BDSwiss เป็นโบรกเกอร์ที่โดดเด่นเรื่องประเภทบัญชีที่หลากหลายและแพลตฟอร์มที่ครบครันทั้ง MT4 และ MT5 ครับ แต่ก็มีจุดที่ต้องระวังเรื่องความชัดเจนของใบอนุญาตบางตัวและประเด็นการถอนเงินที่ผู้ใช้เคยพบเจอ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สำคัญมากต่อการตัดสินใจลงทุน จะมีประเด็นไหนที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษบ้าง ไปอ่านต่อในรีวิวฉบับเต็มกันเลยครับ!
ความมั่นคงและความน่าเชื่อถือของ BDSWISS

- จากที่ตรวจสอบมา โบรกเกอร์มีใบอนุญาตประกาศบนหน้าเว็บอยู่สองตัว คือ FSASeychelles และ SCAuae ซึ่งถือเป็นใบอนุญาตที่เจอข้อมูลจริง ตรวจสอบได้จริง ทำให้พออุ่นใจในระดับหนึ่งครับ
- แต่ก็มีประเด็นที่ทำให้คิ้วกระตุกอยู่เหมือนกัน เพราะในเว็บระบุว่ามี License ของ FSC Mauritius และ MISA ด้วย แต่พอเอาชื่อบริษัทและเลขทะเบียนไปค้นจริงกลับไม่พบข้อมูลใด ๆ เลย
- ส่วนเรื่องการเก็บเงินลูกค้า ทางบริษัทมีระบุว่ามีการแยกเก็บเงินออกจากเงินบริษัทจริง แต่ยังแอบมีประโยคที่ว่า “การแยกบัญชีอาจไม่ได้ให้ความคุ้มครองอย่างสมบูรณ์” อ่านแล้วก็รู้สึกสะดุดใจเหมือนกันครับ
- อีกประเด็นน่าสนใจคือ โบรกเกอร์ไม่ได้เป็นสมาชิกของ The Financial Commission ซึ่งเป็นองค์กรที่ช่วยไกล่เกลี่ยหากเกิดข้อพิพาท ทำให้เทรดเดอร์ต้องอาศัยการดูแลจากตัวหน่วยงานกำกับเท่านั้นครับ
- ถ้าดูเรื่องความโปร่งใสจากหน้าเว็บ จะเห็นว่ามีการเปิดเผยข้อมูลค่อนข้างครบ ทั้งใบอนุญาต ที่อยู่บริษัท การติดต่อ เอกสารกฎต่าง ๆ และความเสี่ยงในการเทรด แต่ไม่มีข้อมูลผู้บริหาร ซึ่งถ้ามีจะช่วยเพิ่มความเชื่อใจได้มากขึ้นอีกครับ
องค์กรกำกับดูแลตรวจสอบ ( license )
- โบรกเกอร์นี้มีสองหน่วยงานกำกับที่ตรวจสอบเจอข้อมูลจริง ได้แก่ FSA Seychelles และ SCA UAE ซึ่งทั้งสองหน่วยงานนี้มีเว็บให้ตรวจสอบสถานะบริษัทชัดเจน ทำให้สามารถเช็กตัวตนบริษัทได้ครับ
- ฝั่ง FSA Seychelles จะเป็นใบอนุญาตที่รองรับลูกค้าต่างประเทศและมักใช้กับเทรดเดอร์ไทย ซึ่งชื่อที่จดทะเบียนคือ BDSwiss (Seychelles) Ltd และมีลิงก์ค้นหาที่ตรวจสอบได้จริง นี่ถือเป็นหลักฐานที่ช่วยยืนยันตัวตนบริษัทได้ดีเลยครับ
- ส่วน SCA UAE ก็มีข้อมูลบริษัท B D SWISS MENA FINANCIAL ADVISORS L.L.C ปรากฏในฐานข้อมูลของหน่วยงานชัดเจนเช่นกัน จุดนี้ถือว่าโปร่งใสและตรวจสอบง่ายครับ
- แต่ก็อย่างที่บอกไป เกี่ยวกับ FSC Mauritius และ MISA ที่ระบุบนเว็บ พอไปค้นจริงมันกลับไม่มีข้อมูลอยู่ในระบบเลย ตรงนี้ต้องยอมรับว่าชวนให้สงสัยและควรพิจารณาอย่างรอบคอบครับ
ถ้าจะมองภาพรวมเรื่องหน่วยงานกำกับดูแล ก็ต้องบอกว่า “มีใบอนุญาตจริง แต่ไม่ได้แข็งแรงที่สุดในตลาด” และยังมีข้อมูลบางส่วนที่ไม่ชัดเจน ซึ่งเทรดเดอร์ควรเช็กซ้ำก่อนเปิดบัญชีครับ
ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท ประวัติองค์กร และประวัติการดำเนินงาน

ข้อมูลบริษัทและประวัติโดยย่อ
- โบรกเกอร์ตัวนี้ถือกำเนิดตั้งแต่ปี 2012 ซึ่งก็จัดว่าอยู่ในตลาดมายาวพอตัว
- ชื่อการค้าที่ใช้อยู่คือ BDSwiss
- โบรกเกอร์นี้ไม่มีการ “รีแบรนด์” แต่เคยมีการเปลี่ยนชื่อบริษัทในส่วนที่เกี่ยวกับ CySEC จาก BDSwiss Holding Ltd ไปเป็น Viverno Markets Ltd แล้วเปิดแบรนด์ใหม่ชื่อ Viverno แทน ซึ่งดูเหมือนเป็นการปรับโครงสร้างของฝั่งยุโรปมากกว่าอะไรครับ
- ผู้ก่อตั้งคือ Martynas Bieliauskas
- อีกทั้งยังมีชื่อของ Nabeel Mirza ร่วมก่อตั้งด้วย ซึ่งพอไปดูประวัติคร่าว ๆ แล้วก็เห็นเส้นทางการทำงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสายนี้มาตลอด
- จากประวัติการศึกษาและภาษา เป็นไปได้สูงว่า Martynas น่าจะมีสัญชาติ German เพราะทั้งการเรียนและภูมิหลังส่วนใหญ่โยงไปทางเยอรมนีทั้งหมด นั่นเองครับ
- สำหรับตัวบริษัทในภาพรวม แบรนด์ BDSwiss ถือว่าเป็นชื่อที่ค่อนข้างโด่งดัง โดยมีลูกค้ากว่า “หนึ่งล้านราย” ตามข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่ามันสะท้อนระดับการเติบโตของบริษัทในตลาดได้ดีเลยครับ
- มีภาษารองรับเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น อังกฤษ เยอรมัน สเปน เกาหลี ไทย เวียดนาม ตุรกี รัสเซีย และอีกหลายภาษา
- ส่วนประเทศที่ ไม่รับลูกค้า ต้องบอกว่าลิสต์ยาวมากจริง ๆ ตั้งแต่สหรัฐฯ อังกฤษ ไปจนถึงกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกาหลายประเทศ
- คติประจำแบรนด์คือ “เทรดด้วยการดำเนินการที่แสนรวดเร็ว” ซึ่งก็เป็นคำที่ผมเห็นบ่อยในวงการ แต่ก็ดูเข้ากับสไตล์ของโบรกเกอร์ดีครับ
- ปัจจุบันจำนวนพนักงานในบริษัทอยู่ที่ประมาณ 222 คน จาก LinkedIn ซึ่งถือว่าใหญ่พอสมควรสำหรับโบรกเกอร์ระดับนี้ครับ
เท่าที่อ่านข้อมูลต่าง ๆ แล้ว บอกตามตรงว่าประวัติเขาค่อนข้างเป็นเส้นทางตรงไปตรงมา เติบโตเรื่อย ๆ ตั้งแต่เริ่มต้น จึงทำให้ภาพรวมของบริษัทดูมั่นคงในระดับหนึ่งครับ
ประเภทและลักษณะของโบรกเกอร์
- ส่วนประเภทโบรกเกอร์จริง ๆ ไม่มีการระบุชัดเจนว่าเป็น ECN หรือ STP
- โบรกเกอร์นี้ให้บริการเทรด Forex และ CFD มากกว่า 250 สินทรัพย์ พร้อมโม้ว่าเป็น “แพลตฟอร์มระดับรางวัล” ซึ่งจากจำนวนผู้ใช้งานก็พอเชื่อได้ว่ามีฐานลูกค้าจริงค่อนข้างมากครับ
- ไม่เปิดเผยจำนวน Liquidity Providers ซึ่งผมว่าตรงนี้แอบน่าผิดหวังเพราะข้อมูลแบบนี้ช่วยให้เทรดเดอร์ประเมินคุณภาพได้ดีขึ้นครับ
ข้อมูลเกี่ยวกับผู้บริหาร
- ผู้บริหารที่พบข้อมูลล่าสุดคือ Nabeel Mirza ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานด้านฟินเทคและโบรกเกอร์มานานพอตัวครับ
- จากข้อมูลการศึกษาที่เจอ คาดว่าสัญชาติของเขาน่าจะเป็น Pakistani เพราะเส้นทางการเรียนและประวัติส่วนตัวโยงไปที่ปากีสถานทั้งหมดครับ
- แต่ที่น่าแอบเสียดายคือ “ไม่พบข้อมูลการออกสื่อของผู้บริหาร” เลย ซึ่งจริง ๆ ถ้ามีสัมภาษณ์หรือบทความจากตัวผู้บริหารเอง มันจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ได้มากขึ้นครับ
ระดับความนิยมของ BDSWISS ในไทยและต่างประเทศ

ความนิยมระดับสากล
- เริ่มจากยอดเข้าชมเว็บไซต์ทั่วโลกจาก Ubersuggest ที่ดันขึ้นเป็น 0 เพราะโดยปกติแล้วแบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับหนึ่งควรมีตัวเลขให้เห็นบ้าง แม้จะไม่มากก็ตามครับ
- แต่เมื่อหันมาดูฐานผู้ติดตามในโซเชียลมีเดียระดับสากล กลับพบว่ามีผู้ติดตามจำนวนไม่น้อย อย่าง Facebook Global มียอดอยู่ที่ประมาณ 33,600 คน
- ใน YouTube Global ก็มีผู้ติดตามอยู่ราว ๆ 6,630 คน ซึ่งแม้จะไม่มากเท่าโบรกเกอร์ยักษ์ใหญ่ แต่ก็ถือว่าเป็นช่องที่มีผู้ชมจริงระดับหนึ่งครับ
- ส่วน Instagram Global มีผู้ติดตามประมาณ 18,900 คน
ความนิยมภายในประเทศไทย
- ส่วนในประเทศไทยนี่ถือว่าน่าสนใจเลยครับ เพราะแม้ข้อมูล Traffic เว็บไซต์จาก Ubersuggest จะเป็น 0 เช่นเดียวกับระดับโลก แต่พอมาดูสถิติบนโซเชียลไทยกลับพบรูปแบบที่ “สวนทาง” แบบเห็นได้ชัดเลย
- จากข้อมูล ประมาณปี 2020 น่าจะเป็นช่วงที่โบรกเกอร์เข้ามาเจาะตลาดไทย เพราะนี่คือปีที่เพจ Facebook ภาษาไทยถูกสร้างขึ้น ทำให้พอจะเดาได้ว่าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โบรกเกอร์ก็พยายามเข้าถึงนักเทรดไทยอย่างจริงจังครับ
- ยอดผู้ติดตาม Facebook Page ไทยทะลุ 330,000 คน ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับยอด Global
- แต่ที่แอบแปลกใจคือ แม้เพจไทยจะมีผู้ติดตามเยอะมาก แต่กลับไม่มีช่อง YouTube ภาษาไทยเลย
- ส่วนใน Instagram ไทย ยอดผู้ติดตามอยู่ที่เพียง 155 คน เท่านั้น
ขั้นตอนการสมัคร เปิดบัญชี
รายละเอียดขั้นตอนการเปิดบัญชี
- เข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน กด ส่ง
- รอรับรหัสจาก Email เพื่อยืนยัน จากนั้นกด ดำเนินการต่อและรักษาความปลอดภัยบัญชี
- กรอกข้อมูลรายละเอียดส่วนบุคคล
- ทำแบบทดสอบความเหมาะสม และ กรอกข้อมูลรายได้
- อัปโหลดหลักฐานยืนยันตัวตน และ อัปโหลดหลักฐานแสดงที่อยู่ เป็นอันเสร็จสิ้น
รีวิวจากเทรดเดอร์ทั่วโลก

รีวิวจากเว็บไซต์ ForexPeaceArmy (FPA)
- คะแนนที่ BDSwiss ได้ใน FPA คือ 1.489 คะแนน จากจำนวนผู้รีวิว 81 คน ซึ่งต้องบอกตรง ๆ ว่าเป็นคะแนนที่ “ต่ำกว่ามาตรฐานโบรกต่างประเทศมาก” จนผมยังรู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อยครับ
- คะแนนระดับนี้มักเกิดจากประสบการณ์ลบสะสมหลายประเภท ทั้งเรื่องแพลตฟอร์ม การถอนเงิน หรือความพอใจโดยรวม ซึ่งการที่โบรกเกอร์ถูกให้คะแนนต่ำขนาดนี้ก็คงสะท้อนปัญหาพื้นฐานบางอย่างที่เทรดเดอร์เจอกันจริง ๆ ครับ
- จุดที่สะดุดตาคือมีการพูดถึง กรณีการฟ้องร้องแบบกลุ่ม (Class Action) เกี่ยวกับปัญหาการถอนเงิน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่และกระทบความเชื่อใจของเทรดเดอร์จำนวนมากเลยทีเดียวครับ
รีวิวจากเว็บไซต์ Trustpilot
- ในฝั่ง Trustpilot คะแนนรวมของ BDSwiss อยู่ที่ 2.7 คะแนน จากจำนวนรีวิวทั้งหมด 2,771 คน ซึ่งถือว่า “คนรีวิวเยอะมาก” แต่คะแนนกลับไม่สูงเท่าไร ทำให้รู้สึกได้ว่าเสียงบ่นน่าจะมีอยู่พอสมควรครับ
- ปกติถ้าแบรนด์ไหนมีผู้รีวิวเยอะมาก การที่คะแนนยังไม่เกิน 3 ถือเป็นสัญญาณไม่ดีเท่าไร เพราะหมายความว่าความไม่พอใจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้เกิดแค่ช่วงใดช่วงหนึ่งครับ
- บางรีวิวใน Trustpilot ระบุถึงปัญหาเรื่อง ถอนเงินล่าช้า หรือถอนเงินไม่ได้ ซึ่งเป็นหัวข้อใหญ่ที่นักเทรดให้ความสำคัญที่สุด ถ้าเจอประสบการณ์แบบนี้จริงก็ไม่แปลกที่คะแนนจะต่ำตามครับ
- แม้รีวิวใน Trustpilot จะมีหลายมุมและหลากหลายความคิดเห็น แต่ภาพรวมก็สะท้อนได้ว่า “โบรกเกอร์มีประสบการณ์ลบกับลูกค้าค่อนข้างเยอะ” นั่นเองครับ
ปัญหาที่ถูกพูดถึงบ่อยจากเทรดเดอร์ทั่วโลก
- เรื่องที่ผมเห็นแล้วสะดุดตาที่สุด คือมีการพูดถึง กรณีการฟ้องร้องแบบกลุ่ม (Class Action) เกี่ยวกับการถอนเงิน โดยมีเทรดเดอร์บางรายบอกว่าถูกดึงเวลาหรือถอนเงินไม่ได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่ไม่ควรเกิดกับโบรกเกอร์รายใหญ่เลยครับ
- ต้องย้ำว่า “ปัญหาเรื่องถอนเงิน” เป็นหัวข้ออ่อนไหวแบบสุด ๆ สำหรับนักเทรด เพราะมันเกี่ยวข้องกับความเชื่อใจทั้งระบบ ถ้าเกิดกรณีแบบนี้ขึ้นบ่อย ๆ หรือมีคนพูดถึงในเว็บใหญ่ ๆ ก็ต้องถือว่าเป็นสัญญาณที่ควรพิจารณาอย่างหนักครับ
- แม้รีวิวแต่ละคนอาจมีความจริงอยู่หลายมุม แต่การที่เว็บระดับ FPA และ Trustpilot สะท้อนคะแนนต่ำแบบต่อเนื่อง ก็ทำให้ผมมองว่าเสียงบ่นของผู้ใช้งานทั่วโลกมีน้ำหนักมากพอสมควรครับ
แพลตฟอร์มเทรดของ BDSwiss

ถ้าพูดถึงแพลตฟอร์มเทรดของ BDSwiss ต้องบอกเลยว่าจัดมาให้ครบตามมาตรฐานโบรกต่างประเทศเลยครับ เพราะรองรับทั้ง MT4 และ MT5 ซึ่งเป็นสองแพลตฟอร์มสุดคลาสสิกที่นักเทรดทั่วโลกใช้งานกันเป็นหลักนั่นเองครับ
- เริ่มจาก MetaTrader 4 (MT4) แพลตฟอร์มในตำนานที่หลายคนรัก ด้วยหน้าตาที่ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน เหมาะทั้งมือใหม่และมือเก่า ซึ่งผมเองก็รู้สึกว่าถ้าใครชอบความเรียบง่าย ไม่อยากเจอฟังก์ชันเยอะ ๆ MT4 คือคำตอบที่ใช่ครับ
- ส่วน MetaTrader 5 (MT5) ถือเป็นรุ่นอัปเกรดที่ให้ความสามารถหลากหลายขึ้น ทั้งการเทรดหลายสินทรัพย์ ฟีเจอร์ด้านการประมวลผลคำสั่งที่เร็วกว่า และอินดิเคเตอร์แบบจัดเต็ม ซึ่งเหมาะกับคนที่อยากได้ความยืดหยุ่นและฟังก์ชันล้ำขึ้นมาหน่อยครับ
- ทั้งสองแพลตฟอร์มรองรับการใช้งานบนคอมพิวเตอร์ มือถือ และแท็บเล็ต ทำให้เทรดได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งผมว่าค่อนข้างตอบโจทย์คนยุคนี้ที่ต้องการความคล่องตัวในการเทรดครับ
โดยรวมแล้ว การที่ BDSwiss เลือกใช้แพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง MT4 และ MT5 ก็ถือว่าเป็นมาตรฐานที่ดี และช่วยให้เทรดเดอร์เลือกใช้งานตามสไตล์ของตัวเองได้สบาย ๆ นั่นเองครับ
ประเภทบัญชีเทรดของ BDSwiss

บัญชี Cent
- บัญชีนี้เหมาะกับสายเริ่มต้นแบบเต็ม ๆ เลยครับ เพราะฝากขั้นต่ำแค่ 10 USD
- จุดเด่นคือ “ไม่มีค่าคอมมิชชั่น” ทำให้ต้นทุนค่อนข้างเบา
- Margin Call อยู่ที่ 50% และ Stop Out อยู่ที่ 20% ซึ่งเป็นระดับที่พบได้ทั่วไป แต่ก็ต้องระวังเลเวอเรจสูงสุดที่ให้ถึง 1:2000 เพราะมันแรงมากจนมือใหม่อาจเผลอเข้าไม้หนักเกินไปได้ครับ
- เรื่อง Swap ก็ฟรี แต่ไม่มีแจ้งเงื่อนไขละเอียดเพิ่มเติมไว้
บัญชี Classic
- ฝากขั้นต่ำ 10 USD เท่ากับบัญชี Cent
- ค่าคอมมิชชั่นจะมีเฉพาะบางประเภท เช่น 2 USD สำหรับดัชนี และ 0.15% สำหรับหุ้น คู่เงินไม่เสียค่าคอมเลย ซึ่งถือว่าโอเคมากครับ
- จุดที่น่าสนใจคือเลเวอเรจมีทั้ง Default 1:400 และแบบ Dynamic ที่สูงสุด 1:2000 ทำให้ยืดหยุ่นสำหรับทั้งคนสายเสี่ยงมากและสายเสี่ยงน้อยครับ
- Margin Call และ Stop Out เหมือนบัญชีอื่น ๆ คือ 50% และ 20% ตามลำดับครับ
บัญชี VIP
- ขั้นต่ำอยู่ที่ 250 USD ครับ
- จุดแข็งของบัญชีนี้คือ “ค่าคอมต่ำมาก” โดยคู่เงินไม่เสียเลย ดัชนีก็ไม่เสีย มีค่าใช้จ่ายเฉพาะหุ้นที่ 0.15% เท่านั้นเองครับ
- เลเวอเรจและโครงสร้างความเสี่ยงเหมือนบัญชี Classic คือ Default 1:400 และ Dynamic สูงสุด 1:2000 ครับ
- ถ้ามองในภาพรวม บัญชีนี้เหมาะกับคนที่อยากได้ต้นทุนการเทรดเบา ๆ โดยไม่ต้องขยับไปถึง Zero Spread ครับ
บัญชี Zero-Spread
- บัญชีนี้เหมาะกับสายจริงจังแบบสุด ๆ เน้นต้นทุนต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยฝากขั้นต่ำอยู่ที่ 100 USD ครับ
- จุดเด่นคือ “สเปรดแทบเป็นศูนย์” แลกกับค่าคอมที่คิดตามประเภทสินทรัพย์ เช่น 6 USD สำหรับคู่เงินและสินค้าโภคภัณฑ์ 2 USD สำหรับดัชนี และ 0.15% สำหรับหุ้นครับ
- เลเวอเรจสูงสุดยังคงให้ถึงระดับ 1:2000 เหมือนบัญชีอื่น ๆ ดังนั้นมือใหม่ควรใช้อย่างระมัดระวังครับ
การฝากถอนเงิน ง่าย รวดเร็ว หรือมีปัญหาไหม?

ช่องทางการฝากเงิน
- ช่องทางฝากเงินที่รองรับธนาคารไทยคือ QR Code (PromptPay) ซึ่งถือว่าเป็นวิธีที่ง่ายและเข้ากับผู้ใช้ชาวไทยมากที่สุดครับ
- แต่ปัญหาคือ…เมื่อลองกดฝากจริง ระบบดันขึ้นว่า “เกิดข้อผิดพลาดขณะประมวลผลเงินฝากของคุณ โปรดลองอีกครั้งโดยใช้วิธีอื่น”
- บอกตามตรงว่าถ้าเป็นคนใหม่ที่เพิ่งเปิดบัญชีแล้วเจอแบบนี้ อาจทำเอาสะดุ้งและเสียความมั่นใจได้ เพราะช่องทางฝากเงินควรเป็นจุดที่ทำงานได้เสถียรมากที่สุดครับ
ช่องทางการถอนเงิน
- ช่องทางถอนเงินผ่านธนาคารไทย ก็เป็น PromptPay เช่นเดียวกับตอนฝาก ซึ่งถือว่าสะดวกและคุ้นเคยสำหรับคนไทยครับ
- ข้อดีคือวิธีถอนเหมือนวิธีฝาก ทำให้ไม่ต้องเรียนรู้หลายระบบ แต่ก็ยังต้องภาวนาให้ระบบทำงานได้เสถียรครับ เพราะถ้าฝากยังมี error การถอนอาจทำให้หลายคนรู้สึกกังวลได้ครับ
ช่องทางคริปโต (ฝาก–ถอน)
- สำหรับคนที่ใช้คริปโต โบรกเกอร์นี้มีตัวเลือกเยอะมาก เช่น BTC, ETH, XRP, BCH, LTC, DASH, ADA, ZEC รวมถึงหลาย stablecoin อย่าง USDT ทั้ง ERC20, TRC20, BEP20, TUSD, USDC, PAX เรียกว่าครบแทบทุกแนวครับ
- ข้อดีคือถ้าใครสะดวกจ่ายด้วยคริปโตหรืออยากถอนเข้ากระเป๋าเงินดิจิทัล ก็มีให้เลือกแบบจุใจจริง ๆ ครับ
- แต่ด้วยความที่ช่องทางเยอะมาก ก็ต้องระวังประเภทเครือข่ายให้ดี เพราะส่งผิด network นี่เงินหายถาวรเลยนะครับ
ช่องทางการติดต่อ
- ในเรื่องการติดต่อซัพพอร์ต หน้าเว็บมี Live Chat ให้บริการแบบ 24/5
- แต่โบรกเกอร์นี้ ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ สำหรับติดต่อ
- ส่วนอีเมลซัพพอร์ตคือ support@km.bdswiss.com ซึ่งผมลองตรวจแล้วเป็นอีเมลที่ใช้งานอยู่จริง
- มีช่องทาง Line เพิ่มเติมสำหรับคนไทย แต่ที่เซอร์ไพรส์คือ “ไม่มีซัพพอร์ตคนไทย”
รวมช่องทางติดต่อทั้งหมดแล้วมี 3 ช่องทาง คือ Live Chat / Email / Line ซึ่งถือว่าไม่น้อยแต่ก็ไม่เยอะเท่าโบรกเกอร์เจ้าใหญ่บางเจ้าครับ
สรุปข้อดี ข้อเสีย โดยผู้เชี่ยวชาญของ Thaiforexbroker
✅ ข้อดีของ BDSwiss
- มีใบอนุญาตจริงจากหน่วยงานที่ตรวจสอบได้ เช่น FSA Seychelles และ SCA UAE ซึ่งช่วยยืนยันตัวตนบริษัทในระดับหนึ่งครับ
- มีบัญชี Cent ให้เทรดเดอร์เริ่มต้นด้วยเงินน้อย เหมาะกับมือใหม่มาก ๆ ครับ
- เลเวอเรจสูงสุดถึง 1:2000 เหมาะกับสายทุนเล็กที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง แม้จะมีความเสี่ยงมากขึ้นก็ตามครับ
- ประเภทบัญชีหลากหลาย ตั้งแต่บัญชีเริ่มต้นไปจนถึงแบบ Zero Spread ช่วยให้เลือกได้ตามสไตล์ครับ
- แพลตฟอร์มรองรับทั้ง MT4 และ MT5 ซึ่งเป็นมาตรฐานโลก และใช้งานได้ทั้งมือถือและ PC ครับ
- ฝาก–ถอนผ่านคริปโตได้เกือบทุกประเภท โดยมีตัวเลือกเยอะมาก เช่น BTC, ETH, XRP, ADA, USDT ทั้งหลายเครือข่าย ฯลฯ ถือว่าตอบโจทย์คนใช้คริปโตครับ
- มีภาษาไทยในเว็บไซต์ และมีเพจไทยรองรับ แม้จะไม่มีซัพพอร์ตคนไทยก็ตามครับ
- จำนวนผู้ติดตามเพจไทยสูงมาก (330,000+) แสดงว่ามีการตลาดในไทยค่อนข้างเยอะครับ
❌ ข้อเสียของ BDSwiss
- ข้อมูลใบอนุญาตบางส่วนตรวจสอบไม่พบจริง เช่น FSC Mauritius และ MISA ทำให้เกิดความคลุมเครือด้านความโปร่งใสครับ
- ไม่มีซัพพอร์ตคนไทย แม้จะมีเพจไทย แต่เมื่อใช้งานจริง อาจสื่อสารได้ลำบากสำหรับบางคนครับ
- ช่องทางฝากเงินผ่าน PromptPay มีปัญหา ลองฝากแล้วระบบขึ้น error ซึ่งถือว่าเป็นจุดอ่อนไหวมากสำหรับผู้ใช้งานครับ
- รีวิวจากผู้ใช้งานจริงค่อนข้างแย่
- FPA ให้เพียง 1.489/5
- Trustpilot ให้ 2.7/5 จากกว่า 2,700 รีวิว
คะแนนระดับนี้ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้ครับ
- มีรายงานปัญหาเกี่ยวกับการถอนเงิน ถึงขั้นมีเคสฟ้องร้องแบบกลุ่ม (Class Action) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ความเสี่ยงที่ควรระวังอย่างมากครับ
- ไม่ใช่สมาชิก The Financial Commission ทำให้ไม่มีหน่วยงานกลางช่วยไกล่เกลี่ยหากเกิดปัญหา
- Traffic เว็บไซต์เป็นศูนย์จากข้อมูล Ubersuggest ทั้งระดับโลกและไทย ซึ่งดูขัดกับจำนวนผู้ติดตามบนโซเชียล อาจตีความได้ว่ามีการใช้เพจมากกว่าการให้ข้อมูลบนเว็บครับ
- ไม่มีข้อมูลผู้บริหารในเว็บไซต์หลัก ต้องหาจากแหล่งอื่น ทำให้ลดระดับความโปร่งใสครับ
- ไม่มีที่อยู่สำนักงานใหญ่ชัดเจนบนเว็บไซต์ ต้องไปค้นจาก LinkedIn แทน ซึ่งไม่ใช่มาตรฐานที่ดีนักครับ
บทสรุปควรเลือก BDSwiss หรือไม่?
จากประสบการณ์มืออาชีพที่อยู่กับวงการโบรกเกอร์มายาวนาน ต้องบอกตรง ๆ ว่า BDSwiss เป็นโบรกเกอร์ที่ “ใช้งานได้แต่ต้องระวัง” ครับ แม้จะมี บัญชีให้เลือกหลากหลาย, แพลตฟอร์มครบทั้ง MT4–MT5, และ รองรับคริปโตหลายประเภท
แต่ก็ยังมีจุดที่ต้องใส่ใจอย่างมาก โดยเฉพาะ คะแนนรีวิวที่ค่อนข้างต่ำ, ประเด็นการถอนเงิน, และ ความคลุมเครือของใบอนุญาตบางส่วน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเทรดเดอร์ครับ ดังนั้นคำแนะนำคือ เริ่มด้วยเงินน้อย, ทดสอบระบบฝากถอน, และ ตรวจสอบซัพพอร์ตให้แน่ใจ ก่อนเทรดจริงจัง เพื่อให้ควบคุมความเสี่ยงได้ดีที่สุดนั่นเอง
เอกสารอ้างอิง
- ThaiForexBroker. (n.d.). รีวิว BDSwiss. สืบค้นจาก https://www.thaiforexbroker.com/review-bdswiss/
- Trustpilot. (n.d.). BDSwiss reviews. สืบค้นจาก https://www.trustpilot.com/review/www.bdswiss.com
- ThaiBrokerForex. (n.d.). รีวิว BDSwiss โบรกเกอร์ BDSwiss ดีไหม. สืบค้นจาก https://thaibrokerforex.com/review-bdswiss/
- Forex Peace Army. (n.d.). BDSwiss review. สืบค้นจาก https://www.forexpeacearmy.com/forex-reviews/9876/bdswiss-review

