Breakout จริงหรือหลอก

0
252

Breakout จริงหรือหลอก

               สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นประจำเมื่อมองชาร์ตเปล่าราคาวิ่งไปแล้วหยุดเพราะไปเจอพื้นที่ต้านทาน อาจเป็น support หรือ resistance มี 2 อย่างที่เกิดขึ้นคือ อย่างแรกราคาไปถึงแล้วเด้งกลับเลย นั่นถือว่าตัวต้านทาน support หรือ resistance แข็งมาก และอย่างที่สองคือราคาเบรค เมื่อราคาเบรคเกิดได้อีก 2 อย่างคือราคาเบรคแล้วลงต่อเป็นการล่า stop hunt ตรงส่วนนี้มักจะเรียกกันว่า False Breakout และอีกอย่างราคาเบรคแล้วไปต่อทางที่ราคาเบรคหรือเรียกกว่า Genuine Breakout

Breakout

               จากภาพด้านบนเมื่อสรุปๆ ง่ายก็จะได้  3 แบบ

แบบที่ 1 ราคาวิ่งไปถึงแนวรับหรือแนวต้าน แล้วราคาเด้งกลับเลย

แบบที่ 2 ราคาไปถึงแนวรับหรือแนวต้าน แต่ราคาเบรคไปก่อน แล้วราคาลงมาไปทางเดิมต่อเป็นการวิ่งตามเทรนเหมือนแบบแรก แต่แค่มีการ stop hunting ประกอบเพราะขาใหญ่ต้องการจะเข้าเทรด

แบบที่ 3 ราคาไปถึงแนวรับหรือแนวต้านและราคาได้เบรค แต่ราคาก็ย่อตัวลงมา อาจต่ำกว่าหรือสูงกว่าพื้นที่แนวรับหรือแนวต้านก็ได้ แต่สำคัญคือราคาไปต่อทางที่ราคาเบรค กลายเป็นว่าแนวรับหรือแนวต้านนั้นโดนเบรคจริง

               ก่อนอื่นต้องกำหนดก่อนว่าแนวรับ-แนวต้านในที่นี้เป็นคำกลางๆ ที่อ้างถึงทั้ง support/resistance, demand/supply หรือ swing hihg/swing low โดยเน้นตรรกะเป็นหลักที่เมื่อราคาไปถึงแล้วราคาเด้งหรือราคาเบรคแล้วเด้งหรือเบรคแล้วเด้งแต่ไปต่อ ดังนั้นจุดที่เราจะประยุกต์เรื่องนี้ก็จะเป็น support/resistance, supply/demand หรือ swing highs/lows เป็นหลัก

               ต้องไม่ลืมว่าราคาวิ่งไปไม่ว่าจะขึ้นหรือจะลงราคาไม่ได้วิ่งเป็นเส้นตรง มีการพักตัว มีการย่อตัวลงมาหรือทำเป็นเทรนอย่างการพัฒนาเรื่อง higher highs ตามด้วย higher lows สำหรับเทรนขาขึ้นหรือ lower lows ตามด้วย Lower highs สำหรับเทรนขาลง เหตุผลมีหลายอย่างเพราะขาใหญ่ปิดทำกำไรจากที่เข้าเทรด impulsive move เมื่อเทรดเดอร์ประเภทเทรดสวนก็จะได้โอกาสเข้าเทรด  แล้วเมื่อราคาลงไปราคาหยุดก็มี trend traders เข้าเทรดและพอราคามาที่จุดที่เป็น high ราคาเบรคก็เปิด stop loss ของกลุ่มที่เทรดสวนและเปิด buy stop orders ของ breakout traders ตามที่อธิบายในรูป

               ดังนั้นเมื่อเข้าใจการทำงานของการเคลื่อนไหวราคาแบบด้านบนว่าเป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้น ที่แนวรับหรือแนวต้านก็เกิดขึ้นแบบไดนามิดตามไปด้วย การที่ราคาจะเบรคจริงหรือเบรคปลอมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นประจำกันที่จุดพวกนี้  การดูว่าจะเป็น เบรคจริงหรือเบรคปลอมนั้นเมื่อเข้าใจการทำงานแล้วก็ต้องดูปริบทประกอบเป็นสำคัญ

               อย่างแรกเรื่อง retracement ราคาขึ้นหรือลงเพราะ market orders เกิน limit orders ที่จะหยุดราคา ดังนั้น Limit orders ก็จะอยู่ที่แนวรับหรือแนวต้านที่กำหนดไว้ด้านบน เพราะเทรดเดอร์มักจะหาร่องรอยหรือเทรดที่จุดเดิมๆ หรือจุดที่เปิดเผยว่ามีการเข้าเทรด เพราะต้องการเทรดตามขาใหญ่หรือขาใหญ่ต้องการเทรดเพิ่มอีกเพราะการกระจายออเดอร์ เมื่อหาจุดแนวรับแนวต้านสิ่งแรกที่ต้องใส่ใจคือเรื่อง retracements ว่ามีกี่ครั้งและผลเป็นอย่างไร เพราะ retracements มีผลโดยตรงต่อ limit orders ที่แนวรับแนวต้านนั้นๆ ว่ามีโอกาสจะเด้งกลับหรือเบรคเป็นอย่างไร

               ราคาเด้งขึ้นมาทำ swing high ก็กลายเป็นแนวต้านตามที่นิยามด้านบน ดูการ retracements จะเห็น 3 ครั้งหลักๆ  เริ่มที่ราคากลับมาครั้งแรกจะเห็นว่าราคาไม่สามารถเข้ามาในกรอบพื้นที่แนวต้านได้เลย แค่แตะส่วนด้านล่างราคาส่วนมากก็จะ sideway ใต้กรอบแนวต้านเป็นหลัก จะเห็นว่าราคาสามารถทำ new low ต่ำกว่าตอนที่ราคาขึ้นไปทำแนวต้านแล้วเด้งลงมาได้ บอกว่ามีการใช้ sell limit orders ตรงนี้ไปเยอะและยังไม่มี sell market orders เข้ามาหนุนด้วยเพราะราคาลงไม่ได้ จะเห็นผลสิ่งนี้ชัดเมื่อราคากลับมาครั้งที่ 2 และราคาสามารถปิดเหนือส่วนบนของแนวต้านได้ เพราะเหตุผลที่บอกก่อนนี้ sell limit orders ได้ลดลงไปตอนที่ราคากลับมาหรือ retracement ครั้งแรก  แต่ราคาก็ลงอย่างเร็วแต่ไม่สามารถปิดต่ำกว่า low ที่กล่าวได้เพราะ low ตรงนี้เป็นแนวรับแบบไดนามิคที่สร้างขึ้นมา ราคาเด้งกลับมาอีกรอบ เป็นการกลับมาครั้งที่ 3 สังเกตดู low ที่เกิดจากผลการ rejection จะสูงกว่าตอนที่ rejection ครั้งที่ 2 นี้คือนัยสำคัญว่ามีการเข้าเทรดอีกตามเทรนที่เกิดขึ้นตอนแรกที่ขึ้นไปทำ higher high ที่กลายเป็นแนวต้านสุดท้ายก็เบรคขึ้นไป

               อย่างที่สอง ดูลักษณะการเบรค ถ้าเป็นการเบรคจริงจะเห็นเป็นบาร์ยาวๆ ที่บอกถึง momentum และราคาต้องปิดบนแนวต้านหรือต่ำกว่าแนวรับได้ แต่ถ้าเป็นเบรคปลอมจะเห็นการล่า stop hunting เป็นหลักจุดประสงค์เพื่อการเข้าเทรด เมื่อเบรคแล้วราคาจะลงมาและสวนอย่างรวดเร็ว เมื่อมองดูภาพด้านบนและประกอบกับเรื่องข้อแรก retracements เลยทำให้ราคาเบรคง่ายและเรื่อง trapped traders จะเห็นว่าตอนราคากลับมาครั้งแรกก็จะเห็นโอกาสเทรด Breakout เพราะเรื่อง trapped traders และข้อมูลใหม่ที่ทำให้ trend traders เทรดอีกทีตรงจุดที่เบรค

               อย่างที่สาม ดูจุดแนวรับหรือแนวต้านเองว่าเป็นอย่างไร ดูเรื่องความไม่สมดุลย์ที่เกิดขึ้นเห็นยาวๆ ไปทางเดียวกันหรือราคาปิดทางที่ราคาวิ่งไปเลยยิ่งดีบอกว่าเป็นการเข้าเทรด โอกาสที่จะเกิด breakout ปลอมนั้นจะเกิดขึ้นเพราะขาใหญ่ต้องการเข้าเทรดอีกเป็นหลัก โดยเฉพาะเมื่อราคากลับมาครั้งแรกก็จะเห็นประจำ

ทีมงาน : thaiforexbroker.com