาขึ้น
ภาพการตีเส้น Trendline สัมผัสจุดต่ำสุด
  • วิธีการเข้าออเดอร์เราจะเข้าออเดอร์ Sell ก็ต่อเมื่อราคาขึ้นมาสัมผัสกับเส้นแนวต้านที่เราตีไว้ แนะนำว่าอย่าเข้าเกิน 2 ครั้ง เพราะถ้าเขาสัมผัสเส้นแนวต้านเกิน 3 ครั้งเมื่อไหร่มีโอกาสที่กราฟจะทะลุสูงมาก ดังตัวอย่างในรูปภาพ

ข้อควรระวังในการเทรดโดยใช้แนวรับ-แนวต้าน

อีกหนึ่งเรื่องที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องระวังในการเทรดตามแนวรับ-แนวต้านนะครับ ก็คือ ราคาเค้าจะสัมผัสที่เส้นแนวรับ-แนวต้านแล้วก็เด้งกลับไม่เกิน 2-3 ครั้งเท่านั้นนะครับ ถ้าหากราคามีการสัมผัสกับเส้นแนวรับ-แนวต้านมากกว่า 3 ครั้งขึ้นไป แสดงว่าโอกาสที่จะทะลุมีสูง เพราะฉะนั้นเราจะรอไปก่อนเพื่อดูทิศทางของกราฟให้ชัดเจน

เคล็ดลับการใช้เส้นแนวรับแนวต้านสำหรับเทรดเดอร์ ข้อควรระวังเมื่อราคาสัมผัสเส้นเกิน 3 ครั้ง และวิธีรับมือเมื่อกราฟเกิดการ Breakout
ภาพเทคนิคและข้อควรระวังในการใช้แนวรับ-แนวต้าน
  • เข้าออเดอร์ไม่เกิน 2-3 ครั้งเมื่อราคาลงมาสัมผัสกับเส้นแนวรับ-แนวต้าน
  • ถ้าราคาสัมผัสกับเส้นแนวรับ-แนวต้านเกิน 3 ครั้งขึ้นไปยังไม่ควรเทรด ให้รอดูไปก่อนว่าเขาจะทะลุเส้นแนวรับ-แนวต้านไปได้หรือเปล่า ถ้ารีบเข้าเกินไปเราอาจโดนกราฟดีดใส่หน้าได้นะครับ 555
  • หากราคาทะลุเส้นแนวรับ-แนวต้านมาได้แล้ว ทุกคนอย่าเพิ่งใจร้อนรีบเข้าออเดอร์นะครับ รอให้เขากลับมารีเทสก่อนถ้ารีเทสแล้วไม่ทำลายแนวรับใหม่-แนวต้านใหม่ เราค่อยพิจารณาเข้าออเดอร์ต่อไป แบบนี้จะปลอดภัยกว่า

วิดีโออธิบายเรื่องแนวรับ-แนวต้าน

สำหรับเพื่อนคนไหนที่ยังไม่เข้าใจลองดูวิดีโอสอนเกี่ยวกับแนวรับ-แนวต้านด้านล่างเพิ่มเติมก็ได้ครับ คนนี้เขาอธิบายเข้าใจง่ายดี เชื่อว่าทุกคนน่าจะเข้าใจเรื่องแนวรับ-แนวต้านมากขึ้น

  • นาทีที่ 1:11 แนวรับ-แนวต้านคืออะไร?
  • นาทีที่ 6:45 การเทรดโดยใช้แนวรับ
  • นาทีที่ 9:20 การเทรดโดยใช้แนวต้าน
  • นาทีที่ 10:38 ตัวอย่างแนวรับ-แนวต้านในกราฟจริง

สรุปท้ายบท

เป็นยังไงบ้างครับ ตอนนี้ทุกคนคงจะเห็นความสำคัญของแนวรับ-แนวต้านแล้วใช่ไหมครับว่าสำคัญอย่างไรกับการเทรด เพราะฉะนั้นอย่าลืมเอาไปลองปรับใช้ดูนะครับ เอาไปฝึกตีโซนแนวรับ-แนวต้านเอาไว้ เชื่อว่าหลังจากนี้เราจะมองเห็นจุดเข้าได้ง่ายขึ้นไม่ต้องเทรดมั่วอีกต่อไป หน้าที่ของเราก็แค่รอให้กราฟเข้ามาตรงโซนที่เรารอก็พอ บอกเลยว่าชีวิตเทรดเดอร์อย่างพวกเราจะง่ายขึ้นอีกหลายเท่าเลยถ้าเข้าใจเรื่องแนวรับ-แนวต้านอย่างแจ่มแจ้ง


แหล่งอ้างอิง

  1. เทรดแนวรับแนวต้านยังไงให้เวิร์ค ทำไมกราฟจริงไม่เหมือนในตำรา?: https://www.youtube.com/watch?v=EslCMlYiJF8
  2. Support and Resistance Levels in Trading: https://naga.com/en/academy/support-resistance
  3. Support and resistance levels in CFD trading: https://insights.exness.com/trading-basics/support-and-resistance-levels-cfd-trading/
  4. Support and resistance levels explained – how to use them: https://tradenation.com/articles/support-and-resistance/

 

ทีมงาน : thaiforexbroker.com

สารบัญ