หากคุณกำลังมองหาโบรกเกอร์ CFD ที่เน้นความโปร่งใสและแพลตฟอร์มระดับพรีเมียม Capital.com คือชื่อที่มาพร้อมใบอนุญาตระดับโลกถึง 5 แห่ง
ซึ่งช่วยการันตีความปลอดภัยในระดับสากลได้เป็นอย่างดี แต่ความยิ่งใหญ่ในระดับโลกนี้จะตอบโจทย์การใช้งานของคนไทยได้จริงหรือไม่? บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกตั้งแต่ระบบการแยกเงินทุนลูกค้าที่ชัดเจน
ไปจนถึงปัญหาการติดต่อซัพพอร์ตที่เทรดเดอร์หลายคนยังกังวล มาหาคำตอบกันว่าท่ามกลางจุดแข็งด้านเทคโนโลยี โบรกเกอร์เจ้านี้คือตัวเลือกที่ใช่สำหรับพอร์ตลงทุนของคุณในปี 2026 หรือไม่ครับ
ความมั่นคงและความน่าเชื่อถือของ Capital.com

- ถ้าพูดกันตรง ๆ เรื่องความมั่นคงของ com ผมถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสบายใจเลยครับ เพราะไม่ได้มีแค่ใบอนุญาตเดียว แต่ถือหลาย License จากหลายประเทศ
- สิ่งที่ผมมองว่าสำคัญมากคือ com มีการแยกเงินลูกค้าออกจากเงินบริษัทอย่างชัดเจน ซึ่งมีระบุไว้ในเอกสารข้อ 10.1 CLIENT MONEY แบบเป็นลายลักษณ์อักษรเลยครับ
- ถึงแม้ com จะไม่ได้เป็นสมาชิกของ The Financial Commission แต่จากโครงสร้างการกำกับดูแลที่กระจายหลายประเทศ ผมมองว่าความน่าเชื่อถือยังอยู่ในระดับที่รับได้
- เรื่องความโปร่งใสบนหน้าเว็บไซต์ ผมขอชมตรง ๆ ว่าทำได้ดีมาก เพราะมีทั้งข้อมูลการกำกับดูแล ที่อยู่ ช่องทางติดต่อ เอกสารเงื่อนไขการใช้งาน คำเตือนความเสี่ยง รวมถึงข้อมูลผู้บริหาร
Capital.com ได้รับใบอนุญาตจากองค์กรไหนบ้าง?
Capital.com ถือ License รวมทั้งหมด 5 หน่วยงาน ได้แก่ FCA, CySEC, ASIC, SCB และ FSA Seychelles ซึ่งถือว่าเยอะพอสมควรสำหรับโบรกเกอร์ CFD ครับ สำหรับนักเทรดชาวไทยโดยตรง จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ SCB ซึ่งเป็น License ที่ใช้รองรับลูกค้านอกยุโรปเป็นหลักนั่นเอง
- Financial Conduct Authority (FCA) จากสหราชอาณาจักร
- จดทะเบียนในชื่อ Capital Com (UK) Limited
- ที่อยู่จดทะเบียนอยู่ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ
- FCA ถือเป็นหน่วยงานระดับ Top Tier ที่เข้มงวดมาก พอเห็นชื่อ FCA ผมยอมรับเลยว่าความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นทันทีครับ
- Cyprus Securities and Exchange Commission (CySEC)
- จดทะเบียนในชื่อ Capital Com SV Investments Ltd
- ตั้งอยู่ที่เมือง Limassol ประเทศไซปรัส
- License ตัวนี้จะช่วยให้ com สามารถให้บริการในเขตสหภาพยุโรปได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นอีกจุดที่สะท้อนความเป็นสากลของโบรกเกอร์รายนี้นั่นเอง
- Australian Securities and Investments Commission (ASIC)
- จดทะเบียนในชื่อ CAPITAL COM AUSTRALIA PTY LTD
- ที่อยู่จดทะเบียนอยู่ที่ Melbourne ประเทศออสเตรเลีย
- ASIC เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวด ทำให้ภาพลักษณ์ของ com ดูแข็งแรงขึ้นไปอีกระดับครับ
- Securities Commission of The Bahamas (SCB)
- จดทะเบียนในชื่อ Capital Com Online Investments Ltd
- เป็น License หลักที่ให้บริการกับลูกค้าชาวไทย
- แม้ SCB จะไม่เข้มเท่า FCA หรือ ASIC แต่ก็ถือว่าเป็น License ที่พบได้บ่อยในโบรกเกอร์ระดับสากล และยังดีกว่าโบรกเกอร์ที่ไม่มีการกำกับดูแลเลยแน่นอนครับ
- Financial Services Authority in Seychelles (FSA Seychelles)
- จดทะเบียนในชื่อ Capital Com Stock and CFD Investing Ltd
- License ตัวนี้ผมมองว่าเป็นส่วนเสริมมากกว่า แต่ก็ช่วยให้โครงสร้างการดำเนินงานของบริษัทครอบคลุมขึ้นนั่นเอง
ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท ประวัติองค์กร และประวัติการดำเนินงาน

ข้อมูลบริษัทและประวัติโดยย่อ
- com ก่อตั้งขึ้นในปี 2016 ซึ่งถ้านับถึงตอนนี้ก็ถือว่าไม่ได้ใหม่มาก แต่ก็ยังไม่ถึงกับเก่าแก่ระดับสิบ ๆ ปีนะครับ
- ผู้ก่อตั้งคือ Viktor Prokopenya ซึ่งเป็นนักธุรกิจสัญชาติ British ที่มีพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและการลงทุนค่อนข้างชัดเจน
- คติพจน์ของ com คือ “เราไม่ได้เกิดมาเป็นนักลงทุน แต่เรากลายเป็นนักลงทุน”
- สิ่งที่ com ใช้ดึงดูดลูกค้า ไม่ใช่โปรโมชันหวือหวา เพราะแทบไม่มีโบนัสหรือแคมเปญอะไรเลย แต่จะเน้นไปที่ภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือ การเปิดเผยข้อมูล และการกำกับดูแลเป็นหลัก ซึ่งผมมองว่าเหมาะกับคนที่เน้นความปลอดภัยมากกว่าสายล่าโบนัสนั่นเอง
- สำนักงานใหญ่ของ com ตั้งอยู่ที่ประเทศไซปรัส ในเมือง Limassol ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบรกเกอร์ยุโรปหลายเจ้าด้วยกัน ผมมองว่าเลือกโลเคชันได้เหมาะกับธุรกิจสายนี้ดีครับ
- สำหรับโซนเอเชีย ต้องบอกตรง ๆ ว่ายังไม่มีสำนักงานใกล้ประเทศไทย
ประเภทและลักษณะของโบรกเกอร์
- com เป็นโบรกเกอร์ระดับโลกที่มีสำนักงานกระจายอยู่หลายประเทศ เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย ไซปรัส ยิบรอลตาร์ โปแลนด์ บัลแกเรีย และเซเชลส์
- รูปแบบการให้บริการหลักจะเน้นการซื้อขาย CFD ครอบคลุมทั้งดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์ หุ้น และคู่สกุลเงินยอดนิยม ซึ่งถือว่าครบสำหรับสายเทรดเดอร์สาย CFD ทั่วไปเลยครับ
- เรื่องประเภทโบรกเกอร์และ Liquidity Provider ต้องพูดตามตรงว่าหาข้อมูลได้ยากมาก เว็บไซต์ไม่ได้ระบุชัดเจน และจากประสบการณ์การลองติดต่อซัพพอร์ต ผมรู้สึกว่าค่อนข้างช้า ไลฟ์แชทต้องรอนาน ตรงนี้ถือเป็นจุดที่ทำให้ผมหงุดหงิดเล็กน้อยเหมือนกันครับ
ข้อมูลเกี่ยวกับผู้บริหาร
- ผู้บริหารที่ดูแลสำนักงานในสหราชอาณาจักรคือ Rupert Osborne ซึ่งดำรงตำแหน่ง CEO ประจำ UK
- สัญชาติของเขาเป็น British และมีประสบการณ์ในแวดวงการเงินมาก่อนพอสมควร แต่ถ้าพูดถึงการออกสื่อ ต้องบอกว่าค่อนข้างน้อย
- ข่าวที่เกี่ยวข้องกับเขาส่วนใหญ่จะเป็นช่วงที่เข้ารับตำแหน่ง CEO และบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับทิศทางของ Capital.com ในตลาด UK ซึ่งไม่ได้มีอะไรหวือหวา แต่ก็สะท้อนความเป็นผู้บริหารสายทำงานเงียบ ๆ มากกว่าสายสร้างภาพนั่นเอง
ระดับความนิยมของ Capital.com ในไทยและต่างประเทศ

ความนิยมของ Capital.com ในระดับสากล
- ถ้ามองในภาพรวมระดับโลก ต้องบอกว่า com ไม่ได้เป็นโบรกเกอร์โนเนมเลยครับ เพราะจากข้อมูล Ubersuggest มียอดเข้าเว็บไซต์ทั่วโลกประมาณ 655,055 ครั้ง ซึ่งถือว่าไม่น้อย และสะท้อนว่ามีคนใช้งานจริงอยู่พอสมควรเลยทีเดียว
- ในฝั่งโซเชียลมีเดีย Global ก็ทำได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะ Facebook ที่ใช้ชื่อว่า com International มีผู้ติดตามประมาณ 300,000 คน
- Youtube Global ภายใต้ชื่อ com มีผู้ติดตามประมาณ 255,000 คน
- Instagram Global มีผู้ติดตามราว 36,700 คน
จากทั้งหมดนี้ ผมรู้สึกว่า Capital.com วางตำแหน่งตัวเองเป็นโบรกเกอร์สาย Global ชัดเจน เน้นตลาดยุโรปและต่างประเทศเป็นหลัก มากกว่าจะโฟกัสเอเชียโดยเฉพาะไทยนั่นเอง
ความนิยมของ Capital.com ในประเทศไทย
การเข้ามาทำตลาดในไทย
- Capital.com เข้ามาทำตลาดในไทยประมาณปี 2021 โดยเริ่มจากการสร้าง Facebook เพจภาษาไทย แต่หลังจากนั้นไม่นาน เพจก็ถูกทิ้งร้างตั้งแต่ปี 2022 ซึ่งตรงนี้ผมเห็นแล้วก็แอบรู้สึกเสียดายเหมือนกันครับ
- ยอดเข้าเว็บไซต์จากประเทศไทยตามข้อมูล Ubersuggest อยู่ที่ประมาณ 682 ครั้ง ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับยอดทั่วโลก
- จำนวนผู้ติดตาม Facebook ไทยอยู่ที่ประมาณ 22,000 คน ฟังดูเหมือนเยอะ แต่ถ้าไปดูการเคลื่อนไหวจริง จะเห็นว่าแทบไม่มีการอัปเดตอะไรเลย ทำให้ความนิยมค่อย ๆ หายไปนั่นเอง
- Youtube ไทยมีผู้ติดตามแค่ 28 คนเท่านั้นเอง
- Instagram ไทยก็อยู่ในสภาพคล้ายกัน มีผู้ติดตามเพียง 183 คน และไม่มีคอนเทนต์ใหม่ ๆ มานานพอสมควรแล้ว
ในมุมของคนไทย สิ่งที่ยังเป็นจุดอ่อนชัด ๆ คือไม่มีซัพพอร์ตภาษาไทย ไม่มีเว็บไซต์ภาษาไทย และไม่มีคอนเทนต์ที่ออกแบบมาเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ ทำให้ผมมองว่ายังไม่เหมาะกับมือใหม่หรือคนที่อยากได้การดูแลแบบใกล้ชิดครับ
ขั้นตอนการสมัครและเปิดบัญชี
- เข้าไปที่หน้าเว็บไซต์หลัก
- กรอก Email และ รหัสผ่าน
- จากนั้นให้เลือกประเทศ สัญชาติ สถานที่เกิด
- กรอกชื่อ-นามสกุล / กรอกวันเกิด / กรอกที่อยู่
- จากนั้นระบบจะส่ง Email เพื่อให้ยืนยัน Email
- ไปที่ Email แล้วคลิ๊ก Confirm Email
- ระบบจะเด้งกลับมาหน้าหลัก แล้วคลิ๊ก Continue
- อ่านข้อตกลงแล้วกด Confirm
รวมรีวิวการใช้งานจริงของ Capital.com
รีวิวจากเทรดเดอร์ทั่วโลก

Forex Peace Army
- com ได้คะแนนเฉลี่ยประมาณ 2.406 จากผู้รีวิวทั้งหมด 46 คน ซึ่งคะแนนระดับนี้ถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับโบรกเกอร์ระดับสากลรายอื่น ๆ ครับ
- จากที่ผมลองไล่อ่านรีวิวหลาย ๆ ความเห็น จะเห็นว่าโทนส่วนใหญ่ค่อนข้างไม่พอใจ โดยเฉพาะเรื่องการจัดการบัญชีและประสบการณ์ใช้งานบางช่วงครับ
- มีผู้ใช้งานบางรายรู้สึกว่าการสื่อสารกับโบรกเกอร์ไม่ชัดเจน และบางเคสก็จบไม่สวยเท่าไร ทำให้ผมรู้สึกว่า com อาจไม่ได้เหมาะกับนักเทรดสายจริงจังทุกคนครับ
โดยรวมแล้ว รีวิวใน FPA ให้ภาพของ Capital.com ในแง่ที่ต้องระมัดระวัง อ่านแล้วผมเองก็รู้สึกว่าถ้าใครจะใช้งาน ควรเผื่อใจไว้บ้างและอย่าลงเงินก้อนใหญ่ตั้งแต่แรกนั่นเอง
Trustpilot
- com ได้คะแนนสูงถึง 4.4 จากจำนวนผู้รีวิวมากถึง 11,914 คน ซึ่งตัวเลขนี้ผมมองว่าน่าเชื่อถือพอสมควร เพราะจำนวนผู้ใช้งานเยอะจริง ไม่ใช่รีวิวไม่กี่คนแล้วดันคะแนนครับ
- รีวิวเชิงบวกส่วนใหญ่จะพูดถึงแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่าย หน้าตาดูทันสมัย และเหมาะกับมือใหม่ ซึ่งตรงนี้ผมเข้าใจได้เลยว่าทำไมหลายคนถึงชอบครับ
- ถึงแม้จะมีรีวิวด้านลบปะปนอยู่บ้าง เช่น เรื่องการปิดบัญชีหรือการถอนเงินในบางกรณี แต่เมื่อเทียบกับจำนวนรีวิวทั้งหมด ก็ถือว่าเป็นสัดส่วนที่ไม่สูงมากนักครับ
ภาพรวมจาก Trustpilot ทำให้ผมรู้สึกว่า Capital.com เหมาะกับผู้ใช้งานทั่วไปหรือมือใหม่ที่อยากเริ่มต้นง่าย ๆ มากกว่าสายเทรดหนัก ๆ ที่ต้องการความยืดหยุ่นสูงนั่นเอง
รีวิว Copy Trade และ VPS
- ขอเริ่มกันแบบไม่อ้อมค้อมเลยนะครับ สำหรับสาย EA หรือสายเทรดอัตโนมัติ com ไม่มีบริการ VPS ฟรี และไม่มีบริการให้เช่า VPS ด้วยเช่นกันครับ
- ถ้าใครเป็นสายรันบอท เปิดออเดอร์ตลอด 24 ชั่วโมง ผมมองว่า com อาจไม่ตอบโจทย์ และต้องไปหา VPS ภายนอกมาใช้เองทั้งหมด ซึ่งเพิ่มต้นทุนและความยุ่งยากขึ้นพอสมควรเลยนั่นเอง
- สำหรับระบบ Copy Trade ต้องบอกกันตามตรงว่า com ไม่มีระบบ Copy Trade เป็นของตัวเอง เช่นกันครับ
รวมแพลตฟอร์มในการเทรด

- com Web Platform
- เป็นแพลตฟอร์มหลักที่ใช้งานผ่านเว็บ ไม่ต้องดาวน์โหลดอะไรเพิ่มเติม
- หน้าตาดูทันสมัย ใช้งานง่าย เหมาะกับมือใหม่มาก ๆ
- มีเครื่องมือวิเคราะห์พื้นฐานครบในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้ลึกแบบสายอินดี้หรือสายเขียนอินดิเคเตอร์เองครับ
- com Mobile App (iOS และ Android)
- แอปมือถือทำออกมาได้ดี ใช้งานลื่น และดีไซน์ดูสบายตา
- เหมาะกับคนที่ชอบเช็กราคา เปิด–ปิดออเดอร์ระหว่างวัน หรือเทรดนอกสถานที่
- จากประสบการณ์ผม แอปค่อนข้างเสถียร แต่ถ้าจะวิเคราะห์กราฟหนัก ๆ ยังสู้จอใหญ่ไม่ได้ครับ
- MetaTrader 4 (MT4)
- รองรับ MT4 สำหรับสายคลาสสิกที่คุ้นเคยกับแพลตฟอร์มนี้อยู่แล้ว
- เหมาะกับคนที่ชอบอินดิเคเตอร์พื้นฐานและระบบที่เรียบง่าย
- แต่ถ้าเป็นสาย EA ต้องจำไว้เลยครับว่า com ไม่มี VPS ให้ ต้องจัดการเองทั้งหมด
- MetaTrader 5 (MT5)
- รองรับ MT5 สำหรับคนที่ต้องการฟีเจอร์ใหม่ ๆ และอินดิเคเตอร์ที่หลากหลายขึ้น
- รองรับสินทรัพย์หลายประเภทมากกว่า MT4
- เหมาะกับสายเทรดจริงจังที่อยากได้ความยืดหยุ่นในการวิเคราะห์
- TradingView
- com เชื่อมต่อกับ TradingView ได้โดยตรง ซึ่งอันนี้ผมมองว่าเป็นจุดเด่นเลยครับ
- เหมาะกับสายวิเคราะห์กราฟจริงจัง ชอบเครื่องมือเยอะ อินดิเคเตอร์หลากหลาย
- เปิดออเดอร์จาก TradingView ได้เลย ไม่ต้องสลับแพลตฟอร์มไปมา ซึ่งสะดวกมากจริง ๆ
โดยรวมแล้ว แพลตฟอร์มที่ Capital.com รองรับถือว่าครบและหลากหลาย ตอบโจทย์ทั้งมือใหม่และมือเก๋าเลยครับ แต่ก็ต้องยอมรับว่าถ้าเป็นสาย EA หนัก ๆ หรือสายรันบอทตลอด 24 ชั่วโมง อาจต้องเตรียมเครื่องมือเสริมเองเพิ่มนิดหน่อยนั่นเองครับ
ประเภทบัญชีเทรดของ Capital.com

ภาพรวมบัญชีทั้งหมด
หลัก ๆ จะมีอยู่ 2 ประเภทคือ Standard Account และ PRO Account ซึ่งรายละเอียดหลายอย่างดูคล้ายกันมาก จนบางทีผมก็แอบงงเหมือนกันว่าต่างกันตรงไหนบ้างครับ
- Standard Account
- ฝากขั้นต่ำเพียง 10 USD ถือว่าเข้าถึงง่ายมาก มือใหม่เริ่มต้นได้สบาย ๆ ครับ
- ไม่มีค่าคอมมิชชั่นในการเทรด ซึ่งจุดนี้เหมาะกับคนที่ไม่อยากคิดต้นทุนซับซ้อน
- Margin Call อยู่ที่ระดับ 100 ซึ่งถือว่าค่อนข้างตึง ถ้าบริหารมาร์จิ้นไม่ดี มีโอกาสโดนเรียกได้ง่ายครับ
- Stop Out ไม่มีข้อมูลชัดเจน ผมลองสอบถามซัพพอร์ตแล้ว แต่ก็ไม่ได้คำตอบ
- เลเวอเรจสูงสุดอยู่ที่ 1:200 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับกลาง ไม่แรงมากแต่ก็พอใช้งานได้
- จำนวนออเดอร์ที่เปิดได้สูงสุด ไม่มีข้อมูลระบุชัด
- จำนวน Lot ที่เปิดได้สูงสุดต่อออเดอร์อยู่ที่ 50 Lot
- ไม่มี Swap Free สำหรับสายถือข้ามคืนต้องรับต้นทุนตรงนี้ไปเต็ม ๆ นั่นเอง
- PRO Account
- ฝากขั้นต่ำเริ่มต้นเท่ากันที่ 10 USD
- ไม่มีค่าคอมมิชชั่น และสามารถเทรดได้ทุกตราสารเหมือนกัน
- Margin Call อยู่ที่ 100 เช่นเดียวกัน
- Stop Out ก็ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนเหมือนเดิม
- เลเวอเรจสูงสุดอยู่ที่ 1:200
- จำนวนออเดอร์สูงสุดและเงื่อนไขเชิงลึกต่าง ๆ ก็ยังไม่ชัดเจน
- จำนวน Lot สูงสุดต่อออเดอร์อยู่ที่ 50 Lot เท่ากัน
- ไม่มี Swap Free เช่นเดียวกัน
- เงื่อนไขสำคัญของบัญชี PRO คือ ผู้สมัครต้องแสดงหลักฐานให้ผ่านอย่างน้อย 2 ใน 3 ข้อ ได้แก่ ประวัติการเทรดที่สม่ำเสมอ ประสบการณ์ทำงานด้านการเงิน หรือ มีพอร์ตการลงทุนขนาดใหญ่กว่า 500,000 ยูโร ซึ่งฟังแล้วก็รู้เลยว่าไม่ได้เหมาะกับมือใหม่แน่นอนครับ
- ข้อมูลบัญชีเพิ่มเติม
- ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับบัญชี Cent
- ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับบัญชี STP หรือ ECN
- จากการลองติดต่อซัพพอร์ต ต้องบอกตรง ๆ ว่าค่อนข้างยาก ไลฟ์แชทรอนาน และหลายคำถามไม่ได้รับคำตอบชัดเจน ทำให้รายละเอียดบางอย่างยังคลุมเครืออยู่พอสมควรครับ
การฝากถอนเงิน ง่าย รวดเร็ว หรือมีปัญหาไหม?

ถ้ามาดูเรื่องการฝาก–ถอนของ Capital.com ผมขอพูดแบบคนใช้งานจริงเลยนะครับว่า ระบบดูเป็นสากลก็จริง แต่ยังไม่ค่อยเป็นมิตรกับคนไทยเท่าไรนัก เพราะ ช่องทางที่มีให้เลือกจะเป็นแนวต่างประเทศทั้งหมด ใครที่คุ้นกับ e-wallet หรือบัตรอยู่แล้วอาจโอเค แต่ถ้าเป็นสายโอนธนาคารไทยโดยตรง บอกเลยว่าอาจรู้สึกขัดใจนิดหน่อยครับ
- ภาพรวมช่องทางการฝากเงิน
- ฝากเงินได้ผ่าน Bank Card / Bank Transfer / Skrill / Neteller
- โดยรวมถือว่าครบในมาตรฐานโบรกเกอร์ Global แต่ไม่มีช่องทางที่ออกแบบมาเพื่อคนไทยโดยเฉพาะนั่นเอง
- ภาพรวมช่องทางการถอนเงิน
- ถอนผ่าน Apple Pay / Google Pay / Skrill/ Spei
- จะสังเกตได้เลยว่าช่องทางฝากกับถอนบางส่วนไม่เหมือนกัน ซึ่งตรงนี้ผมแอบรู้สึกว่ายุ่งยากนิดหนึ่งครับ
- ช่องทางธนาคารไทย ไม่มีช่องทางฝากเงินผ่านธนาคารไทยโดยตรง
- ช่องทางคริปโต ไม่มีช่องทางฝากเงินด้วยคริปโต
- ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฝากถอน
- เรื่องการฝาก–ถอนในวันเสาร์อาทิตย์ ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน ซัพพอร์ตแจ้งเพียงว่าถ้าใช้บัตรธนาคาร เงินจะเข้าทันที แต่ถ้าเป็นการโอนเงินแบบปกติจะใช้เวลาประมาณ 3 วันทำการ ซึ่งฟังแล้วก็ยังไม่เคลียร์เท่าไรครับ
- สามารถถอนเงินได้แม้จะมีออเดอร์ค้างอยู่ ตราบใดที่มาร์จิ้นมากกว่า 100% ตรงนี้ถือว่าเป็นข้อดี เพราะช่วยให้บริหารเงินได้ยืดหยุ่นขึ้นนิดหนึ่ง
ช่องทางการติดต่อ
- ช่องทางการติดต่อซัพพอร์ต มี Live Chat บนหน้าเว็บไซต์ ซึ่งใช้งานง่ายก็จริง แต่จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมรู้สึกว่ารอค่อนข้างนาน ไม่ได้ตอบไวแบบที่คาดหวังไว้ครับ
- มีเบอร์โทรติดต่อเป็นหมายเลขประเทศไทย +66 25660226 ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีอย่างหนึ่ง เพราะอย่างน้อยก็มีเบอร์ให้โทรจริง ไม่ได้ให้ติดต่อผ่านฟอร์มอย่างเดียวครับ
- มี Email สำหรับซัพพอร์ตคือ support@capital.com ใช้งานได้ตามมาตรฐานทั่วไป
- ไม่มีซัพพอร์ตภาษาไทย และไม่มีช่องทางติดต่ออื่นเพิ่มเติม รวมแล้วมีทั้งหมด 3 ช่องทาง ผมมองว่ายังพอใช้ได้ แต่ถ้าเพิ่มทีมซัพพอร์ตให้ตอบไวขึ้นกว่านี้ จะน่าใช้งานขึ้นเยอะเลยครับ
สรุปข้อดี ข้อเสีย โดยผู้เชี่ยวชาญของ Thaiforexbroker
✅ ข้อดีของ Capital.com
- เป็นโบรกเกอร์ระดับ Global ที่มีการกำกับดูแลหลายหน่วยงาน เช่น FCA, CySEC, ASIC, SCB และ FSA Seychelles ซึ่งแค่มองตรงนี้ก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาพอสมควรครับ
- มีการเปิดเผยข้อมูลด้านความน่าเชื่อถือค่อนข้างครบ ทั้งเรื่อง License การแยกเงินลูกค้าออกจากเงินบริษัท และข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์ ซึ่งผมมองว่าโปร่งใสดีกว่าโบรกเกอร์หลายเจ้าเลยครับ
- ฝากขั้นต่ำเริ่มต้นแค่ 10 USD ทำให้มือใหม่สามารถทดลองใช้งานได้โดยไม่ต้องเสี่ยงเงินก้อนใหญ่
- ไม่มีค่าคอมมิชชั่นในการเทรด โครงสร้างต้นทุนดูเข้าใจง่าย เหมาะกับคนที่ไม่อยากคำนวณอะไรซับซ้อน
- รองรับแพลตฟอร์มการเทรดหลากหลายมาก ทั้ง Web Platform, Mobile App, MT4, MT5 และ TradingView ซึ่งจุดนี้ผมชอบเป็นพิเศษ เพราะเลือกใช้งานได้ตามสไตล์ตัวเองจริง ๆ ครับ
- ได้รับความนิยมในระดับโลกค่อนข้างดี มีผู้ใช้งานและผู้ติดตามจำนวนมาก โดยเฉพาะในฝั่งยุโรปและต่างประเทศ
❌ ข้อเสียของ Capital.com
- ไม่ค่อยเหมาะกับนักเทรดไทย เพราะไม่มีซัพพอร์ตภาษาไทย ไม่มีเว็บไซต์ภาษาไทย และไม่มีสำนักงานใกล้ประเทศไทย ทำให้การสื่อสารค่อนข้างห่างไกลครับ
- ระบบฝาก–ถอนยังไม่เป็นมิตรกับคนไทย ไม่มีช่องทางธนาคารไทย และไม่รองรับคริปโต ซึ่งสำหรับหลายคนถือว่าเป็นจุดตัดสินใจสำคัญเลย
- ไม่มีบริการ VPS และไม่มีระบบ Copy Trade ทำให้สาย EA และสายก็อปปี้เทรดแทบจะใช้งานไม่ได้เลยครับ
- ข้อมูลเชิงลึกหลายอย่างไม่ชัดเจน เช่น Stop Out, ประเภทบัญชี STP หรือ ECN รวมถึงจำนวนออเดอร์สูงสุด ซึ่งผมพยายามถามซัพพอร์ตแล้วก็ไม่ได้คำตอบที่เคลียร์เท่าไร
- การติดต่อซัพพอร์ตค่อนข้างยาก ไลฟ์แชทรอนาน และบางคำถามไม่ได้รับคำตอบตรงประเด็น ทำให้ประสบการณ์ใช้งานสะดุดอยู่บ้าง
- รีวิวจากบางแหล่งอย่าง Forex Peace Army ให้คะแนนค่อนข้างต่ำ และมีเคสปัญหาเรื่องการปิดบัญชีหรือการถอนเงินให้เห็นอยู่บ้าง ซึ่งอ่านแล้วก็ต้องเผื่อใจไว้เหมือนกันครับ
บทสรุปควรเลือก Capital.com หรือไม่?
จากข้อมูลทั้งหมดที่ไล่มาดูแบบละเอียด ผมมองว่า Capital.com เป็นโบรกเกอร์ที่เหมาะกับนักเทรดสายที่เน้นไปทางความน่าเชื่อถือ แพลตฟอร์มดี และชอบเทรดด้วยตัวเองเป็นหลักครับ จุดแข็งคือ License แน่น ระบบเทรดหลากหลาย และภาพลักษณ์ดูเป็นมืออาชีพ แต่ในขณะเดียวกัน จุดอ่อนก็ชัดเจนมากสำหรับคนไทย ทั้งเรื่องซัพพอร์ต การฝากถอน และการไม่มีระบบเสริมอย่าง VPS หรือ Copy Trade
ดังนั้น ถ้าคุณเป็นมือใหม่ไทยที่อยากได้ความสะดวกและการดูแลใกล้ชิด ผมแนะนำให้คิดให้รอบคอบก่อนครับ แต่ถ้าคุณเป็นสายเทรดเอง ใช้แพลตฟอร์มเป็นอยู่แล้ว Capital.com ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ “พอไปได้” ในระยะยาวนั่นเองครับ
เอกสารอ้างอิง
- Lucid Trader. (n.d.). com review. Retrieved December 2025, from https://www.lucid-trader.com/capital-com-review/
- (n.d.). Capital.com broker review. Retrieved December 2025, from https://www.myfxbook.com/reviews/brokers/capitalcom/2373670,1
- (n.d.). Capital.com รีวิวโบรกเกอร์ Capital.com. Retrieved December 2025, from https://thaibrokerforex.com/capital-com-review/
- (n.d.). Capital.com reviews. Retrieved December 2025, from https://www.trustpilot.com/review/capital.com

