แท่งเทียน กับ Price Action

0
16

แท่งเทียน กับ Price Action

แท่งเทียน หรือ candlesticks เป็นชาร์ตที่นิยมใช้กันมากเพราะอ่านได้หลายๆ อย่างเช่น อ่านเป็น selling pressure หรือ buying pressure จากหางแท่งเทียนที่ยาวและเร็ว หรือถ้าราคาไปถึงจุดที่เป็น key level ss ต่างๆ แล้วเด้งกลับอย่างเร็วหรือ breakout/breakown แท่งเทียนที่เกิดขึ้นให้ข้อมูลหลายๆ อย่างที่มีผลต่อการวิเคราะห์และตัดสินใจของเทรดเดอร์

แท่งเทียนประกอบด้วย 1. ราคาเปิดที่ต่อจากราคาปิดของแท่งเทียนก่อน 2. ราคาสูง 3. ราคาต่ำ และ 4. ราคาปิด การมองว่าแท่งเทียนเป็น bullish หรือ bearish เทียบราคาเปิดกับราคาปิด ถ้าปิดสูงกว่าราคาเปิด เป็น Bullish candlestick แสดงถึง buyers เป็นฝ่ายชนะ ถ้าราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด เป็น Bearish candlestick แสดงถึง sellers เป็นฝ่ายชนะ จากตัวประกอบของแท่งเทียนจะได้อีก 3 ตัว คือ real body ที่เป็นตัวแท่งเทียนจริงๆ ระยะจากราคาเปิดและปิดเท่านั้น และส่วนหางบนระหว่างราคาสูงกับตัว real body และส่วนหางล่างกับ real body

ก่อนจะขยายความหมายแต่ละจุด ต้องเข้าใจแท่งเทียนก่อนว่าเกิดอย่างไร ค่อยจะเข้าใจที่ตามมาได้ง่าย ราคาขึ้นลงเพราะ market orders ไป fill กับ limit orders แท่งเทียนคือการบอกว่า  filled orders เกิดขึ้นตรงไหนไปแล้ว เริ่มจากเวลาที่เริ่มถึงเวลาหมดแท่งเทียน ราคาจะขึ้นสูงหรือลงต่ำแล้วแต่ market orders วิ่งไปหา liquidity แล้วขาดความต่อเนื่อง และ liquidity ที่ราคานั้นๆ มากพอที่จะหยุดราคาและ market orders เปลี่ยนข้าง ราคาเลยวิ่งไปหา limit orders/liquidity อีกข้างขึ้น-ลงไปเป็นแบบนี้จนเวลาแท่งเทียนหมดค่อยขึ้นแท่งใหม่ เป็นรื่องจำนวนบวก-ลบกันจำนวนออเดอร์แต่ละราคา แล้วเกิดความไม่สมดุลย์แบบไดนามิก ดังนั้นถ้าจำนวน limit orders แถวพื้นที่ราคามากพอ market orders ก็เลยต้องเห็นราคาขึ้น-ลงเร็ว เลยทำให้ real body ของแท่งเทียนเกิดขนาดยาวเยอะถ้าระยะราคาเปิดและปิดห่างกัน  หรือถ้าเห็นเป็น shadow ราคาวิ่งสวนกลับก็เลยทำให้มีหางยาวๆ เกิดขึ้น นั้นเลยเป็นที่มาที่บอกว่า selling pressure หรือ buy pressure

Market orders และ Limit orders วิ่ง match-and-fill กันไม่รู้จักแท่งเทียน แท่งเทียนเป็นแค่ตัวนำเสนอช่วงเวลาที่ออเดอร์พวกนี้ทำงานกัน ดังนั้นการมองแท่งเทียนเพื่อดู price action ท่านต้องมองต่อเนื่องกัน อ่านแท่งเทียนต่อแท่งเทียนแต่ ต้องสรุปผลแท่งเทียนต่อเนื่องว่าอะไรเกิดขึ้น ดังนั้นหลังจากอ่านแท่งเทียนต่อเนื่อง พอเห็นแท่งเทียนที่ขนาดยาวๆ ปิดทางที่วิ่งไป และมีแท่งเทียนต่อเนื่องเลยง่ายต่อการสังเกต และยังบอกนัยสำคัญด้วยจากเหตุผลด้านบนเพราะความไม่สมดุลย์เกิดขึ้น

ท่านจะเห็นว่า ขนาดของ real body ความยาวของ shadow และราคาปิด มีผลมากต่อการอ่าน price action จากแท่งเทียนเพราะว่าตลาดกำลังบอกตลอดว่าอะไรเกิดขึ้น ดังนั้นการสังเกตดูแท่งเทียนอ่าน price action แนะให้ท่านเริ่มมองที่แท่งเทียนยาวๆ ก่อน แท่งเทียนยาวๆ บอกว่า market orders เข้ามาจริงจนมากพอที่เกิดแท่งเทียนยาวๆ เช่น ท่านจะพบ engulfing bar ก็เกิดจากแท่งเทียนยาวๆ ปิด คลุมพื้นที่สูง-ต่ำของแท่งเทียนก่อน 1-3 แท่งเทียน หรือถ้าท่านมอง engulfing bar ใน timeframe ที่ห็นขึ้นก็จะเห็นเป็น pin bar

มาดูขนาด real body หางแท่งเทียนและราคาปิด มองแบบ price action

เริ่มที่เลข 1 แท่งยาวปิดล่างยาวหางน้อย แต่ราคาปิดพื้นที่ demand เมื่อมองช้าย 2 แท่งเทียนก่อนก็ราคา low แถวเดียวกัน ยังยืนยันว่ามีเทรดเดอร์บาย ที่ demand พอมาเลข 2 ส่วน real body น้อยมีหางแท่งเทียนทั้ง 2 ข้าง แต่ที่เห็นคือหางแท่งเทียนด้านบนวิ่งไปถึงราคาสูงของ real body เลข 1 บอกว่า มีการใช้ออเดอร์ฝ่าย sell ไป คือลด sell liquidity ตรงนี้ไป พอมาเลข 3 เห็นชัดว่าราคาสามารถเอาชนะแท่งเทียน 1 และปิดสูงกว่าแท่งเทียน 2  พอมาแท่งเทียน 4 แท่งเทียน 5 เป็นผลจากแท่งเทียน 3 ชัดเจนเพราะ sell market order น้อย และส่วนมากจะไปทางบาย แต่ที่เห็นชัดคือ low ที่แท่งเทียน 4 และแท่งเทียน 5 สูงขึ้นแสดงว่าเทรดเดอร์เริ่มสนใจว่า demand จะทำงานดี

แท่งเทียน 7 เห็นชัดว่า market orders เริ่มเข้ามา  เพราะ price action ตามที่อ่านแท่งเทียนมา เปลี่ยนข้อมูลคือ ขนาดแท่งเทียนยาว และปิดเหนือแท่งเทียน 3 และแท่งเทียน 6 หลังจากที่มีการวิ่งมาก่อนเพื่อ ลด sell liquidity  (ตรงนี้หางแท่งเทียนเพราะหลักการออเดอร์บอกว่าเป็นการลบ sell limit) หลังจากแท่งเทียน 7 ราคาก็สร้าง demand ใหม่ ทั้งเปิดจาก เทรดเดอร์ที่เห็นตรงนี้ และเทรดเดอรที่ติด sell positions ตั้งแต่แท่งเทียน 1 ถึงแท่งเทียน 6 (ตรงนี้ใช้ประโยชน์จากคนติดออเดอร์ในตลาดหลังจากเปลี่ยนข้อมูลผ่านแท่งเทียนให้ออกจากตลาด พวกนี้ก็จะออก buy market orders มาให้เอง) จนกว่าแท่งเทียน 8 เห็น market orders เข้ามาเยอะแท่งเทียนยาวๆ 2 แท่งและปิดบน supply ด้วย เลยเปิดโอกาสให้เทรดเดอร์ที่เปิด buy positions ตรง demand พื้นที่แท่งเทียน 1 ถึง 7 ทำกำไรเพราะแท่งเทียน 8 และ 9 มีแต่แท่งเทียน และแท่งเทียนแรงเนื่องจากขนาดของแท่งเทียน ทำให้การ take profit ของคนที่เปิดบายได้ปิดที่ราคาได้กำไรดี (การปิดทำกำไร ต้องการออเดอร์ตรงข้ามจากที่เปิด  ถ้าออเดอร์ที่ตรงข้ามเยอะก็จะทำให้การปิดทำกำไรได้และราคาไม่เกิดการเคลื่อนราคาจากจุดที่ต้องการ และไม่กระทบตลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาใหญ่ต้องการ)

แท่งเทียนที่ 10 ทั้งต่อเนื่องจากแท่งเทียน 9 ที่ปิดกำไรลด buy market orders และเปิด sell เพราะขนาดและการปิด ราคาก็สะสมออเดอร์ ที่แท่งเทียน 11-12-13 จนกว่าแท่งเทียน 14 ทำให้เกิดพวก buy trapped traders เกิดขึ้น แท่งเทียน 15 เลยลงอย่างรวดเร็วเพราะจากโครงสร้างผ่านมา แท่งเทียน 1 ถึง 9 เป็นการเปลี่ยนข้อมูลเพื่อให้ออเดอร์เข้าตลาด

แท่งเทียน 16 ข่าวอังกฤษเรื่อง Brexit แรงข้ามไปก่อนแต่ราคาก็รีบกลับมาแถวเดิม ดูแท่งเทียนที่ 17 ราคากลับมาที่แท่งเทียน 15 ปิด ตรงนี้อาจยังไม่เปิดโอกาสเทรด แต่พอมาแท่งเทียน 18 ราคากลับมาแรงและปิดบน demand ที่กลายเป็น supply ได้บอกนัยว่าข้อมูลเปลี่ยนไป ราคาเปิดโอกาสเทรดสำหรับรายย่อยที่แกะรอยขาใหญ่หลังแท่งเทียน 19 เพราะราคาบอกว่าเข้าเทรดและขึ้นไปเทส supply ที่เลข 14 ด้วย ราคาเลยขึ้นเร็วที่แท่งเทียน 20 ไปถึง supply บนสุด

ดังนั้นการอ่านแท่งเทียนนอกจากเข้าใจองค์ประกอบของแท่งเทียนแล้วให้อ่านต่อเนื่องกัน พยามอ่านจากแท่งเทียนที่สะท้อนการเข้าเทรด คือแท่งเทียนยาวๆ และพยายามหา level ที่แถวแท่งเทียนนั้นๆ โต้ตอบอะไร price action กำลังบอกข้อมูลอะไรใหม่ๆ หรือเปล่า เพราะข้อมูลใหม่ๆ ที่เปิดขึ้นมีผลต่อเทรดเดอร์ที่รอเข้าและเทรดเดอรที่ติดอยู่ในตลาด               

ทีมงาน : thaiforexbroker.com

คอมเมนท์ด้วย Facebook
คะแนนเฉลี่ยที่ผู้อ่านให้
[จำนวนผู้โหวต: 1 คะแนนเฉลี่ย: 5]