แนวโน้มคือเพื่อนและราชาของนักเทรดที่ดี (Trend is Friend Trend is the King)

0
107

Trend is Friend Trend is the King

ในตอนนี้ มาแนว เทรนอีกแล้วครับ ด้วย เทคนิคง่ายๆที่เทรดเดอร์ระดับโลกเค้าใช้กันหากใครเคยได้ดูบทสัมภาษณ์เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จตามรายการต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ว่ามีหลักในการเทรดยังไงให้ประสบความสำเร็จ ช่วยแนะนำมือใหม่หน่อย เราก็มักจะได้ยิน คำๆนึงอยู่บ่อยๆที่ผู้ประสบความสำเร็จเหล่านี้ พูดเหมือนๆกันนั่นก็คือ
“Trend Follow” ,
“Trend is your Friend”
“Trend is the King”

อะไรทำนองนี้ประมาณว่า มองเทรนให้ออกแล้วเทรดไปตามเทรน ง่ายๆแค่นี้เองครับ แต่ทำไมเทคนิคที่ง่ายๆขนาดนี้ที่เทรดเดอร์ระดับโลกเค้าใช้กันจนประสบความสำเร็จได้ แต่พอเอามาใช้เองจริงๆมันถึงทำกันไม่ได้ โดยเฉพาะเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์แล้ว การมองเทรนให้ออกถือว่าเป็นเรื่องจิ๊บๆแต่ก็ไม่เคยที่จะรันเทรนได้สักทีหรือทั้งๆที่มองเทรนออกแต่เทรดให้ได้กำไรทำไมมันยากนักมันเป็นเพราะอะไรกัน?ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่มองเทรนออกหรือไม่ เพราะการมองเทรนมันเป็นเรื่องเบสิค แต่ปัญหามันเป็นอะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้นครับมีอะไรบ้างมาดูกันที่รูปครับ

1.มองเทรนออกแล้ว แต่แยกไม่ออกว่าเป็นต้นเทรนหรือปลายเทรน 
ต่อให้เรามองเทรนออกแค่ไหนแต่ถ้าเมื่อไหร่เราเข้าไปมีส่วนร่วมในปลายเทรนนั่นก็หมายความว่า เรากำลังเสียเปรียบตลาด เพราะถือเป็นโค้งสุดท้ายก่อนตลาดจะวาย ระยะที่จะทำกำไรก็เหลือน้อยเต็มที สภาพจิตใจก็คงจะแปรปรวนพอสมควร เพราะสภาวะปลายเทรนเป็นอะไรที่ผันผวนมากๆ คนในอยากออกคนนอกอยากเข้า เดียวบวกเดียวลบ สลับไปมา ขายหมูบ้าง คัทลอสบ้าง สับสนไปหมด ระบบเทรดใช้ไม่ได้ผล จิตทยาเริ่มเสียและผู้ที่ไม่ชอบการ Cutlossก็มีโอกาสติดดอยได้ง่ายๆเลยทีเดียว

2.ไม่เข้าใจเทรนหลัก เทรนรอง 
หลายครั้งที่เราเริ่มจับทิศทางเทรนได้ก็เริ่มมีความหวังที่จะรันเทรนอย่างคนอื่นบ้าง แต่ก็ไม่วายจะต้องโดนสับขาหลอกจนหลงเทรนได้อยู่ดี สาเหตุตรงนี้ก็เป็นเพราะว่า เรายังไม่เข้าใจว่า ในเทรนหลักนั้นยังต้องประกอบไปด้วยเทรนรอง และในเทรนรองก็ยังมีเทรนย่อยน้อยๆอีก เคยโดนมั้ยครับ เข้าตามเทรนใหญ่แต่โดนเทรนรองลากมาติดลบ หรือบางทีเล่นตามเทรนในภาพเล็กอยู่ดีๆ ก็โดนลากไปซะดื้อๆ พอไปดูภาพใหญ่ก็ถึงบางอ้อ นี่เราสวนเทรนใหญ่นี่เอง แล้วตกลงเราต้องเล่นเทรนไหนกันแน่ การจะเป็นแม่น้ำสายใหญ่ได้ ก็ต้องรวมเอาคลองใหญ่น้อยต่างๆมาบรรจบกัน ฉันใดก็ฉันนั้น การจะเป็นเทรนใหญ่ได้ ก็เกิดจากเทรนรองและเทรนย่อยมารวมกันนั่นเอง ถ้าเทรนเล็กไม่เคลื่อนที่เทรนใหญ่ก้ไม่วิ่งด้วยเช่นกัน ดังนั้นเมื่อเรามองภาพเทรนใหญ่ได้แล้ว ก็ต้องหาจังหวะของเทรนรองให้สอดคล้องกับทิศทางเทรนใหญ่ด้วย

3.รับความผันผวนไม่ได้
ข้อนี้ถือว่าเป็นข้อปราบเซียนเลย หลายครั้งที่เราสามารถรันเทรนได้ถูกต้อง แต่ก็ยังไม่สามารถเก็บกำไรได้เป็นกอบเป็นกำสักที สาเหตก็เพราะว่า
– ราคามีความผันผวน สบัดไปสบัดมา บวกแล้วกลายมาลบ ลบแล้วขึ้นไปบวก ความผันผวนนี้ส่งผลอย่างมากต่อจิตวิทยาของนักลงทุน ยิ่งหากเป็นเทรดเดอร์ที่ไม่มีระบบเทรดที่ชัดเจน หรือชอบเฝ้าหน้าจอ ก็ย่อมจะมีอารมณ์ร่วมกับตัวเลขกำไร-ขาดทุนอยู่ทุกนาที แบบนี้ก็ไม่วายซื้อๆขายๆอยู่นั่นเอง เป้าหมายจะรันเทรนคำใหญ่ก็ไม่มีวันสำเร็จ เพราะโดนแรงกระตุ้นจากความผันผวนของตลาดให้เกิดพฤติกรรมทางด้านลบในเชิงจิตวิทยาออกมามากมาย
-เข้าถูกเทรนแล้วกำลังจะมีกำไร เจอราคาสวิงกลับ ก็กลายเป็นโดน SL พอโดนบ่อยๆก็ไม่ตั้ง Slเอาซะดื้อๆโดนลากไปลากมาสุดท้ายกลายเป็นล้าง เพราะนอกจากไม่มีSlแล้ว เวลาโดนลากจังหวะย่อลึกๆ ก็เพิ่มออเดอร์โดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยง ว่าพอร์ทเราทนโดนลาก (Drawdaw)ได้แค่ไหนข้อนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ ถึงจะเข้าตามเทรนใหญ่ได้ แต่บริหารความเสี่ยงไม่ดี เจอจังหวะราคาปรับฐานในเทรน ก็อาจล้างพอร์ทได้ทุกเมื่อเช่นกัน 
*ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างเบื้องต้นที่ชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่ว่า การเทรดตามเทรนง่ายๆแค่นี้พอเอาเข้าจริงๆทำไมทำกันไม่ได้สักที ผมอยากให้ทุกคนมองให้เห็นปัญหาของตัวเองให้ได้มากที่สุด รวมไปถึงทำความเข้าใจธรรมชาติของราคา และพฤติกรรมของตลาดในหลากหลายมิติ แล้วหาทางแก้ไข ฝึกฝนให้เกิดความชำนาญ และพัฒนาตัวเองไปเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพที่สามารถทำกำไรจากการรันเทรนได้จริงๆนะครับ ขอบคุณครับ

 

ทีมงาน : thaiforexbroker.com

 

คอมเมนท์ด้วย Facebook
คะแนนเฉลี่ยที่ผู้อ่านให้
[จำนวนผู้โหวต: 1 คะแนนเฉลี่ย: 5]