Price action ที่จำเป็นสำหรับเทรดแบบมือโปร

Price action ที่จำเป็น

Price action ที่จำเป็นสำหรับเทรดแบบมือโปร

                Price aciton เป็นรื่องที่อธิบายตลาดได้ดีเพราะเป็นการเน้นอธิบายตลาดด้วยการใช้ข้อมูลจากราคาและโครงสร้างราคา และพฤติกรรมต่างๆ ของเทรดเดอร์ที่แสดงออกผ่านทางแท่งเทียนหรือ filled orders มาเป็นหลักในการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในตลาดประกอบการเข้าเทรด มีรูปแบบบางอย่างที่จำเป็นเบื้องต้นในการที่จะช่วยให้ท่านเทรดแบบมืออาชีพได้ เพราะเป็นการเข้าใจหลักการทำงานตลาดแบบที่ขาใหญ่มอง

               สำหรับPrice acitonอย่างแรกที่ต้องทำความเข้าใจเพื่อเห็นพัฒนาการราคาและเห็นว่ามีอะไรเป็นสัญญานว่าจะเปลี่ยนแปลงเปล่าเพราะข้อมูลเปลี่ยนไปคือเรื่องโครงสร้างของเทรนหรือtrend structureโดยหลักการของเทรนคือเช่นกรณีขาขึ้นเมื่อราคาสามารถทำhighers highsและhigher lowsต่อเนื่องกันได้เป็นเว็บขึ้นไปเรื่อยๆส่วนตอนเทรนลงก็ตรงข้ามกันคือราคาทำLower LowsและLower Highsโดยความแข็งของเทรนกำหนดได้ด้วยตัวแปรระหว่างโครงสร้างเช่นระยะห่างของhighsและระยะห่างของlowsหรือความลึกตอนราคาทำcorrective moveก่อนขึ้นทำHigher Hiighsต่อเพราะอย่างน้อยเมื่อเทรนเปลี่ยนทำให้เรารู้เบื้องต้นว่าขาใหญ่อยากจะทำอะไรหรือเปล่าก็จะได้ไหวตัวทัน แล้ววิเคราะห์ข้อมูลใหม่ที่เกิดขึ้น

               และ  Price action อย่างที่สองที่ต้องมองให้เป็นคือ momentum หรือขั้นตอน Impulsive move เพราะเป็นขั้นตอนที่ขาใหญ่เข้าเทรดนั้นต้องการจะดันราคาไปทางไหน เมื่อพวกเขาสามารถเข้าตลาดได้ตามจำนวนที่ต้องการเบื้องต้น แล้วต้องการเข้าอีก หรือใช้ประโยชน์จากพวกเทรดเดอร์ที่เป็น trapped traders เพื่อที่พวกเขาจะได้เข้าเทรดอีกรอบและมีเทรดเดอร์อีกฝั่งดันราคาให้ และจุดที่สำคัญคือเมื่อเห็น momentum เกิดขึ้นถ้ามองออกว่าเป็นการเข้าเทรดจริง และเข้าใจการทำงานออเดอร์ ก็จะเป็นพื้นที่ที่เทรดได้ง่าย

                Momentum หากดูจากบาร์จะเป็นบาร์ยาวๆ และมีบาร์ตามมาอีกวิ่งไปทิศทางเดียวกัน ยิ่งราคาปิดทางฝั่งที่ไปแบบไม่มีหางบาร์ก็ยิ่งดี และเห็นการเอาชนะออเดอร์ฝั่งตรงข้ามประกอบด้วย momentum ถือว่าเป็นร่องรอยที่ขาใหญ่เข้าเทรดดูได้ชัดเจนที่สุด

                Price actionที่ต้องมองจุดที่3คือตัวที่เป็นตัวต้านresistanceของราคาที่วิ่งไปอาจเป็นแนวรับแนวต้านหรื supply/demand zoneหรืออาจเป็นพื้นที่swing highs/swing lowsเพราะจะเป็นพื้นที่ที่ราคาไปกระทบแล้วบอกว่าจะหยุดหรือไปต่อเป็นจุดที่พอราคาไปถึงพื้นที่พวกนี้price actionก็จะเปิดเผยให้เห็นอาการว่าจะไปเด้งหรือเบรกแล้วไปต่อก็จะทำให้เกิดโอกาสการเทรดใหม่อีกเช่นเทรดตอนราคาเด้งหรือเทรด retracement/pullbackหรือถ้าราคาเบรกเช่นจากแนวต้านกลายเป็นแนวรับและจากsupplyกลายเป็นdemand ก็จะเปิดโอกาสให้เทรดฝั่งตรงข้ามพร้อมที่มีtrapped tradersในprice structureใหม่ที่เกิดขึ้นก็จะทำให้คนคนที่ต้องจัดการออเดอร์เร่งราคาให้ไปทางที่ราคาเบรกไปได้ง่าย

                จุดที่เป็นตัวต้านสำหรับprice actionพวกนี้ถือว่าสำคัญเพราะจากดูชาร์ตด้านบนท่านจะพบว่าเมื่อท่านอ่านprice actionที่โต้ตอบกับจุดต้านพวกนี้ท่านจะเห็นโอกาสเทรดบ่อยที่เกิดขึ้นและท่านจะไม่ยีดติดว่าจะเทรดแต่ทางใดทางหนึ่งเพราะการเปลี่ยนแปลงพวกนี้ทำให้ท่านเห็นว่าตลาดเป็นไดนามิคและเนื่องจากตลาดฟอเรกปล่อยให้ท่านเทรดได้ทั้ง2ข้างแค่ท่านต้องดูrisk:rewardหรือprofit zoneประกอบว่าถ้าเป็นความเป็นไปได้หลังจากที่price actionโต้ตอบและเปิดเผยแล้วเงื่อนไขrisk:rewardได้หรือเปล่าอย่างน้อยต้อง1:3ขึ้นไป และการเกิดพวกนี้เป็นเพราะวิธีการเข้าเทรดและการทำกำไรของขาใหญ่เป็นหลักมีการปั่นราคาเพื่อเข้า-ออก เพื่อสะสมกำไรไปเรื่อยๆหรือวิ่งยาวๆหลังจากได้ออเดอร์ฝั่งตรงข้ามมากพอ

                Price actionส่วนที่4 ที่ต้องมองเรียกว่าprice action patternsต่างๆเช่นที่รู้จักกันดีhead and shoulders, double tops, double bottoms, cup and handleเพราะpatternsเกิดจากพฤติกรรมซ้ำเดิมๆของเทรดเดอร์ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้จนกลายเป็นรูปแบบเป็นโครงสร้างและที่สำคัญเมื่อรูปแบบพวกนี้เกิดขึ้น สามารถดึงดูดเทรดเดอร์ได้เยอะ ต่างก็รอจ้องหาโอกาสเพื่อเข้าและออกพื้นที่แถวpatternsนั้นๆทำให้มี liquidityเยอะมากพอที่ขาใหญ่จะหาทางเข้าเทรดหรือออกจากตลาด ด้วยการกระตุ้นให้เทรดเดอร์เข้าตลาด และดันราคาให้ไปคนละทางทำให้เทรดเดอร์กลายเป็นtrapped tradersจากนั้นขาใหญ่ก็สามารถดันราคาไปตรงจุดที่ต้องการได้ท่านจะเห็นได้ว่ามีพวกfalse breakoutหรือstop huntingเป็นประจำในโครงสร้างprice action patterns พวกนี้

                Price action อีกจุดที่ต้องใส่ใจคือ rejection ว่าเด้งตรงไหนจึงบอกว่าจบเทรน หรือต่อ price levels ต่างๆ เพราะราคากำลังบอกว่า ออเดอร์ฝั่งตรงข้ามอยู่ตรงไหน มีการใช้ไปหรือเปล่า เพราะท่านสามารถเอาข้อมูลนี้ไปประกอบเป็นภาพรวมในการเทรดได้เพราะ rejection นอกจากจะบอกว่ามี sell/buy pressure ที่จุดนั้นๆ แล้ว ยังบอกว่าได้ไปลด limit orders ที่จุดนั้นๆ อีกด้วย พอราคากลับมาอีกรอบราคาจะวิ่งผ่านไปได้ง่าย  พื้นที่ที่มี rejection หลายรอบจะเป็นพื้นที่ๆ มี liquidity เยอะ เพราะเทรดเดอร์ต่างๆ เห็นและโต้ตอบ เลยทำให้เกิด rejection หลายๆ รอบได้

ทีมงาน : https://www.thaiforexbroker.com

คะแนนที่ได้