รีวิวโบรกเกอร์ BDSwiss ดีไหม ในปี 2026? รีวิวฉบับเจาะลึก

BDSwiss เป็นโบรกเกอร์ที่โดดเด่นเรื่องประเภทบัญชีที่หลากหลายและแพลตฟอร์มที่ครบครันทั้ง MT4 และ MT5 ครับ แต่ก็มีจุดที่ต้องระวังเรื่องความชัดเจนของใบอนุญาตบางตัวและประเด็นการถอนเงินที่ผู้ใช้เคยพบเจอ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สำคัญมากต่อการตัดสินใจลงทุน จะมีประเด็นไหนที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษบ้าง ไปอ่านต่อในรีวิวฉบับเต็มกันเลยครับ!

เปิดบัญชีเทรด BDSwiss

ความมั่นคงและความน่าเชื่อถือของ BDSWISS

รูปภาพความมั่นคง และ ความน่าเชื่อถือของของโบรกเกอร์ BDSWISS
  • จากที่ตรวจสอบมา โบรกเกอร์มีใบอนุญาตประกาศบนหน้าเว็บอยู่สองตัว คือ FSASeychelles และ SCAuae ซึ่งถือเป็นใบอนุญาตที่เจอข้อมูลจริง ตรวจสอบได้จริง ทำให้พออุ่นใจในระดับหนึ่งครับ
  • แต่ก็มีประเด็นที่ทำให้คิ้วกระตุกอยู่เหมือนกัน เพราะในเว็บระบุว่ามี License ของ FSC Mauritius และ MISA ด้วย แต่พอเอาชื่อบริษัทและเลขทะเบียนไปค้นจริงกลับไม่พบข้อมูลใด ๆ เลย 
  • ส่วนเรื่องการเก็บเงินลูกค้า ทางบริษัทมีระบุว่ามีการแยกเก็บเงินออกจากเงินบริษัทจริง แต่ยังแอบมีประโยคที่ว่า “การแยกบัญชีอาจไม่ได้ให้ความคุ้มครองอย่างสมบูรณ์” อ่านแล้วก็รู้สึกสะดุดใจเหมือนกันครับ
  • อีกประเด็นน่าสนใจคือ โบรกเกอร์ไม่ได้เป็นสมาชิกของ The Financial Commission ซึ่งเป็นองค์กรที่ช่วยไกล่เกลี่ยหากเกิดข้อพิพาท ทำให้เทรดเดอร์ต้องอาศัยการดูแลจากตัวหน่วยงานกำกับเท่านั้นครับ
  • ถ้าดูเรื่องความโปร่งใสจากหน้าเว็บ จะเห็นว่ามีการเปิดเผยข้อมูลค่อนข้างครบ ทั้งใบอนุญาต ที่อยู่บริษัท การติดต่อ เอกสารกฎต่าง ๆ และความเสี่ยงในการเทรด แต่ไม่มีข้อมูลผู้บริหาร ซึ่งถ้ามีจะช่วยเพิ่มความเชื่อใจได้มากขึ้นอีกครับ

องค์กรกำกับดูแลตรวจสอบ ( license )

  • โบรกเกอร์นี้มีสองหน่วยงานกำกับที่ตรวจสอบเจอข้อมูลจริง ได้แก่ FSA Seychelles และ SCA UAE ซึ่งทั้งสองหน่วยงานนี้มีเว็บให้ตรวจสอบสถานะบริษัทชัดเจน ทำให้สามารถเช็กตัวตนบริษัทได้ครับ
    • ฝั่ง FSA Seychelles จะเป็นใบอนุญาตที่รองรับลูกค้าต่างประเทศและมักใช้กับเทรดเดอร์ไทย ซึ่งชื่อที่จดทะเบียนคือ BDSwiss (Seychelles) Ltd และมีลิงก์ค้นหาที่ตรวจสอบได้จริง นี่ถือเป็นหลักฐานที่ช่วยยืนยันตัวตนบริษัทได้ดีเลยครับ
    • ส่วน SCA UAE ก็มีข้อมูลบริษัท B D SWISS MENA FINANCIAL ADVISORS L.L.C ปรากฏในฐานข้อมูลของหน่วยงานชัดเจนเช่นกัน จุดนี้ถือว่าโปร่งใสและตรวจสอบง่ายครับ
  • แต่ก็อย่างที่บอกไป เกี่ยวกับ FSC Mauritius และ MISA ที่ระบุบนเว็บ พอไปค้นจริงมันกลับไม่มีข้อมูลอยู่ในระบบเลย ตรงนี้ต้องยอมรับว่าชวนให้สงสัยและควรพิจารณาอย่างรอบคอบครับ

ถ้าจะมองภาพรวมเรื่องหน่วยงานกำกับดูแล ก็ต้องบอกว่า “มีใบอนุญาตจริง แต่ไม่ได้แข็งแรงที่สุดในตลาด” และยังมีข้อมูลบางส่วนที่ไม่ชัดเจน ซึ่งเทรดเดอร์ควรเช็กซ้ำก่อนเปิดบัญชีครับ

ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท ประวัติองค์กร และประวัติการดำเนินงาน

รูปภาพเกี่ยวกับข้อมูลข้อมูลบริษัทและประวัติโดยย่อรวมไปถึงข้อมูลสำคัญอื่นๆ

ข้อมูลบริษัทและประวัติโดยย่อ

  • โบรกเกอร์ตัวนี้ถือกำเนิดตั้งแต่ปี 2012 ซึ่งก็จัดว่าอยู่ในตลาดมายาวพอตัว 
  • ชื่อการค้าที่ใช้อยู่คือ BDSwiss 
  • โบรกเกอร์นี้ไม่มีการ “รีแบรนด์” แต่เคยมีการเปลี่ยนชื่อบริษัทในส่วนที่เกี่ยวกับ CySEC จาก BDSwiss Holding Ltd ไปเป็น Viverno Markets Ltd แล้วเปิดแบรนด์ใหม่ชื่อ Viverno แทน ซึ่งดูเหมือนเป็นการปรับโครงสร้างของฝั่งยุโรปมากกว่าอะไรครับ
  • ผู้ก่อตั้งคือ Martynas Bieliauskas
    • อีกทั้งยังมีชื่อของ Nabeel Mirza ร่วมก่อตั้งด้วย ซึ่งพอไปดูประวัติคร่าว ๆ แล้วก็เห็นเส้นทางการทำงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสายนี้มาตลอด 
    • จากประวัติการศึกษาและภาษา เป็นไปได้สูงว่า Martynas น่าจะมีสัญชาติ German เพราะทั้งการเรียนและภูมิหลังส่วนใหญ่โยงไปทางเยอรมนีทั้งหมด นั่นเองครับ
  • สำหรับตัวบริษัทในภาพรวม แบรนด์ BDSwiss ถือว่าเป็นชื่อที่ค่อนข้างโด่งดัง โดยมีลูกค้ากว่า “หนึ่งล้านราย” ตามข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่ามันสะท้อนระดับการเติบโตของบริษัทในตลาดได้ดีเลยครับ
  • มีภาษารองรับเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น อังกฤษ เยอรมัน สเปน เกาหลี ไทย เวียดนาม ตุรกี รัสเซีย และอีกหลายภาษา
  • ส่วนประเทศที่ ไม่รับลูกค้า ต้องบอกว่าลิสต์ยาวมากจริง ๆ ตั้งแต่สหรัฐฯ อังกฤษ ไปจนถึงกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกาหลายประเทศ
  • คติประจำแบรนด์คือ “เทรดด้วยการดำเนินการที่แสนรวดเร็ว” ซึ่งก็เป็นคำที่ผมเห็นบ่อยในวงการ แต่ก็ดูเข้ากับสไตล์ของโบรกเกอร์ดีครับ
  • ปัจจุบันจำนวนพนักงานในบริษัทอยู่ที่ประมาณ 222 คน จาก LinkedIn ซึ่งถือว่าใหญ่พอสมควรสำหรับโบรกเกอร์ระดับนี้ครับ

เท่าที่อ่านข้อมูลต่าง ๆ แล้ว บอกตามตรงว่าประวัติเขาค่อนข้างเป็นเส้นทางตรงไปตรงมา เติบโตเรื่อย ๆ ตั้งแต่เริ่มต้น จึงทำให้ภาพรวมของบริษัทดูมั่นคงในระดับหนึ่งครับ

ประเภทและลักษณะของโบรกเกอร์

  • ส่วนประเภทโบรกเกอร์จริง ๆ ไม่มีการระบุชัดเจนว่าเป็น ECN หรือ STP 
  • โบรกเกอร์นี้ให้บริการเทรด Forex และ CFD มากกว่า 250 สินทรัพย์ พร้อมโม้ว่าเป็น “แพลตฟอร์มระดับรางวัล” ซึ่งจากจำนวนผู้ใช้งานก็พอเชื่อได้ว่ามีฐานลูกค้าจริงค่อนข้างมากครับ
  • ไม่เปิดเผยจำนวน Liquidity Providers  ซึ่งผมว่าตรงนี้แอบน่าผิดหวังเพราะข้อมูลแบบนี้ช่วยให้เทรดเดอร์ประเมินคุณภาพได้ดีขึ้นครับ

ข้อมูลเกี่ยวกับผู้บริหาร

  • ผู้บริหารที่พบข้อมูลล่าสุดคือ Nabeel Mirza ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานด้านฟินเทคและโบรกเกอร์มานานพอตัวครับ
  • จากข้อมูลการศึกษาที่เจอ คาดว่าสัญชาติของเขาน่าจะเป็น Pakistani เพราะเส้นทางการเรียนและประวัติส่วนตัวโยงไปที่ปากีสถานทั้งหมดครับ
  • แต่ที่น่าแอบเสียดายคือ “ไม่พบข้อมูลการออกสื่อของผู้บริหาร” เลย ซึ่งจริง ๆ ถ้ามีสัมภาษณ์หรือบทความจากตัวผู้บริหารเอง มันจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ได้มากขึ้นครับ

ระดับความนิยมของ BDSWISS ในไทยและต่างประเทศ

รูปภาพแสดงถึงความนิยมของโบรกเกอร์ BDSWISS ทั่วโลก

ความนิยมระดับสากล

  • เริ่มจากยอดเข้าชมเว็บไซต์ทั่วโลกจาก Ubersuggest ที่ดันขึ้นเป็น 0 เพราะโดยปกติแล้วแบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับหนึ่งควรมีตัวเลขให้เห็นบ้าง แม้จะไม่มากก็ตามครับ
  • แต่เมื่อหันมาดูฐานผู้ติดตามในโซเชียลมีเดียระดับสากล กลับพบว่ามีผู้ติดตามจำนวนไม่น้อย อย่าง Facebook Global มียอดอยู่ที่ประมาณ 33,600 คน 
  • ใน YouTube Global ก็มีผู้ติดตามอยู่ราว ๆ 6,630 คน ซึ่งแม้จะไม่มากเท่าโบรกเกอร์ยักษ์ใหญ่ แต่ก็ถือว่าเป็นช่องที่มีผู้ชมจริงระดับหนึ่งครับ
  • ส่วน Instagram Global มีผู้ติดตามประมาณ 18,900 คน 

ความนิยมภายในประเทศไทย

  • ส่วนในประเทศไทยนี่ถือว่าน่าสนใจเลยครับ เพราะแม้ข้อมูล Traffic เว็บไซต์จาก Ubersuggest จะเป็น 0 เช่นเดียวกับระดับโลก แต่พอมาดูสถิติบนโซเชียลไทยกลับพบรูปแบบที่ “สวนทาง” แบบเห็นได้ชัดเลย
  • จากข้อมูล ประมาณปี 2020 น่าจะเป็นช่วงที่โบรกเกอร์เข้ามาเจาะตลาดไทย เพราะนี่คือปีที่เพจ Facebook ภาษาไทยถูกสร้างขึ้น ทำให้พอจะเดาได้ว่าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โบรกเกอร์ก็พยายามเข้าถึงนักเทรดไทยอย่างจริงจังครับ
  • ยอดผู้ติดตาม Facebook Page ไทยทะลุ 330,000 คน ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับยอด Global 
  • แต่ที่แอบแปลกใจคือ แม้เพจไทยจะมีผู้ติดตามเยอะมาก แต่กลับไม่มีช่อง YouTube ภาษาไทยเลย 
  • ส่วนใน Instagram ไทย ยอดผู้ติดตามอยู่ที่เพียง 155 คน เท่านั้น 

ขั้นตอนการสมัคร เปิดบัญชี

รายละเอียดขั้นตอนการเปิดบัญชี

  • เข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน กด ส่ง 
  • รอรับรหัสจาก Email เพื่อยืนยัน จากนั้นกด ดำเนินการต่อและรักษาความปลอดภัยบัญชี
  • กรอกข้อมูลรายละเอียดส่วนบุคคล 
  • ทำแบบทดสอบความเหมาะสม และ กรอกข้อมูลรายได้
  • อัปโหลดหลักฐานยืนยันตัวตน และ  อัปโหลดหลักฐานแสดงที่อยู่ เป็นอันเสร็จสิ้น

รีวิวจากเทรดเดอร์ทั่วโลก

รูปภาพการรีวิวจากเทรดเดอร์ทั่วโลกอ้างอิงจาก ForexPeaceArmy และ Trustpilot

รีวิวจากเว็บไซต์ ForexPeaceArmy (FPA)

  • คะแนนที่ BDSwiss ได้ใน FPA คือ 1.489 คะแนน จากจำนวนผู้รีวิว 81 คน ซึ่งต้องบอกตรง ๆ ว่าเป็นคะแนนที่ “ต่ำกว่ามาตรฐานโบรกต่างประเทศมาก” จนผมยังรู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อยครับ
  • คะแนนระดับนี้มักเกิดจากประสบการณ์ลบสะสมหลายประเภท ทั้งเรื่องแพลตฟอร์ม การถอนเงิน หรือความพอใจโดยรวม ซึ่งการที่โบรกเกอร์ถูกให้คะแนนต่ำขนาดนี้ก็คงสะท้อนปัญหาพื้นฐานบางอย่างที่เทรดเดอร์เจอกันจริง ๆ ครับ
  • จุดที่สะดุดตาคือมีการพูดถึง กรณีการฟ้องร้องแบบกลุ่ม (Class Action) เกี่ยวกับปัญหาการถอนเงิน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่และกระทบความเชื่อใจของเทรดเดอร์จำนวนมากเลยทีเดียวครับ

รีวิวจากเว็บไซต์ Trustpilot

  • ในฝั่ง Trustpilot คะแนนรวมของ BDSwiss อยู่ที่ 2.7 คะแนน จากจำนวนรีวิวทั้งหมด 2,771 คน ซึ่งถือว่า “คนรีวิวเยอะมาก” แต่คะแนนกลับไม่สูงเท่าไร ทำให้รู้สึกได้ว่าเสียงบ่นน่าจะมีอยู่พอสมควรครับ
  • ปกติถ้าแบรนด์ไหนมีผู้รีวิวเยอะมาก การที่คะแนนยังไม่เกิน 3 ถือเป็นสัญญาณไม่ดีเท่าไร เพราะหมายความว่าความไม่พอใจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้เกิดแค่ช่วงใดช่วงหนึ่งครับ
  • บางรีวิวใน Trustpilot ระบุถึงปัญหาเรื่อง ถอนเงินล่าช้า หรือถอนเงินไม่ได้ ซึ่งเป็นหัวข้อใหญ่ที่นักเทรดให้ความสำคัญที่สุด ถ้าเจอประสบการณ์แบบนี้จริงก็ไม่แปลกที่คะแนนจะต่ำตามครับ
  • แม้รีวิวใน Trustpilot จะมีหลายมุมและหลากหลายความคิดเห็น แต่ภาพรวมก็สะท้อนได้ว่า “โบรกเกอร์มีประสบการณ์ลบกับลูกค้าค่อนข้างเยอะ” นั่นเองครับ

ปัญหาที่ถูกพูดถึงบ่อยจากเทรดเดอร์ทั่วโลก

  • เรื่องที่ผมเห็นแล้วสะดุดตาที่สุด คือมีการพูดถึง กรณีการฟ้องร้องแบบกลุ่ม (Class Action) เกี่ยวกับการถอนเงิน โดยมีเทรดเดอร์บางรายบอกว่าถูกดึงเวลาหรือถอนเงินไม่ได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่ไม่ควรเกิดกับโบรกเกอร์รายใหญ่เลยครับ
  • ต้องย้ำว่า “ปัญหาเรื่องถอนเงิน” เป็นหัวข้ออ่อนไหวแบบสุด ๆ สำหรับนักเทรด เพราะมันเกี่ยวข้องกับความเชื่อใจทั้งระบบ ถ้าเกิดกรณีแบบนี้ขึ้นบ่อย ๆ หรือมีคนพูดถึงในเว็บใหญ่ ๆ ก็ต้องถือว่าเป็นสัญญาณที่ควรพิจารณาอย่างหนักครับ
  • แม้รีวิวแต่ละคนอาจมีความจริงอยู่หลายมุม แต่การที่เว็บระดับ FPA และ Trustpilot สะท้อนคะแนนต่ำแบบต่อเนื่อง ก็ทำให้ผมมองว่าเสียงบ่นของผู้ใช้งานทั่วโลกมีน้ำหนักมากพอสมควรครับ

แพลตฟอร์มเทรดของ BDSwiss

รูปภาพแสดงแพลตฟอร์มเทรดการเทรดของ BDSWISS ทั้งหมด

ถ้าพูดถึงแพลตฟอร์มเทรดของ BDSwiss ต้องบอกเลยว่าจัดมาให้ครบตามมาตรฐานโบรกต่างประเทศเลยครับ เพราะรองรับทั้ง MT4 และ MT5 ซึ่งเป็นสองแพลตฟอร์มสุดคลาสสิกที่นักเทรดทั่วโลกใช้งานกันเป็นหลักนั่นเองครับ

  • เริ่มจาก MetaTrader 4 (MT4) แพลตฟอร์มในตำนานที่หลายคนรัก ด้วยหน้าตาที่ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน เหมาะทั้งมือใหม่และมือเก่า ซึ่งผมเองก็รู้สึกว่าถ้าใครชอบความเรียบง่าย ไม่อยากเจอฟังก์ชันเยอะ ๆ MT4 คือคำตอบที่ใช่ครับ
  • ส่วน MetaTrader 5 (MT5) ถือเป็นรุ่นอัปเกรดที่ให้ความสามารถหลากหลายขึ้น ทั้งการเทรดหลายสินทรัพย์ ฟีเจอร์ด้านการประมวลผลคำสั่งที่เร็วกว่า และอินดิเคเตอร์แบบจัดเต็ม ซึ่งเหมาะกับคนที่อยากได้ความยืดหยุ่นและฟังก์ชันล้ำขึ้นมาหน่อยครับ
  • ทั้งสองแพลตฟอร์มรองรับการใช้งานบนคอมพิวเตอร์ มือถือ และแท็บเล็ต ทำให้เทรดได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งผมว่าค่อนข้างตอบโจทย์คนยุคนี้ที่ต้องการความคล่องตัวในการเทรดครับ

โดยรวมแล้ว การที่ BDSwiss เลือกใช้แพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง MT4 และ MT5 ก็ถือว่าเป็นมาตรฐานที่ดี และช่วยให้เทรดเดอร์เลือกใช้งานตามสไตล์ของตัวเองได้สบาย ๆ นั่นเองครับ

ประเภทบัญชีเทรดของ BDSwiss

รูปภาพเกี่ยวกับประเภทบัญชีของ BDSWISS

บัญชี Cent

  • บัญชีนี้เหมาะกับสายเริ่มต้นแบบเต็ม ๆ เลยครับ เพราะฝากขั้นต่ำแค่ 10 USD 
  • จุดเด่นคือ “ไม่มีค่าคอมมิชชั่น” ทำให้ต้นทุนค่อนข้างเบา 
  • Margin Call อยู่ที่ 50% และ Stop Out อยู่ที่ 20% ซึ่งเป็นระดับที่พบได้ทั่วไป แต่ก็ต้องระวังเลเวอเรจสูงสุดที่ให้ถึง 1:2000 เพราะมันแรงมากจนมือใหม่อาจเผลอเข้าไม้หนักเกินไปได้ครับ
  • เรื่อง Swap ก็ฟรี แต่ไม่มีแจ้งเงื่อนไขละเอียดเพิ่มเติมไว้ 

บัญชี Classic

  • ฝากขั้นต่ำ 10 USD เท่ากับบัญชี Cent 
  • ค่าคอมมิชชั่นจะมีเฉพาะบางประเภท เช่น 2 USD สำหรับดัชนี และ 0.15% สำหรับหุ้น คู่เงินไม่เสียค่าคอมเลย ซึ่งถือว่าโอเคมากครับ
  • จุดที่น่าสนใจคือเลเวอเรจมีทั้ง Default 1:400 และแบบ Dynamic ที่สูงสุด 1:2000 ทำให้ยืดหยุ่นสำหรับทั้งคนสายเสี่ยงมากและสายเสี่ยงน้อยครับ
  • Margin Call และ Stop Out เหมือนบัญชีอื่น ๆ คือ 50% และ 20% ตามลำดับครับ

บัญชี VIP

  • ขั้นต่ำอยู่ที่ 250 USD ครับ
  • จุดแข็งของบัญชีนี้คือ “ค่าคอมต่ำมาก” โดยคู่เงินไม่เสียเลย ดัชนีก็ไม่เสีย มีค่าใช้จ่ายเฉพาะหุ้นที่ 0.15% เท่านั้นเองครับ
  • เลเวอเรจและโครงสร้างความเสี่ยงเหมือนบัญชี Classic คือ Default 1:400 และ Dynamic สูงสุด 1:2000 ครับ
  • ถ้ามองในภาพรวม บัญชีนี้เหมาะกับคนที่อยากได้ต้นทุนการเทรดเบา ๆ โดยไม่ต้องขยับไปถึง Zero Spread ครับ

บัญชี Zero-Spread

  • บัญชีนี้เหมาะกับสายจริงจังแบบสุด ๆ เน้นต้นทุนต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยฝากขั้นต่ำอยู่ที่ 100 USD ครับ
  • จุดเด่นคือ “สเปรดแทบเป็นศูนย์” แลกกับค่าคอมที่คิดตามประเภทสินทรัพย์ เช่น 6 USD สำหรับคู่เงินและสินค้าโภคภัณฑ์ 2 USD สำหรับดัชนี และ 0.15% สำหรับหุ้นครับ
  • เลเวอเรจสูงสุดยังคงให้ถึงระดับ 1:2000 เหมือนบัญชีอื่น ๆ ดังนั้นมือใหม่ควรใช้อย่างระมัดระวังครับ

การฝากถอนเงิน ง่าย รวดเร็ว หรือมีปัญหาไหม?

รูปภาพเกี่ยวกับช่องทางการฝากถอน

ช่องทางการฝากเงิน

  • ช่องทางฝากเงินที่รองรับธนาคารไทยคือ QR Code (PromptPay) ซึ่งถือว่าเป็นวิธีที่ง่ายและเข้ากับผู้ใช้ชาวไทยมากที่สุดครับ
  • แต่ปัญหาคือ…เมื่อลองกดฝากจริง ระบบดันขึ้นว่า “เกิดข้อผิดพลาดขณะประมวลผลเงินฝากของคุณ โปรดลองอีกครั้งโดยใช้วิธีอื่น”
  • บอกตามตรงว่าถ้าเป็นคนใหม่ที่เพิ่งเปิดบัญชีแล้วเจอแบบนี้ อาจทำเอาสะดุ้งและเสียความมั่นใจได้ เพราะช่องทางฝากเงินควรเป็นจุดที่ทำงานได้เสถียรมากที่สุดครับ

ช่องทางการถอนเงิน

  • ช่องทางถอนเงินผ่านธนาคารไทย ก็เป็น PromptPay เช่นเดียวกับตอนฝาก ซึ่งถือว่าสะดวกและคุ้นเคยสำหรับคนไทยครับ
  • ข้อดีคือวิธีถอนเหมือนวิธีฝาก ทำให้ไม่ต้องเรียนรู้หลายระบบ แต่ก็ยังต้องภาวนาให้ระบบทำงานได้เสถียรครับ เพราะถ้าฝากยังมี error การถอนอาจทำให้หลายคนรู้สึกกังวลได้ครับ

ช่องทางคริปโต (ฝาก–ถอน)

  • สำหรับคนที่ใช้คริปโต โบรกเกอร์นี้มีตัวเลือกเยอะมาก เช่น BTC, ETH, XRP, BCH, LTC, DASH, ADA, ZEC รวมถึงหลาย stablecoin อย่าง USDT ทั้ง ERC20, TRC20, BEP20, TUSD, USDC, PAX เรียกว่าครบแทบทุกแนวครับ
  • ข้อดีคือถ้าใครสะดวกจ่ายด้วยคริปโตหรืออยากถอนเข้ากระเป๋าเงินดิจิทัล ก็มีให้เลือกแบบจุใจจริง ๆ ครับ
  • แต่ด้วยความที่ช่องทางเยอะมาก ก็ต้องระวังประเภทเครือข่ายให้ดี เพราะส่งผิด network นี่เงินหายถาวรเลยนะครับ

ช่องทางการติดต่อ

  • ในเรื่องการติดต่อซัพพอร์ต หน้าเว็บมี Live Chat ให้บริการแบบ 24/5 
  • แต่โบรกเกอร์นี้ ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ สำหรับติดต่อ 
  • ส่วนอีเมลซัพพอร์ตคือ support@km.bdswiss.com ซึ่งผมลองตรวจแล้วเป็นอีเมลที่ใช้งานอยู่จริง
  • มีช่องทาง Line เพิ่มเติมสำหรับคนไทย แต่ที่เซอร์ไพรส์คือ “ไม่มีซัพพอร์ตคนไทย” 

รวมช่องทางติดต่อทั้งหมดแล้วมี 3 ช่องทาง คือ Live Chat / Email / Line ซึ่งถือว่าไม่น้อยแต่ก็ไม่เยอะเท่าโบรกเกอร์เจ้าใหญ่บางเจ้าครับ

สรุปข้อดี ข้อเสีย โดยผู้เชี่ยวชาญของ Thaiforexbroker

✅ ข้อดีของ BDSwiss

  1. มีใบอนุญาตจริงจากหน่วยงานที่ตรวจสอบได้ เช่น FSA Seychelles และ SCA UAE ซึ่งช่วยยืนยันตัวตนบริษัทในระดับหนึ่งครับ
  2. มีบัญชี Cent ให้เทรดเดอร์เริ่มต้นด้วยเงินน้อย เหมาะกับมือใหม่มาก ๆ ครับ
  3. เลเวอเรจสูงสุดถึง 1:2000 เหมาะกับสายทุนเล็กที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง แม้จะมีความเสี่ยงมากขึ้นก็ตามครับ
  4. ประเภทบัญชีหลากหลาย ตั้งแต่บัญชีเริ่มต้นไปจนถึงแบบ Zero Spread ช่วยให้เลือกได้ตามสไตล์ครับ
  5. แพลตฟอร์มรองรับทั้ง MT4 และ MT5 ซึ่งเป็นมาตรฐานโลก และใช้งานได้ทั้งมือถือและ PC ครับ
  6. ฝาก–ถอนผ่านคริปโตได้เกือบทุกประเภท โดยมีตัวเลือกเยอะมาก เช่น BTC, ETH, XRP, ADA, USDT ทั้งหลายเครือข่าย ฯลฯ ถือว่าตอบโจทย์คนใช้คริปโตครับ
  7. มีภาษาไทยในเว็บไซต์ และมีเพจไทยรองรับ แม้จะไม่มีซัพพอร์ตคนไทยก็ตามครับ
  8. จำนวนผู้ติดตามเพจไทยสูงมาก (330,000+) แสดงว่ามีการตลาดในไทยค่อนข้างเยอะครับ

❌ ข้อเสียของ BDSwiss

  1. ข้อมูลใบอนุญาตบางส่วนตรวจสอบไม่พบจริง เช่น FSC Mauritius และ MISA ทำให้เกิดความคลุมเครือด้านความโปร่งใสครับ
  2. ไม่มีซัพพอร์ตคนไทย แม้จะมีเพจไทย แต่เมื่อใช้งานจริง อาจสื่อสารได้ลำบากสำหรับบางคนครับ
  3. ช่องทางฝากเงินผ่าน PromptPay มีปัญหา ลองฝากแล้วระบบขึ้น error ซึ่งถือว่าเป็นจุดอ่อนไหวมากสำหรับผู้ใช้งานครับ
  4. รีวิวจากผู้ใช้งานจริงค่อนข้างแย่
    • FPA ให้เพียง 1.489/5
    • Trustpilot ให้ 2.7/5 จากกว่า 2,700 รีวิว
      คะแนนระดับนี้ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้ครับ
  5. มีรายงานปัญหาเกี่ยวกับการถอนเงิน ถึงขั้นมีเคสฟ้องร้องแบบกลุ่ม (Class Action) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ความเสี่ยงที่ควรระวังอย่างมากครับ
  6. ไม่ใช่สมาชิก The Financial Commission ทำให้ไม่มีหน่วยงานกลางช่วยไกล่เกลี่ยหากเกิดปัญหา
  7. Traffic เว็บไซต์เป็นศูนย์จากข้อมูล Ubersuggest ทั้งระดับโลกและไทย ซึ่งดูขัดกับจำนวนผู้ติดตามบนโซเชียล อาจตีความได้ว่ามีการใช้เพจมากกว่าการให้ข้อมูลบนเว็บครับ
  8. ไม่มีข้อมูลผู้บริหารในเว็บไซต์หลัก ต้องหาจากแหล่งอื่น ทำให้ลดระดับความโปร่งใสครับ
  9. ไม่มีที่อยู่สำนักงานใหญ่ชัดเจนบนเว็บไซต์ ต้องไปค้นจาก LinkedIn แทน ซึ่งไม่ใช่มาตรฐานที่ดีนักครับ

บทสรุปควรเลือก BDSwiss หรือไม่?

จากประสบการณ์มืออาชีพที่อยู่กับวงการโบรกเกอร์มายาวนาน ต้องบอกตรง ๆ ว่า BDSwiss เป็นโบรกเกอร์ที่ “ใช้งานได้แต่ต้องระวัง” ครับ แม้จะมี บัญชีให้เลือกหลากหลาย, แพลตฟอร์มครบทั้ง MT4–MT5, และ รองรับคริปโตหลายประเภท

แต่ก็ยังมีจุดที่ต้องใส่ใจอย่างมาก โดยเฉพาะ คะแนนรีวิวที่ค่อนข้างต่ำ, ประเด็นการถอนเงิน, และ ความคลุมเครือของใบอนุญาตบางส่วน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเทรดเดอร์ครับ ดังนั้นคำแนะนำคือ เริ่มด้วยเงินน้อย, ทดสอบระบบฝากถอน, และ ตรวจสอบซัพพอร์ตให้แน่ใจ ก่อนเทรดจริงจัง เพื่อให้ควบคุมความเสี่ยงได้ดีที่สุดนั่นเอง

เอกสารอ้างอิง

  1. ThaiForexBroker. (n.d.). รีวิว BDSwiss. สืบค้นจาก https://www.thaiforexbroker.com/review-bdswiss/
  2. Trustpilot. (n.d.). BDSwiss reviews. สืบค้นจาก https://www.trustpilot.com/review/www.bdswiss.com
  3. ThaiBrokerForex. (n.d.). รีวิว BDSwiss โบรกเกอร์ BDSwiss ดีไหม. สืบค้นจาก https://thaibrokerforex.com/review-bdswiss/
  4. Forex Peace Army. (n.d.). BDSwiss review. สืบค้นจาก https://www.forexpeacearmy.com/forex-reviews/9876/bdswiss-review

สารบัญ

สารบัญ