โครงสร้างนี้ใช่ขาใหญ่เข้าเทรดหรือเปล่า

0
174

โครงสร้างนี้ใช่ขาใหญ่เข้าเทรดหรือเปล่า

               ราคาวิ่งไปทางใดทางไหนทางหนึ่ง หลังจากราคาทำ new high หรือ new low เพราะการปิดทำกำไรเป็นหลัก ราคาย่อตัวแต่ราคาไม่สามารเบรค high หรือ low ที่เพิ่งสร้างได้ กลายเป็นวิ่งอยู่ในกรอบ วิ่งไปมากลายเป็นเข้าโหมด consolidation ที่ยากต่อการเทรด หรือถ้าเป็น positons ที่เปิดอยู่ในตลาดก็ถือนานขึ้น หรือการพยายามเปิดเทรดในกรอบก็เป็นการเพิ่ม positions ในพื้นที่นั้นๆ เป็นที่สำหรับสะสม positions จะทำให้เกิด consolidation ไปเรื่อยๆ จนเกิด fase breakout ที่เป็นขั้นตอนที่ขาใหญ่ปั่นราคา ค่อยปิดเผยว่าขาใหญ่เปิดเทรดทางไหนเพราะ false breakout เป็นการปั่นราคาเพื่อเข้าเทรดอีกรอบก่อนจะดันราคาไปทางที่พวกเขาเทรด ดังนั้นเมื่อเห็น false breakout เกิดขึ้น อีกไม่นานราคามักจะขยับ

               จะเห็นว่าการเข้าเทรดของขาใหญ่จะมี 3 ขั้นตอนหลักๆ คือ ขั้นตอน 1. เป็นช่วงสะสมออเดอร์หรือเมื่อมองจากชาร์ตเป็นช่วงที่ราคาทำ consolidation วิ่งอยู่ในกรอบ ไม่มีอะไรเปิดเผยว่าขาใหญ่อยากเทรดทางไหน เป็นช่วงสะสม positions เป็นหลัก ยิ่งสะสมนานก็จะยิ่งวิ่งไปเยอะ เนื่องเพราะการเทรดของขาใหญ่เมื่อพวกเขาสะสม positions เยอะ พวกเขาจำเป็นต้องสร้างตลาดของพวกเขาเองก็ว่าได้ อย่างในตัวอย่าง จำเป็นที่พวกเขาจะกระตุ้นให้เกิด selling pressure เพื่อว่าเขาจะได้เปิดเข้าใส่ เลยเกิดขั้นตอนที่สองคือ Manipulation หรือ false breakout ที่ให้สังเกตุคือขั้นตอนนี้จะเกิดในเวลาอันสั้น ช่วงนี้สองนี้ถือว่าเป็นสำคัญเพราะเข้าออเดอร์ที่เหลือที่พวกเขาต้องการเข้าก่อนที่จะดันราคาไปจริง ทางที่พวกเขาเทรดเพราะ ขั้นตอนนี้จะเปิดเผยว่าพวกเขาเปิด short position หรือ long positon อย่างในตัวอย่างเป็น long position แล้วจะตามมาด้วยขึ้นตอนที่สามคือตลาดจะทำเทรนตามทางที่ขาใหญ่เทรด

               ดังนั้นเมื่อมองจากภาพข้างบนจะเห็นว่าเทรนจะเกิดขึ้นหลังจากที่ขาใหญ่ได้จบการสะสม positions ได้ตามที่พวกเขาต้องการ ที่จะเห็นเป็นช่วงตลาดวิ่งอยู่ในกรอบหรือทำ consolidation แล้วมาจบด้วย stop hunt หรือ false breakout

               จากภาพที่เลข 3 ที่กำลังเกิดขึ้นกับ EURUSD ใช่บอกว่าขาใหญ่เทรดหรือเปล่า ที่เลข 3 มีข้อเสียอย่างหนึ่งที่น่าสังเกตคือหลังจากที่ราคาทำ false breakout ราคาไม่ตามมาต่อทันทีเหมือนที่เลข 1 และเลข 2 พอราคาเปิด stop hunt หรือ fasle breakout ราคาก็ตามมาอีกไม่นาน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ทำงาน ถ้าเทรดก็ตั้ง stop loss ต่ำกว่าบาร์ stop hunt

               เมื่อเปิดดูชาร์ต H1 วิ่งที่ต้องการเห็นแบบนี้ จุดสำคัญคือราคาไม่ควรเกินพื้นที่ๆ เกิด fase breakout เพราะถ้าราคาสามารถเอาชนะกรอบบนแรกได้ price structure จะเปลี่ยนไปทันทีและข้อมูลใหม่ก็จะเกิดขึ้นทั้งเทรดเดอร์ที่ถือ short positions ในตลาดจะเริ่มหันมาตัดสินใจออก ถ้าราคาย่อตัวลงมาแต่ไม่สามารถเอาชนะพื้นที่เบรคขึ้นไปได้ และ trend traders ก็เริ่มจะหันไปสนใจเพราะราคาทำ higher high ได้น่าจะมาทำ higher low ตรงที่ราคาเบรคขึ้นไป และแถวกรอบที่เป็นต้นตอตอนดันราคาขึ้นไปก็จะกลายเป็นโครงสร้าง Header and Shoulders อีกทันที ยิ่งจะทำให้เทรดเดอร์สนใจมากขึ้น หรืออีกกรณีการล่า stop hunt อีกรอบลงมาแล้วเด้งกลับอย่างรดเร็ว การดูบาร์ประกอบ รอให้บาร์ปิดก่อนค่อยตัดสินใจ อย่าสรุปจากบาร์ที่กำลังเปิดขึ้น  เทรดเดอร์ที่เปิด short postions ที่ตอนขาใหญ่สะสม positions ที่ไม่ได้ตั้ง stop loss ตอนราคาดันขึ้นไปก็จะเปลี่ยนใจจากที่ทนถือเป็นหลัก โครงสร้างการพัฒนาเทรนก็เปลี่ยนไป มุมมองใหม่ก็เกิดขึ้นกับเทรดเดอร์ทั้งที่ถือ positions หรือรอเข้าเทรด ราคาไม่ได้วิ่งทันที ยิ่งเป็น timeframe ใหญ่ด้วย ในการเทรดเวลาและความอดทนเป็นเรื่องจำเป็น

               หรือตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้ว USDCHF ที่เลข 1 มีข้อเสียอย่างเดียวคือเมื่อเกิด stop hunt (หรือ false breakout) ราคาไม่ตามมาทันทีแต่จะเห็นว่าโครงสร้างไม่ได้เปลี่ยน สุดท้ายราคาก็เบรคขึ้นมา การทำเทรนค่อยเกิดขึ้นตามมาเรื่อยๆ  หรือ พอราคาไปถึงด้านบน เกิดช่วงสะสมออเดอร์ accumulation จนตามมาด้วย stop hunt ราคาก็ไม่ได้ลงทันทีแต่โครงสร้างที่เป็นผลจาก stop hunt ก็ไม่ได้เปลี่ยนไป สุดท้ายราคาก็ลงมา หลังจากที่ขาใหญ่เปิดเผยว่าพวกเขาสะสมออเดอร์ด้านไหน พวกเขาไม่อาจปิดอีกต่อไปได้เมื่อเกิด stop hunt ขึ้น จำเป็นต้องดันราคา ไม่งั้นพวกขาจะเจอพวกขาใหญ่ยิ่งกว่า

               การสะสมออเดอร์เป็นเรื่องจำเป็นเมื่อจะดันราคาไปทางใดทางหนึ่ง เพราะจะทำให้เทรดเดอร์อีกฝ่ายสูญเสียอีกฝ่ายได้กำไร ในที่นี้ขาใหญ่เปิดเทรดทางที่เกิด false breakout ฝ่ายตรงข้ามคือรายย่อยที่เปิด positions ตรงข้ามกับขาใหญ่ช่วงสะสม กลไกตลาดต้องการออเดอร์ฝั่งตรงข้ามเสมอ ไม่ว่าจะปิดทำกำไรหรือปิดเสีย หรือเปิดเทรดหรือออกจากเทรด ถ้าวิ่งไปเยอะ มีฝ่ายได้เยอะก็จะมีฝ่ายเสียเยอะ และฝ่ายที่เริ่มเสียเยอะ ถ้าทนไม่ไหวหรือรับการสูญเสียไม่ได้ หรือจำกัดเท่าที่รับได้ ก็จะออกจากตลาดด้วย stop loss บ้างหรือด้วยการปิดออกเองบ้างแล้วแต่วิธีการต่างเทรดเดอร์ออกไป และอย่าลืมว่าเทรดเดอร์ที่ออก ออกที่พื้นที่เดียวกันไม่ใช่ราคาเดียวกัน และถ้ามีเทรดเดอร์ที่ติดลบเยอะ ก็จะทำให้มีการออกจากตลาดเยอะ ก็จะทำให้ market orders เยอะไปด้วย ราคาเคลื่อนไหวใช้เวลา ดังนั้นความอดทนเป็นเรื่องจำเป็น ถ้า price structure ยังไม่เปลี่ยน ก็ปล่อยให้ตลาดทำงานต่อไป อย่าลืมว่าการเทรดเป็นเรื่องความเป็นไปได้ เทรดเมื่อเห็นความเป็นไปได้อยู่ทางที่เปิด แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้

ทีมงาน : thaiforexbroker.com

คะแนนเฉลี่ยที่ผู้อ่านให้
[จำนวนผู้โหวต: 1 คะแนนเฉลี่ย: 5]