Money Management คืออะไร? 3 รูปแบบบริหารเงินทุน Forex แบบเข้าใจง่าย

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินกันมานานเกี่ยวกับ “Money Management” ถ้าจะให้เกริ่นนำง่ายๆ มันก็เหมือนระบบควบคุมพอร์ตการลงทุนของเราให้เดินหน้าต่อไปได้เรื่อยๆ ซึ่งเนื้อหาในบทความนี้จะพาไปเจาะลึก Money Management 3 แบบ จะมีอะไรบ้าง? เหมาะกับใครต้องติดตามดูครับ


Highlight บทคัดย่อ

  • Money Management (MM) คือการวางแผนบริหารเงินทุน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างผลตอบแทนและความเสี่ยง เป้าหมายคือการอยู่รอดในตลาดระยะยาว
  • รูปแบบในการบริหารเงินทุนมี 3 แบบใหญ่ๆ คือ
    1. Constant Investing: ใช้ขนาด Lot เท่าเดิมตลอดการเทรด จุดเด่นคือความเรียบง่าย แต่ข้อเสียคือพอร์ตเติบโตได้ช้ามาก
    2. Martingale: เพิ่มขนาดการลงทุนเป็นสองเท่าเมื่อขาดทุน จุดเด่นคือคืนทุนได้เร็ว แต่ข้อเสียคือมีโอกาสล้างพอร์ต = ไม่รุ่งก็ร่วง
    3. Anti-Martingale: เพิ่มขนาดการลงทุนเมื่อมีกำไร จุดเด่นคือพอร์ตเติบโตอย่างรวดเร็วแต่ต้องอาศัยวินัยในการคำนวณและจัดการความเสี่ยงสูง

Money Management ในการเทรด

  • Money Management หรือที่คุ้นกันว่า MM มันคือการวางแผนใช้เงินทุนในการเทรดให้สมดุลระหว่างกำไรและความเสี่ยง เช่น ควบคุมขนาด Lot Size หรือการตั้ง Stop Loss/Take Profit อย่างมีระบบ
  • การทำ MM มีเป้าหมายก็เพื่ออยู่รอดในตลาดระยะยาว ไม่ใช่แค่กำไรครั้งเดียวหรือจำกัดความเสี่ยงระยะสั้น
    • เช่น จะใช้เงินกี่ % ต่อการเทรด, จะเพิ่ม/ลด Lot Size ตามผลลัพธ์ยังไง, จะทบกำไรหรือไม่
ความสำคัญของ Money Management ในการเทรด
จุดประสงค์หลักของการทำ Money Management ก็เพื่อภาพรวมของการลงทุนเติบโตและสร้างผลกำไรในระยะยาว อาจจะมีบางจุดประสงค์ที่ตรงกับเป้าหมายของ Risk Management บ้าง เพราะ 2 อย่างนี้ต้องทำควบคู่กัน

3 รูปแบบบริหารเงินทุน Forex แบบเข้าใจง่าย

เรามาดูกันการทำ Money Management แบบเข้าใจง่ายๆ มือใหม่เอาไปปรับใช้ได้เลยทั้ง 3 วิธี มีอะไรบ้าง?

1. Constant Investing

  • Constant Investing คือการ MM แบบ Fixed Lot Size เทรดด้วย Lot เท่าเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตามขนาดพอร์ต ดีตรงที่ยิ่งเทรดชนะไปนานเท่าไหร่ โอกาสที่จะขาดทุนจนหมดตัว (ล้างพอร์ต) จะยิ่งน้อยลงมาก
  • เพราะเมื่อมีกำไรสะสมมากขึ้น ขนาดของพอร์ตจะใหญ่ขึ้น แต่ขนาดการเทรดยังคงเท่าเดิม ทำให้สัดส่วนความเสี่ยงต่อเงินทุนทั้งหมดลดน้อยลงไปเรื่อยๆ
  • จุดเด่น: เรียบง่ายและไม่ซับซ้อน ไม่ต้องคำนวณขนาด Lot Size ใหม่ทุกครั้งก่อนเทรดแถมความเสี่ยงที่พอร์ตจะแตกลดลงด้วย
  • จุดด้อย: พอร์ตเติบโตช้าในระยะยาว การใช้ขนาด Lot เท่าเดิมจะทำให้เปอร์เซ็นต์ผลตอบแทนที่ได้จากการเทรดแต่ละครั้งลดลงอย่างมาก
  • เหมาะกับใคร: เทรดเดอร์มือใหม่ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการคำนวณความเสี่ยงที่ซับซ้อน หรือ นักพัฒนาระบบเทรดที่ต้องการใช้ MM พื้นฐานนี้เป็นตัววัดประสิทธิภาพ MM แบบอื่น
เทรดครั้งที่ กรณีที่ 1: ชนะ/แพ้ สลับกัน กรณีที่ 2: ชนะก่อน 5 ครั้ง/แพ้ทีหลัง 5 ครั้ง
เงินลงทุน กำไร/ขาดทุน เงินลงทุน กำไร/ขาดทุน
1 1,000 +200 1,000 +200
2 1,200 +200 1,200 +200
3 1,400 -100 1,400 +200
4 1,300 -100 1,600 +200
5 1,200 -100 1,800 +200
6 1,100 +200 2,000 -100
7 1,300 +200 1,900 -100
8 1,500 -100 1,800 -100
9 1,400 +200 1,700 -100
10 1,600 -100 1,600 -100
ยอดสุดท้าย 1,500 1,500

MM แบบนี้คำนวณง่ายมากไม่ว่าจะเทรดแพ้ชนะสับกันไป หรือชนะ/แพ้ ติดต่อกัน ผลลัพธ์สุดท้ายก็ยังเท่ากันอยู่ดี โดยจะเน้นภาพรวมของพอร์ตในการเติบโตมากกว่า ซึ่งก็ถือว่าช้าที่สุดในบรรดา MM ทั้ง 3 แบบ

2. Martingale

  • Martingale หรือพูดแบบบ้านๆ ก็คือการเบิ้ลล็อต หลักการพื้นฐานของมันคือ “เมื่อเทรดเสียหรือขาดทุนในครั้งต่อไปให้เพิ่มขนาดการลงทุนเป็นสองเท่า (หรือมากกว่า)” เพื่อให้กำไรครั้งเดียวสามารถครอบคลุมผลขาดทุนที่ผ่านมาทั้งหมด
    • ตัวอย่าง เริ่มเทรดที่ 0.1 Lot หากแพ้ ครั้งต่อไปจะเพิ่มเป็น 0.2 Lot ถ้าแพ้อีก ก็จะเพิ่มเป็น 0.4 Lot, 0.8 Lot, 1.6 Lot ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะชนะ
  • จุดเด่น: คืนทุนและทำกำไรได้รวดเร็ว ชนะเพียงครั้งเดียวสามารถล้างขาดทุนสะสมทั้งหมดและพลิกกลับมามีกำไรได้
  • จุดด้อย: ความเสี่ยงสูงมากจนอาจล้างพอร์ต เพราะการเพิ่มขนาดการลงทุนเป็นทวีคูณ ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมากๆๆ
  • เหมาะกับใคร: เทรดเดอร์ที่มีเงินทุนสูงมากและยอมรับความเสี่ยงสูงสุดได้ เพื่อแลกกับโอกาสในการคืนทุนอย่างรวดเร็ว
กลยุทธ์ Money Management แบบ Martingale
การ MM แบบนี้จะยืมหลักการเล่นพนันมาใช้คือจะทบขนาด Lot Size เพิ่มขึ้นเท่าตัวสำหรับทุกครั้งที่กราฟราคาวิ่งผิดทาง เพื่อที่ว่าเวลากราฟกลับมาวิ่งถูกทางเพียงเล็กน้อยก็จะคืนทุนได้เร็วแถมได้กำไรอีกนิดหน่อยด้วย

3. Anti Martingale

  • Anti-Martingale มันก็คือตรงกันข้ามกับแบบ Martingale นั่นเอง แทนที่จะเบิ้ลล็อตกลยุทธ์นี้จะ “เพิ่มขนาดการลงทุนเมื่อมีกำไรสะสมและเงินทุนเพิ่มขึ้น” และอาจลดขนาดการลงทุนลงเมื่อขาดทุนแทน
  • วิธีนี้เป็นหลักการพื้นฐานที่มืออาชีพส่วนใหญ่ใช้กัน โดยจะกำหนดความเสี่ยงเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินทุนทั้งหมด เช่น
    • เสี่ยงครั้งละ 2% ของพอร์ต เมื่อพอร์ตโตขึ้น ขนาด Lot ที่ใช้เทรดความเสี่ยง 2% ก็จะใหญ่ขึ้นตาม ทำให้เงินทุนเติบโตในลักษณะของกราฟ Exponential หรือแบบทบต้น
  • จุดเด่น
    • พอร์ตเติบโตเร็วมาก: เมื่อระบบเทรดทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง การเพิ่มขนาดการลงทุนตามขนาดพอร์ตที่ใหญ่ขึ้น จะทำให้เงินทุนเติบโตแบบก้าวกระโดด
    • ควบคุมความเสี่ยงได้คงที่: โดยทั่วไปมักจะกำหนดความเสี่ยงเป็นเปอร์เซ็นต์คงที่ของเงินทุน ทำให้แม้จะขาดทุนติดต่อกัน แต่ขนาดของเงินที่เสียไปในแต่ละครั้งจะค่อยๆ ลดลงตามขนาดพอร์ต
  • จุดด้อย: ต้องมีวินัยในการจัดการความเสี่ยงสูง เพราะจำเป็นต้องมีการคำนวณและปรับขนาดการเทรดให้สอดคล้องกับเงินทุนอยู่เสมอ
  • เหมาะกับใคร: เทรดเดอร์มืออาชีพ ถือว่าเป็นกลยุทธ์ MM มาตรฐาน ที่ได้ทั้งการเติบโตและจำกัดความเสี่ยง ไปในตัว
กลยุทธ์ Money Management แบบ Anti-Martingale
Anti-Martingale เป็นระบบที่ตรงข้ามกับ Martingale มีความยืดหยุ่นและแท็กติกการแก้เกมที่ “ได้ให้เพิ่ม เสียให้ลด” ทำให้พอร์ตเติบโตแบบกราฟ Exponential หรือโตแบบทบยอดนั่นเอง

วิดีโอเกี่ยวกับ Money Management

 

คลิปวิดีโอนี้เป็น คู่มือสอนเกี่ยวกับ หลักการบริหารเงินทุน (Money Management) สำหรับการเทรด โดยเนื้อหาจะปูพื้นฐานตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการนำไปใช้จริง ลองดูกันครับว่าเนื้อหาจะเหมือนในบทความไหม?

  • Focus นาทีที่ 00:18 Money Management คืออะไร
  • Focus นาทีที่ 02:18 พื้นฐานของ Money Management
  • Focus นาทีที่ 04:55 ความเสี่ยงและผลตอบแทน (Risk and Reward)
  • Focus นาทีที่ 08:10 ขนาดของโพซิชันในการเทรด (Position Sizing)
  • Focus นาทีที่ 14:35 เงินทุนสำหรับการเทรด
  • Focus นาทีที่ 19:51 วินัยและจิตวิทยาในการเทรด

สรุป

หลายคนอาจยังให้ความสำคัญกับการหากลยุทธ์ที่แม่นยำที่สุดเพื่อทำให้พอร์ตเติบโต แต่ความจริงแล้วสิ่งที่ทำให้พอร์ตอยู่รอดได้ในระยะยาวคือ Money Management จากข้อมูลที่นำเสนอไปในบทความ คิดว่าหลายคนน่าจะเห็นด้วย…การเลือกใช้ Money Management ทั้ง 3 แบบ ล้วนมีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันไปครับ

สิ่งสำคัญคือการเลือกใช้ให้เหมาะกับสไตล์การเทรดของตัวเอง รวมถึงระดับความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้ อย่าลืมว่าการเทรดไม่ใช่เรื่องของการชนะทุกครั้งแต่คือการรักษาเงินทุนให้อยู่ได้นานพอที่จะเจอโอกาสที่ใช่

อ้างอิง

  1. Anti-Martingale: thaibrokerforex.com/betting-strategy

ทีมงาน : thaiforexbroker.com

สารบัญ