Highlight บทคัดย่อ
- Trading Session คือช่วงเวลาการเปิดและปิดตลาดตามศูนย์กลางการเงินโลก โดยจะมีนักลงทุนสถาบันหรือนักลงทุนรายใหญ่ เข้ามาร่วมทำธุรกรรมในตลาดทำให้มีปริมาณการซื้อขายมากขึ้น
- Trading Session มีทั้งหมด 4 ภูมิภาคและเวลาจะถูกเปลี่ยนแปลงไปตาม Daylight Saving Time ได้แก่
- ตลาด Sydney
- ตลาด Tokyo
- ตลาด London
- ตลาด New York
- การดูความต่อเนื่องของราคาในตลาด Forex ผ่าน Trading Session สิ่งสำคัญคือราคา High/Low ของ Session ก่อนหน้า และการใช้กลยุทธ์การ Break Out ในการดูความต่อเนื่องของราคา
Trading Session

Trading Session คือช่วงเวลาการเปิดปิดของตลาด Forex ตามศูนย์กลางการเงินหลักทั่วโลก โดยเป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนรายใหญ่ เช่น นักลงทุนสถาบัน ธนาคาร เข้ามาทำธุรกรรมในตลาด ซึ่ง Trading Session แบ่งออกเป็นภูมิภาคด้วยกันได้แก่
- ตลาด Sydney
- ตลาด Tokyo
- ตลาด London
- ตลาด New York
ตารางเวลา Trading Session
Trading Session จะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลด้วยเช่นเดียวกันโดยในช่วงฤดูร้อนตั้งแต่เดือนมีนาคมจนถึงพฤศจิกายนเป็นช่วง Daylight Saving Time (DST) ตลาดจะถูกเลื่อนให้เปิดและปิดเร็วขึ้น 1 ชั่วโมง
เวลาการเปิดปิดในช่วง DST (มี.ค.-พ.ย.)
- ตลาด Sydney ช่วงเวลา 04.00-13.00 น.
- ตลาด Tokyo ช่วงเวลา 06.00-15.00 น.
- ตลาด London ช่วงเวลา 13.00-22.00 น.
- ตลาด New York ช่วงเวลา 18.00-03.00 น.
เวลาการเปิดปิดตลาดนอกช่วง DST (พ.ย.-มี.ค.)
- ตลาด Sydney ช่วงเวลา 04.00-13.00 น.
- ตลาด Tokyo ช่วงเวลา 06.00-15.00 น.
- ตลาด London ช่วงเวลา 14.00-23.00 น.
- ตลาด New York ช่วงเวลา 19.00-04.00 น.
ความสำคัญของ Trading Session

- เป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนรายใหญ่เข้ามาซึ่งจะเพิ่มปริมาณการซื้อขายให้กับตลาด Forex
- เป็นช่วงเวลาที่เชื่อมโยงกับการประกาศ ข่าวและตัวเลขเศรษฐกิจ ในตลาด Forex
- ช่วยวางแผนและสร้างกลยุทธ์การเทรด
- ช่วยในการจัดการความเสี่ยงในการเทรด
- เป็นส่วนสำคัญที่ใช้ใน การเลือกคู่เงิน รวมถึงสินทรัพย์อื่นๆที่ต้องการเทรดให้เหมาะสมกับเวลาว่างและสไตล์การเทรดของเรา
ปริมาณการซื้อขายกับ Trading Session

Trading Session ในแต่ละช่วงเวลาจะมีปริมาณการซื้อขายแตกต่างกันซึ่งเราจะเรียงลำดับจากน้อยไปมากดังนี้ครับ
- ตลาด Sydney เป็นช่วงที่มีปริมาณการซื้อขายต่ำมาก ราคามีความผันผวนน้อย
- ตลาด Tokyo เป็นช่วงที่มีปริมาณการซื้อขายต่ำ ราคามีความผันผวนน้อย
- ตลาด London เป็นช่วงที่มีมีปริมาณการซื้อขายปานกลาง ราคามีความผันผวนปานกลาง
- ตลาด New York เป็นช่วงที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด ราคามีความผันผวนสูง (ช่วงตลาด New York เป็นช่วงที่คนนิยมเทรดกันมากที่สุด)
เราเหมาะกับตลาดแบบไหน
- เป็นคนรับความเสี่ยงต่ำเหมาะกับตลาด Sydney และ Tokyo
- เป็นคนรับความเสี่ยงระดับปานกลางเหมาะกับตลาด London
- เป็นคนรับความเสี่ยงสูงเหมาะกับตลาด New York
การเลือกคู่เงินให้เหมาะกับ Trading Session

ตลาด Sydney (ค่าเงินที่จับคู่กับ AUD และ NZD)
- NZD/USD
- AUD/USD
- AUD/JPY
- NZD/JPY
- AUD/EUR
ตลาด Tokyo (ค่าเงินที่จับคู่กับ JPY)
- USD/JPY
- GBP/JPY
- AUD/JPY
- NZD/JPY
- EUR/JPY
ตลาด London (ค่าเงินที่จับคู่กับ EUR,CHF และ GBP)
- GBP/USD
- EUR/USD
- USD/CHF
- GBP/JPY
- EUR/JPY
ตลาด New York (ค่าเงินที่จับคู่กับ USD และ CAD)
- GBP/USD
- EUR/USD
- USD/CHF
- CAD/USD
- NZD/USD
- AUD/USD
- USD/JPY
วิธีอ่านความต่อเนื่องของราคาในตลาด Forex
เราสามารถอ่านความต่อเนื่องของราคาคู่เงินในตลาด Forex โดยเราต้องเลือกคู่เงินที่มี Trading Session ต่อเนื่องกัน
- การเลือกคู่เงินที่มี Trading Session ติดกันจะทำให้อ่านความต่อเนื่องของราคาได้ง่าย
- การอ่านกับความต่อเนื่องของราคาให้อ่านในไทม์เฟรมใหญ่พร้อมกับดูแนวโน้มระยะยาวหรืออ่านโครงสร้างราคาประกอบเพื่อคาดการณ์ทิศทางของราคาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ตัวอย่างคู่เงิน GBP/JPY
1. เปิดกราฟในตลาด Tokyo ไทม์เฟรม 4H แนวโน้มระยะยาวจาก EMA50 คือแนวโน้มขาขึ้นและตีราคา High/Low ในช่วงตลาด Tokyo
2. เมื่อย่อไปดูกราฟไทม์เฟรม 1H จะเห็นราคาเกิด Break Out ราคา High ที่ตีเอาไว้ ในช่วงตลาด London ราคามีโอกาสขึ้นต่อ แสดงถึงความต่อเนื่องของแนวโน้มขาขึ้น
ตัวอย่างคู่เงิน EUR/USD
1. เปิดกราฟในตลาด London ไทม์เฟรม 4H แนวโน้มระยะยาวจาก EMA50 คือแนวโน้มขาลงและตีราคา High/Low ในช่วงตลาด London
2. ย่อไปดูกราฟไทม์เฟรม 1H จะเห็นราคาเกิด Break Out ราคา Low ที่ตีเอาไว้ ในช่วงตลาด New York ราคามีโอกาสลงต่อ แสดงถึงความต่อเนื่องของแนวโน้มขาลง
ตัวอย่าง Trading Session ไม่มีความต่อเนื่องของราคา
ตัวอย่างคู่เงิน EUR/USD
- จากภาพนี้จะเห็นได้ว่าเมื่อมีการตีราคา High/Low ในช่วงตลาด London แต่ราคาไม่ได้มีการ Break Out ในช่วงตลาด New York แสดงว่าราคาไม่มีความต่อเนื่องของเทรนด์ และวิ่งในตลาด Side Way ก่อนที่จะเกิดการ Break Out จริงในวันถัดไป
ตัวอย่างคู่เงิน AUD/JPY
- จากภาพจะเห็นได้ว่าในไทม์เฟรม 1 ชั่วโมงราคายังอยู่ในแนวโน้มขาลง แต่ราคาได้มีการ Break Out ราคา High ตลาด Sydney ในช่วงตลาด Tokyo และทำให้ราคากลับตัวขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้ราคาเกิดการเปลี่ยนเป็นจากแนวโน้มขาลงเป็นแนวโน้มขาขึ้น
สไตล์การเทรดที่เหมาะสม
- การเทรด Break Out ตามเทรนด์
- การเทรด Break Out ตาม Session
- เทรดจุดกลับตัว
- การเทรดแบบ Scalping / Daytrading จบในวัน
คลิปวีดิโอเกี่ยวกับวิธีการเทรดโดยใช้ Trading session
เพื่อเป็นตัวอย่างวิธี การใช้ Trading Session ในการเทรด ผมแนะนำคลิปวีดีโอมาฝากเพื่อนๆให้ชมครับ
- Focus นาทีที่ 1.20 อธิบายการเทรดด้วย Trading Session (ตัวอย่าง London Breakout)
- Focus นาทีที่ 2.00 การวางแผนการเทรด
- Focus นาทีที่ 3.50 วิธีการเข้าเทรด
- Focus นาทีที่ 4.50 การทดสอบกลยุทธ์การเทรด
สรุป
Trading Session คือช่วงเวลาตลาดเปิดปิดแบ่งตามภูมิภาคของศูนย์กลางการเงินโลก โดยมี 4 ภูมิภาคได้แก่ Sydney, Tokyo, London และ New York ซึ่งช่วงเวลาของ Trading Session จะเปลี่ยนไปตาม Daylight Saving Time ในทุก ๆ ปี
เมื่อปริมาณการซื้อขายปริมาณมากเข้ามาสู่ตลาด นอกจากจะทำให้ตลาดเกิดความผันผวน ยังส่งต่อความต่อเนื่องของราคาให้กับช่วงตลาดช่วงต่อไปได้ซึ่งนักเทรดสามารถนำมาใช้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคในการหาจุดเข้าเทรดกับคู่เงินต่าง ๆ ได้ โดยเราควรเลือกคู่เงินที่มี Trading Session ติดกันมาใช้ในการวิเคราะห์ความต่อเนื่องของราคา เช่น GBP/JPY ที่อยู่ในช่วงตลาด Tokyo และตลาด London
ทีมงาน: thaiforexbroker.com







