Tip : ใช้ positions เพื่อกำหนดกรอบราคา

Tip ใช้ positions

Tip : ใช้ positions เพื่อกำหนดกรอบราคา

               ราคาวิ่งไป เพราะการเข้าเทรดและการออกจากการเทรดของเทรดเดอร์ทำให้ market orders เกินออเดอร์ฝั่งตรงข้ามกันเลยทำให้ราคาไปทางไดทางหนึ่งได้ แต่ละเทรดเดอร์แม้เทรดหรืออกจากการเทรดพื้นที่ดียวกันไม่ได้ออกที่ราคาเดียวกัน เลยจะเห็นว่าราคาโต้ตอบหรือเกิดการเข้าเทรดเป็นพื้นที่ ไม่ใช่ราคาใดราคาหนึ่ง รูปแบบตลาดแบบนี้เลยทำให้มอง technical analysis เช่นแนวรับ-หรือแนวต้านหรือ demand/supply เป็นพื้นที่หรือเป็นโชน

               พื้นที่ราคา หมายถึงกรอบราคาที่มีส่วนสูงและส่วนต่ำประกอบกันเป็นกรอบราคา เช่นการกำหนดกรอบราคาสำหรับ แนวเทรดแบบ demand/supply ก็จะเรียกเป็น Base หรือ Zone  ที่ทำให้รู้ว่า unfilled orders หรือ limit orders เหลืออยู่ตรงไหนเมื่อราคากลับมาจะได้หาโอกาสเทรดอีก เพราะออเดอร์พวกนี้จะทำงานเมื่อราคามาถึง หรือแนวรับแนวต้าน ก็ให้มองเกิดแค่ราคาเดียวเป็นกรอบราคา เนื่องจาก maket orders ไม่ได้มาจากการเปิดเข้าเทรดอย่างเดียว มาจาก positions ที่อยู่ในตลาดด้วย ดังนั้นการกำหนดกรอบราคาต้องดูพวกนี้ประกอบด้วย

               ตัวอย่างแรก ประกอบเป็นมอง support/resistance ให้ดูที่เลข 1 ก่อนจะเห็นว่าราคาเบรค resistance zone ดูตอนที่ใกส้สุดที่ราคาเบรคจะเห็นว่ามีการเทรดแถวไหนของกรอบ resistance จะเห็นว่ามีการเทรดแถวเส้นล่างเป็นหลัก แสดงว่า positions ที่ที่การเปิด short positions อยู่แถวนั้น กรอบสีชมพูเทรดเดอร์บางกลุ่มที่เปิด short positions ก็ตั้ง stop loss ของเทรดเดอร์ที่อยู่ในตลาดและ breakout traders ก็แถวเดียวกันที่แถวเส้นบนของกรอบไปหน่อย พอราคาเบรคขึ้นไปและลงมาปิดแถวเส้นที่ตีบอกว่าเป็น support/resistance ราคาขึ้นมาถึงตรงนี้ได้ สร้างความเดือดร้อนให้เทรดเดอร์แถวพื้นที่ไหนบ้าง ถ้าพวกเขายังอยู่ในตลาดที่เห็นชัดช่องหว่างระหว่างเลข 1 และเลข 2 ที่ราคาเบรคขึ้นไปบน แล้วราคา rejection เหนือเส้น resistance  เพราะเทรดเดอร์ที่เปิดเทรดก่อนที่ราคาเบรคขึ้นไปทำเลข 1 ออจากจากตลาดและเพราะ หลังจากที่เลข 1 ดันราคาลงมามีการเปิด short positions ในกรอบสีชมพูอีกรอบ พอราคาเบรคขึ้นไปในกรอบเลข 2 ได้อีกรอบเลยมี market orders มาจากเทรดเดอร์ที่ติดลบที่ต้องออกจากตลาดกลุ่มนี้ด้วย จากที่บอกมา เวลามองแนวรับหรือแนวต้านให้มองเป็นพื้นที่ราคา โดยเฉพาะหาจุดที่มี long/short positions ประกอบไปได้ ดังนั้นเมื่อมองจากราคามาอีกรอบที่เลข 2 เป็นการยืนยัน support/resistance กรอบราคาที่มองสำหรับ resistance คือพื้นที่กรอบสีแดงที่ต่อเนื่องกัน

               สังเกตดูราคา rejetion ในกรอบที่ 2 3 และ 4 จะวิ่งอยู่ส่วนบนของเส้น support/resistance ดังนั้นจะเห็นว่าเมื่อราคาเบรคจุดที่เป็นกรอบบนหรือล่าง มักจะราคาดันไปเร็วเพราะเป็นจุดที่กดดันเยอะ หรือมี positions อยู่เยอะ อย่างที่ราคาเบรคเส้นบนที่กรอบเลข 2 เป็นการล่า stop loss ของเทรดเดอร์ที่เปิด short positons ในกรอบเลข 2 และ 3 เพราะราคารีบลงมาอย่างรวดเร็ว แต่พอราคาเบรคส่วนล่างลงไปที่เลข 4 และราคากลับมาที่เลข 5 ราคากลับไปต่อได้ เพราะเทรดเดอร์ที่เปิด long positions ที่กรอบเลข 2 3 และ 4 ออกจากตลาดเป็นหลัก ดังนั้นจะเห็นว่า positions ที่เกิดขึ้นก่อน จะช่วยเป็นข้อมูลสำคัญว่ากรอบราคาท่านจะอยู่แถวไหน

               หรืออีกตัวอย่างที่เลข 1 จะเห็นว่าราคาลงไปมีการปิดทำกำไรและมีการเทรดสวนขึ้นมา เทรดเดอร์ที่เปิดสวนขึ้นมาก็จะมองจุด low ที่ราคาดันขึ้นมาเป็นจุดสำคัญ เมื่อส่วนมากก็จะตั้ง stop loss ต่ำกว่า low หรือถ้าปิดเองราคาราคาเด้งกลับมาไม่เกินจุดเบรคนี้ก็จะหันมาออกเป็นหลัก หลักการนี้สามารถใช้กับเทรดเดอร์ที่รอเข้าเทรดด้วย ถ้าราคาเบรคแล้วราคากลับมาหยุดตรงนี้เกิดรูปแบบ rejection ให้เห็นพวกเขาก็จะเข้าเทรดตรงนี้เลยเกิดเลข 2 ตามมา

               จุดที่เลข 4 ก็แบบเดียวกัน พอราคาเบรคพื้นที่ๆ บอกว่า short positions ล่าสุดที่เลข 3 จะเห็นว่าพอราคาในกรอบเลข 4 ลงมาเกิด rejection จะเป็นส่วนบนของกรอบเลข 3 พอดี เมื่อราคาเบรคกรอบให้มองจุด peak ของกรอบแต่ละด้านอยู่ตรงไหน ตรงนั้นจะกลายเป็นส่วนประกอบของพื้นที่แนวรับ-แนวต้านของพื้นที่ต่อไปด้วย และที่สำคญเป็นจุดเข้าเทรดที่ดีด้วย และจุดที่เลข 5 และที่ตามมาก็หลักการเดียวกันหมด

                อีกตัวอย่าง ดู swap demand ตัวนี้ที่เกิดจากการเอาชนะ supply กรอบสีแดง ส่วนที่เปิด short positions ตาม supply ก็จะต้อง stop loss ตามกรอบสีชมพู หรือถ้าไม่ตั้งรอปิดเองจะเห็นว่าจุด peak ของกรอบ supply คือพื้นที่ราคาลงมาหลังจากเบรค พอดีที่เปิดโอกาสเทรดอีกรอบ ดังนั้นการหาหรือกำหนด supply/demand zone หรือ base แบบนี้ต้องดู positions ที่ราคาเอาชนะประกอบด้วย แล้วท่านจะรู้ว่าควรจะเปิดออเดอร์แถวไหนเพื่อเข้าเทรด

               เพราะเรื่องออเดอร์บอกว่า market orders ไม่ได้มาจากเทรดเดอร์ที่เปิดเข้าเทรดอย่างเดียว แต่มาจากเทรดเดอร์ที่ออกจากตลาดด้วย และจุดที่ peak แต่ละข้างเมื่อราคาเบรคมักดึงดูดเทรดเดอร์ที่รอเข้าเทรด อย่างด้านบนเป็นการกลับมาเทสแล้วไปต่อ มองตรรกะที่อยู่ด้านหลังภาพ ถ้าขาใหญ่เข้าเทรดจริงและต้องการจะใช้ประโยชน์จากเทรดเดอร์ที่ถือ short positions ตรงนั้น ถ้าไม่ได้โดน stop out  ถ้าราคากลับมาอีกต้องทำให้เกิดรูปหรือการที่บอกว่าราคาไม่ไปต่อตรงนั้น ด้วยการเข้าเทรดหรือซึมซับ sell orders ที่เทรดสวนลงมาเพื่อให้ trapped traders พวกนั้นเริ่มออกจากตลาด และก็จะดึงเทรดเดอร์ที่รอเข้าเทรดเข้าเทรดตามด้วย เลยทำให้มีแต่ buy market orders เกิดขึ้นเป็นหลัก

               ดังนั้นเมื่อมองพื้นที่ราคาหรือกรอบราคาสำหรับแนวรับ-แนวต้านหรือ supply/demand zone ต้องให้ความสำคัญของ positions ที่อยู่ในตลาดที่เกิดการโต้ตอบสัมพันธ์กับพื้นที่นั้นๆ ให้ดี เพราะจะช่วยให้รู้ว่าควรจะเข้าเทรดหรือออกเทรดตรงไหน

ทีมงาน : thaiforexbroker.com

คะแนนที่ได้