เบื่อไหมกับการวิ่งไล่ราคาแล้วโดนตลาดแกงด้วย False Breakout? ลองเปลี่ยนมาใช้เทคนิคการเข้าเทรดจังหวะที่ 2 หรือการรอ Retest ที่จะช่วยยืนยันแนวโน้มให้ชัวร์ขึ้น พร้อมคว้าราคาในจุดที่ได้เปรียบและเสี่ยงน้อยลงแบบที่มือโปรเขาใช้กันครับ
Highlight บทคัดย่อ
- การเทรด Breakout มีความเสี่ยงที่จะโดน Stop Hunt จาก False Breakout ซึ่งเป็นพฤติกรรมราคาที่รายใหญ่วางกับดักเอาไว้
- การเทรด Breakout & Retest ใช้ Key Levels ร่วมกับสัญญาณการกลับตัวจากแท่งเทียนและอินดิเคเตอร์ในการเทรด
- Breakout & Retest เป็นกลยุทธ์ที่มีความเสี่ยงต่ำจากการรอการยืนยันราคา Breakout แต่ต้องแลกกับการรอโอกาสเข้าเทรดที่นานขึ้น
การเทรด Breakout

- Breakout เป็นลักษณะการเทรดตามโมเมนตัมของแท่งเทียนที่ปิดทะลุจาก Key Levels
- สิ่งสำคัญของการ Breakout คือการดูโมเมนตัมของราคา เพราะราคามีโอกาสที่จะทะลุหลอกและกลายเป็น False Breakout ได้
Genuine Breakout
- ลักษณะการ Breakout และราคาไปต่อจริง
- ลักษณะกราฟแท่งเทียนที่ Breakout ออกไป จะมีลักษณะดังนี้
- ปิดเหนือไส้บริเวณแท่งเทียนที่อยู่แนวรับหรือแนวต้าน
-
- เป็นแท่งโมเมนตัมที่มีเนื้อเทียนใหญ่
-
- เมื่อ Breakout ออกไปแล้วราคาไม่กลับเข้ามาในโซนแนวรับแนวต้านเดิม
False Breakout
- ลักษณะของราคาที่มีการ Breakout แล้วกลับตัวหลังจากนั้นไม่นาน
- เป็นพฤติกรรมที่รายใหญ่ใช้ในการทำกำไรจาก Stop Loss ของรายย่อย
- ลักษณะของแท่งเทียนที่มีโอกาสเกิดเป็น False Breakout
-
- แท่งเทียนมีไส้เทียนมากกว่าเนื้อเทียน
-
- เนื้อเทียนของแท่งที่ Breakout ไม่สามารถปิดคลุมไส้ของแท่งเทียนที่อยู่บริเวณแนวรับแนวต้านได้
Breakout & Retest เทคนิคเข้าเทรดจังหวะ 2

- เทคนิคการเทรดที่รอราคา Breakout Key Levels และรอราคากลับมาทดสอบโซนเดิมแล้วจึงค่อยเข้า
- เป็นเทคนิคการเทรดตามเทรนด์ในลักษณะ Pullback / Throwback
การ Retest เกิดขึ้นอย่างไร
- นักเทรดมีการเข้ามาในตลาดหลังจากที่มีการยืนยันแนวโน้มแล้ว
- Trapped Trader มีการปิดออเดอร์ฝั่งตรงข้ามกับแนวโน้มปัจจุบัน
- โซนที่เกิดการ Retest เป็นโซนที่รายใหญ่จะเข้ามาในตลาด
ไทม์เฟรมที่ควรใช้เทรด Breakout & Retest

- ไทม์เฟรม 5 นาที ถึง 15 นาที สามารถเทรด Breakout & Retest ได้ จะมีความผันผวนสูง ซึ่งมีโอกาสจะเจอสัญญาณหลอกได้บ่อย
- ไทม์เฟรม 4 ชั่วโมง ถึง Daily โซน Key Levels เริ่มมีความน่าเชื่อถือ และมีความแข็งแรง การเทรด Breakout & Retest จะมีประสิทธิภาพสูง
หลักการสร้าง Trade Setup

1. กำหนด Key Level
- เริ่มต้นจากกำหนด Key Level เพื่อหาโซนราคาในการเทรดโดยใช้เครื่องมือเหล่านี้
- แนวรับแนวต้าน
-
- เส้นแนวโน้ม
2. รอราคา Breakout จาก Key Level
- รอราคา Breakout ออกจาก Key Level เป็นการกำหนดทิศทางของแนวโน้มในตลาด
3. รอราคา Retest เพื่อเข้าเทรด
- เมื่อราคากลับมา Retest บริเวณ Key Level ให้ใช้เครื่องมือเหล่านี้เป็นสัญญาณในการเข้าเทรดตามเทรนด์
- รูปแบบของแท่งเทียนกลับตัว
-
- การตัดกันของอินดิเคเตอร์ Oscillator เช่น Stochastic, MACD
ตัวอย่างการเทรด Breakout & Retest
การเทรดตลาดขาขึ้น

- กำหนดแนวต้าน
- รอราคา Breakout แนวต้าน
- รอราคากลับมาทดสอบ
- เกิดแท่งเทียนกลับตัวพร้อมกับ Stochastic ตัดขึ้น
- เปิด Buy
- ตั้ง Stop Loss ใต้โซนแนวต้าน
- ตั้ง Take Profit RR 1:2
การเทรดตลาดขาลง

- กำหนดแนวรับ
- รอราคา Breakout แนวรับ
- รอราคากลับมาทดสอบ
- เกิดแท่งเทียนกลับตัวพร้อมกับ Stochastic ตัดลง
- เปิด Sell
- ตั้ง Stop Loss เหนือโซนแนวรับ
- ตั้ง Take Profit RR 1:2
ข้อดีของการเทรด Breakout & Retest

ไม่โดนหลอกจาก False Breakout
- การรอราคากลับมา Retest เพื่อเข้าเทรดจังหวะ 2 ช่วยให้เราสามารถสังเกตพฤติกรรม False Breakout และไม่ถูกหลอกจากรายใหญ่
เป็นการยืนยันแนวโน้มตลาด
- หากราคาเกิดการ Retest และสามารถกลับตัวไปในทิศทางเดียวกับการ Breakout เป็นการยืนยันว่าตลาดกำลังเข้าสู่เทรนด์ใหม่
เป็นจุดเข้าเทรดที่ได้เปรียบตลาด
- จุดที่ราคา Retest มักเป็นจุดที่ใกล้กับ Key Levels หรือ Area of Value ซึ่งเป็นจุดที่เข้าเทรดแล้วได้เปรียบตลาด มีความเสี่ยงต่ำและมีโอกาสทำ Risk Reward ได้ดี
ข้อเสียของการเทรด Breakout & Retest

พลาดโอกาสการเทรดในตลาดเทรนด์
- หากตลาดวิ่งเป็นเทรนด์ที่แข็งแรงบางครั้งราคาไม่กลับมา Retest ทำให้พลาดโอกาสการเทรดได้
รอสัญญาณการเทรดนาน
- หลังจากที่ราคาเกิดการ Breakout บางครั้งใช้เวลานานกว่าราคาจะกลับมา Retest โซนเดิม
ต้องมีสัญญาณยืนยันการ Retest
- เมื่อราคา Breakout และกลับมา Retest ต้องมีอินดิเคเตอร์ช่วยเหลือเพื่อยืนยันสัญญาณเทรดเช่น RSI, Stochastic, MACD หรือ Bollinger Bands
คลิปวิดีโอเกี่ยวกับ Breakout Trading การเข้าเทรดจังหวะ 2
ผมอยากให้เพื่อน ๆ เข้าใจเกี่ยวกับการเทรด Breakout & Retest มากขึ้นจึงแนะนำคลิปวิดีโอนี้มาประกอบครับ
- Focus นาทีที่ 1:00 โครงสร้างตลาดสำหรับเทรด Breakout & Retest
- Focus นาทีที่ 3:30 Market Phase ที่สำคัญของการเทรด Breakout & Retest
- Focus นาทีที่ 4:30 Candlestick Pattern สำหรับการเทรดตลาดขาขึ้น
- Focus นาทีที่ 6:20 Candlestick Pattern สำหรับการเทรดตลาดขาลง
- Focus นาทีที่ 7:53 ตัวอย่างการเทรดตลาดขาขึ้น
- Focus นาทีที่ 10:09 ตัวอย่างการเทรดตลาดขาลง
สรุป
การเทรด Breakout & Retest คือการรอเข้าจังหวะ 2 เมื่อราคากลับมาทดสอบหลังจากที่ราคา Breakout ออกจาก Key Levels การเทรดในลักษณะนี้ลดความเสี่ยงจากการ False Breakout และมีจุดเข้าเทรดที่ดีมีความเสี่ยงต่ำ แต่ก็ต้องแลกกับการพลาดโอกาสเทรดในกรณีที่เทรนด์แข็งแรงและมีแรงส่งจากโมเมนตัมสูง เพราะราคาจะไม่ย่อกลับมาให้เข้าเทรดครับ
ในการเทรด Breakout & Retest จำเป็นต้องรอสัญญาณยืนยันจากรูปแบบแท่งเทียนหรืออินดิเคเตอร์ เพื่อให้การเข้าเทรดมีความแม่นยำมากขึ้นครับ
อ้างอิง
- How to Trade the Break and Retest Strategy Like a Pro: https://www.ebc.com/forex/how-to-trade-the-break-and-retest-strategy-like-a-pro
- Best Break and Retest Strategy: Trade Breakouts Wisely: https://beirmancapital.com/best-break-and-retest-strategy/#elementor-toc__heading-anchor-5
- Break and Retest Trading Explained for Beginners: https://www.xs.com/en/blog/break-retest-trading/
ทีมงาน : thaiforexbroker.com

