Tip ความสัมพันธ์คู่เงิน

0
45

Tip ความสัมพันธ์คู่เงิน

                การเทรดด้วยการดูความสัมพันธ์คู่เงินน่าจะเป็นวิธีการที่ง่ายและตรงสุดในการดูชาร์ตใช้ technical analysis เพื่อหาโอกาสเทรด แต่เมื่อดูจริงๆ ตลาดไม่ได้วิ่งตรงกันหรือตรงข้ามกันเลยทีเดียว แต่จะเป็นลักษณะเดียวกันทางเดียวกันหรือทางตรงข้ามกันก็ได้ การเทรดความสัมพันธ์คู่เงินจำเป็นต้องเข้าใจลักษณะการเคลื่อนไหวที่สัมพันธ์กันมากกว่ารูปร่างที่ปรากฏ

                ความสัมพันธ์คู่เงินคือ การดูการเคลื่อนไหวราคาด้วยการเทียบความสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของคู่เงินอื่นเน้นลักษณะที่เกิดขึ้นพร้อมเพียงกันเป็นหลัก โดยจะมี 2 แบบคือ เคลื่อนไหวไปทางเดียวกัน และเคลื่อนไหวไปทางตรงข้ามกัน โดยการดูความสัมพันธ์มีดังนี้

  1. เป็นการดูความสัมพันธระหว่างคู่เงินเอง อย่างเช่น EURUSD และ USDCHF ที่ส่วนมากจะวิ่งสวนกันเป็นหลัก
  2. การดูความสัมพันธ์คู่เงินกับพวกสินค้าดรรชนี เช่น ดูพวก Dollar Index หรือ S&P 500
  3. ดูความสัมพันธ์คู่เงินกับพวก Commodity เช่นการดูความสัมพันธ์ค่าเงิน CAD กับน้ำมัน หรือพวก AUD กับพวกทอง

ความสัมพันธ์ระหว่างคู่เงินเอง คู่เงิน EURUSD และ USDCHF จะวิ่งสวนกันเป็นหลัก มองดู 2 ชาร์ตจะเห็นว่าภาพโดยรวมเป็นทางตรงกันข้าม หรืออย่างที่ยกตัวอย่าง 3 จุด ประกอบทั้ง 2 ชาร์ตคู่เงิน ให้ดูลักษณะการเคลื่อนไหวหรือโครงสร้างที่เกิดขึ้นเป็นหลัก เช่นอย่าง EURUSD ที่เลข 2 ท่านจะเห็นว่าเกิด false breakout/stop hunt ขึ้น หลังจากที่ราคาได้เบรค low ที่เลข 1 กลับมาดูที่เลข 1 ก่อน จะเห็นว่าทั้ง 2 คู่เงินเกิดแบบเดียวกันคือ impulsive move (เลยต้องดูโครงสร้างที่เกิดขึ้นให้เป็น) บอกว่าขาใหญ่ได้เข้าเปิดเทรดทางไหน เมื่อเกิด stop hunt แล้วตามด้วยการเคลื่อนไหวบอกว่าขาใหญ่เริ่มดันราคาไปทางที่พวกเขาสะสมออเดอร์ แล้วตรงพื้นที่ consolidaiton ที่เลข 2 จะเห็นว่า 2 บาร์ที่ย่อตัวลงมาเป็นโอกาสที่เปิดเทรดที่เป็นไปได้สูง เมื่อท่านเทียบความสัมพันธ์เป็น  นอกจากจะเทรด EURUSD ด้วยความเป็นไปได้สูงที่เปิดเผย ท่านจะกล้าเทรด USDCHF ด้วยเพราะราคา rejeciton เวลาเดียวกัน

                หรืออีกคู่ AUDUSD กับ NZDUSD จะเห็นโครงสร้างการเคลื่อนไหวราคาแบบเดียวกันคือราคาได้เอาชนะพื้นที่ตรงข้ามขึ้นไปแล้วสามารถเกิดเป็น impulsive move ได้บอกถึงการเข้าเทรดจริงของขาใหญ่ ราคาได้สร้าง demand ขึ้น 2 จุดทั้ง 2 ชาร์ตตามที่ตีกรอบไว้ จุดสำคัญของ demand คือตัวล่างสุดที่เป็นต้นตอ หรือที่เป็น Drop-Base-Rall ที่เป็นประเภทกลับเทรนแล้วตามด้วย Rally-Base-Rally ตัวด้านบนที่เป็นประเภทตามเทรน

                หลักการเทรดด้วยความสัมพันธ์ คือเมื่อเกิด trading signal ที่คู่เงินไหนขึ้น ก็ให้ดูอีกคู่เงินเป็นการยืนยันหรือเมื่อเห็นต่างคู่ต่างยืนยันกัน อาจเปิดเทรดทั้ง 2 คู่เงินก็ได้ แล้วแต่รูปแบบการเทรด

                กรณีเทรดด้วยการดูความสัมพันธ์กับพวกสินค้า/ดรรชนี ส่วนมากที่ใช้กันเป็น Dollar Index ก็จะใช้เพื่อดูความสัมพันธ์กับคู่เงินที่เกี่ยวกับ USD เช่น EURUSD, GBPUSD, USDCHF, AUDUSD, NZDUSD, USDJPY เป็นต้น โอกาสหลักๆ เกิดขึ้นเมื่อ Dollar Index ถึงจุด key level ที่สำคัญเกิด price structure ขึ้นจะเกิดโอกาสขึ้นโดยสามารถดูความสัมพันธ์ level ที่เกิดขึ้นกับคู่เงินที่เกี่ยวข้องและดูว่า Dollar Index เปิดเผยอย่างไรแล้วเทรดตาม price structure ที่เกิดขึ้นแล้วแต่คู่เงิน ไปทางเดียวกันหรือสวนทางกัน

                ดูที่ Dollar Index หลังจากที่ราคาขึ้นไปได้เกิดการ sell ลงมาและเบรค trendline จนราคามาถึงจุดล่างที่ 97.5 ดูลักษณะบาร์สามารถลงมาถึงเส้นล่างของ demand ได้และใช้เวลา 3 บาร์กว่าราคาจะกลับขึ้นไปก็ไม่ได้ขึ้นแรง เพราะมี supply ด้านบนตรงที่ราคาเบรคลงมา ขาใหญ่ประเภท short-term เห็น stop loss ของเทรดเดอร์ที่เปิด short positions ตรงนั้นเลยดันราคาไปแตะเพื่อให้ราคาขึ้นไปแล้วไปปิดกำไรแถว supply ที่เกิดขึ้นตอนราคาลงไป ดูลักษณะที่เกิด impulsive move ให้ดี เห็นบาร์ยาวๆ บาร์เดียวเบรคได้เลยและปิดที่เดียวกับ Low ด้วย บอกว่าเป็นการเข้าเทรดจริงเพื่อจะเอาชนะพื้นที่ตรงนั้น แล้วดูคู่เงินที่สัมพันธ์กับ USD ว่าอาการที่เกิดตรงนี้เป็นอย่างไร เป็นตรงเส้น vertical line วันที่ 2019.05.23 16.00 จะเห็นชัดเกือบทุกคู่เป็นไปลักษณะเดียวกัน (แต่อาจคนละทาง) ยิ่งเป็นการยืนยันว่ามีการเข้าเทรด sell ที่ USD จริง ยิ่งอย่างคู่ EURUSD USDCHF AUDUSD และ NZDUSD จะเห็นชัดกว่าคู่ GBPUSD เมื่อดูลักษณะ momentum bar ประกอบ

                สิ่งที่ต้องการยืนยันสำหรับกรณีการสัมพนธ์กับ Dollar Index ในที่นี้คือ ดูว่าเป็นการเข้าเทรดจริงหรือเปล่าเพราะถ้าเป็นการเข้าเทรดจริงมีโอกาสที่ราคากลับมา มีการเทรดอีกรอบที่กรอบเพราะเรื่องออเดอร์ที่เหลือ (unfilled orders) และเรื่องข้อมูลใหม่ที่เกิดขึ้นก็จะดึงให้เทรดเดอร์ที่รอเข้า หาโอกาสเทรดตรงพื้นที่ตรงนั้นเป็นหลัก จะเห็นว่าพอราคากลับมาครั้งแรก ราคาก็ไม่ลงทันที จนกว่าจะเกิด stop hunt หรือ false break ขึ้น แล้วราคาเบรคลงมาด้วยบาร์ยาวๆ เมื่อท่านดูคู่เงินที่สัมพันธ์กัน ก็เป็นอาการเดียวกันเป็นการยืนยัน บางคู่เงินเกิด false break ด้วยคือ EURUSD NZDUSD ที่สำคัญคือรูปลักษณ์อาจจะไม่เป็นแบบเดียวกันเลยทีเดียว แต่ข้อความที่ตลาดส่งมาต้องเป็นไปทางเดียวกันกับที่ Dollar Index บอกเป็นสำคัญ

                จากที่อธิบายมา การใช้หลักการ correlation หรือสัมพันธ์การเคลื่อนไหวของราคา สิ่งที่เห็นชัดเจนคือจะได้ สัญญาณการเทรดที่ชัดเจนขึ้น เพราะมีการยืนยันการเข้าเทรดจุดนั้นๆ ด้วยคู่เงินอื่น ยิ่งหลายคู่ยิ่งดี อย่างกรณีที่ใช้กับ Dollar Index เพราะ correlation เป็นตัวกรองอย่างดีสำหรับ trading singal หรือ trade setup ที่เกิดขึ้นที่ตลาดกำลังบอกและเป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เพราะเป็นผลจากการเคลื่อนไหวของราคาจริงๆ ที่มาจากการเข้าเทรด ทุกอย่างเป็น objective หมดให้เห็นและเปิดเผยร่องรอย

 

ทีมงาน : thaiforexbroker.com

               

คอมเมนท์ด้วย Facebook
คะแนนเฉลี่ยที่ผู้อ่านให้
[จำนวนผู้โหวต: 1 คะแนนเฉลี่ย: 5]