เรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น

0
192

เรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น

                การเทรดเป็นสิ่งที่สามารถเรียนรู้กันได้ถ้ารู้จักวิธีการ ประสบการณ์ หรือจะโต้ตอบตลาดได้เร็วแค่ไหนขึ้นกับการผ่านการเทรดจริงมามากพอหรือเปล่าเพราะการเทรดจริงต่างจากการเทรดทดลองจากบัญชีเดโม ที่ท่านไม่สามารถเรียนรู้การจัดการอารมณ์เหมือนเทรดบัญชีจริงได้ นอกจากการจัดการอารมณ์ การจัดการทุน สิ่งที่มาก่อนพวกนี้คือความรู้หรือความสามารถในการอ่านชาร์ต โดยเฉพาะสามารถอ่านชาร์ตว่าขาใหญ่เทรดอย่างไร แล้วเรียนรู้ที่จะเทรดตามพวกขาใหญ่ให้เป็น

                  จากชาร์ต USDCAD (วันที่ 3 พ.ค.) โดยการใช้ข้อมูลหลักจาก Oanda Orderbook ประกอบ เริ่มดูชาร์ตที่ลูกศรชี้ และเป็นชาร์ตเดียวกับวันที่ลูกศรชี้ในข้อมูลของ Orderbook หมายความว่า Open Orders และ Open Positions ที่แสดงอยู่เป็นของแท่งเทียนเดียวกันพอดี เมื่อมองมาที่ชาร์ตก็จะมีการแบ่งช่วงตลาดออกเป็น 3 ช่วงคือ To = Tokyo ตัวเลขที่ตามมาเป็นจำนวนบีบที่ราคาขยับระหว่าง high/low ของแต่ละช่วง Ln = London และ Ny = New York

                วิธีการที่เสนอที่นี้เป็นการเรียนรู้จากชาร์ตที่เกิดขึ้นและข้อมูลที่บอกก่อนชาร์ตจะเกิดขึ้น ทุกอย่างล้วนเป็น objective หมดไม่ได้เป็น subjective ที่คิดเอาเอง ใช้ข้อมูลจากการอ่านชาร์ตเป็นและข้อมูลจากโบรกเกอร์ Oanda

              จะเห็นว่าพอเปิดตลาดมา เนื่องจากวันนี้เป็นวันศุกร์แรกของเดือนก็จะมีข่าวแรงเรื่อง Non-Farm Employment Change ที่เกิดขึ้นทุกวันศุกร์แรกของทุกเดือน ท่านจะเห็นว่าตั้งแต่วันพฤหัสบดีมาราคาก็ไม่ค่อยวิ่ง ดูแต่ละช่วงตลาดจะเห็นว่ามีช่วง London และ New York ราคาก็เคลื่อนไหวแค่ 45 บีบเมื่อดูจากโครงสร้าง พอมาวันศุกร์วันที่ข่าวแรงจะมาตอนเย็นๆ ตั้งแต่เช้าช่วงตลาด Tokyo หรือ ช่วง Asia ราคาเคลื่อนไหวแค่ 14 บีบ จนกว่าเปิด London มาเวลา 14.00 บ้านเราราคาก็ยังอยู่ในกรอบจนกว่า 1 ชั่วโมงก่อนช่วง New York จะเปิดราคาคือทำ False Breakout ให้เห็นและก็ใช้ volatility จากข่าวเป็นตัวเร่งต่อ

                เมื่อท่านดู Oanda Orderbook ท่านจะเห็นว่าทำไมจึงเกิด False Breakout หรือ Stop Hunting ตรงนั้นก่อนที่จะเกิด False breakout เพราะจาก Orderbook รายงานว่ามี Stop orders ตรงนั้น มองทางขวามือจะเห็นว่ามี stop orders (ทั้ง stop loss orders ของเทรดเดอร์ที่เปิด short positions และ buy stop orders จาก breakout traders ตรงนั้น) และมองมาอีกข้างจะเห็น Sell Limit orders ( ที่มาจาก sell limit orders เพื่อต้องการเข้าตลาดและ take profit จากเทรดเดอร์ที่ถือ long positions ด้านล่างที่ตอนนี้กำลังบวก) จะเห็นว่าออเดอร์พวกนี้ก็จะอยู่ก่อนถึง 1.3500  ท่านจะเห็นว่า Orderbook เปิดเผยข้อมูลนี้ให้ท่านเห็นก่อนที่ False Breakout จะเกิด ท่านสามารถคาดการณ์ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นจากการอ่านชาร์ตเปล่าและดูข้อมูลจาก Orderbook

                อีกทางเมื่อท่านมองชาร์ตเปล่า ท่านจะเห็นว่าเป็นช่วง consolidation หรือเป็นช่วงที่ขาใหญ่สะสม positions ไว้ด้วย แต่เรายังไม่รู้ว่าขาใหญ่ถือทางไหนว่าเป็น long positions หรือ short positions จนกว่าก่อนตลาดอเมริกาเปิด ราคาทำ False Breakout หรือ Stop hunting หรือ Stop run หรือ Bull Trap แล้วแต่จะเรียก ถือว่าเป็นขั้นตอนที่ขาใหญ่ปั่นตลาดก่อนที่จะดันราคาไปทางที่พวกเขาเปิด positions จริงๆ เมื่อมอง Orderbook ท่านจะเห็นว่ามีการวาง Limit orders เพิ่มและมี stop orders อยู่ทางเดียวกันที่ทำให้ขาใหญ่ได้เงื่อนไข เมื่อพวกเขาว่า limit ไว้และดันราคาไปแตะ stop orders เพื่อไปจับคู่กับ Limit orders ที่พวกเขากำหนดเอาไว้พอดี

                หลักจากเกิด stop run หรือ false breakout เมื่อมอง orderbook ท่านจะเห็นว่าส่วนที่เป็น Stop orders และ Limit orders ได้หายไป ให้ท่านสังเกตส่วนที่เป็น Open orders ของเลข 1 ที่เป็นของบาร์ก่อนเกิด False Breakout และ หลังจากเกิดราคาได้ลงเป็นบาร์ที่ 2 ท่านดูส่วนเลข 2 ตรงส่วนที่เป็น Sell หรือ Short positions เพิ่มขึ้นและยังมี sell stop ช่วยให้ปิดทำกำไรได้ง่ายอีก

                สิ่งที่ได้เรียนรู้จากที่เกิดขึ้น เมื่อเข้าใจเรื่องออเดอร์ทำงาน เทรดเดอร์เทรดอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นรายย่อยหรือขาใหญ่และใช้ข้อมูลที่เป็น objective  จากลูกค้าโบรกเกอร์ Oanda เป็นตัวอย่าง แม้ว่าจะไม่ใช่ข้อมูลจากตลาดทั้งหมด แต่ลูกค้าของ Oanda ก็มากพอ ดังนั้นข้อมูลนี้พอเป็นตัวอย่างการเทรด หรือถ้าเกิดจะล่า stop hunting จะล่าตรงไหนเพราะ Orderbook ทำให้เห็นเป้าว่า stop orders อยู่ตรงไหน ท่านสามารถหาที่เทรดด้วยตัวเองได้  ท่านสามารถหาได้ว่าราคาจะกลับตัวที่ไหน จะตั้งทีพีที่ไหนเมื่อใช้ price chart และ Orderbook ประกอบกัน เช่น ถ้าเป็นการเปิด short positoins แบบในตัวอย่างท่านก็แค่มองชาร์ตลงหาจุดอ้างอิงประกอบ เช่นที่เป็น demand หรือ support แล้วดู Orderbook ประกอบกัน

               อย่างในภาพที่เลข 2 ดูบาร์ที่ชี้เมื่อมีการเข้าเทรดแบบขาใหญ่ หลังจากที่เปิด false breakout เมื่อมีการเข้าเทรด การตั้งทีพีควรจะอยู่แถวกรอบเลข 3 เพราะดูเทียบกับบาร์ที่ลูกศรชี้ยังไม่เกิดถึงตอนจบ จะเห็นว่าพื้นที่เลข 1 ถ้ามองมาที่ OrderBook จะเห็นที่บอกว่าพื้นที่ที่เป็น stop loss orders จากที่เปิด long positions ที่เห็นหนาๆ ของ Open  Positons ที่สีฟ้าเหนือราคาปัจจุบันและ sell stop จาก breakut  traders และกรอบเลข 2 จะเห็น long positions ที่ยังกำไรเพราะ ตอนนี้ราคาอยู่ที่ 1.3453 ถ้าราคาดันลงมาต่ำ เทรดเดอร์พวกนี้ก็จะกลายเป็น trapped traders ก็จะเพิ่ม sell market oders เข้าไปเพราะจำต้องออกจากตลาดเพื่อจำกัดความเสี่ยง นี่คือที่มาออเดอร์ที่จะเร่งราคาให้ไปชนทีพีแถวกรอบที่เลข 3 ได้ง่าย เมื่อมองชาร์ตเปล่าจะเห็นว่าเป็นจุดแรกที่ดันราคาขึ้นไป และเมื่อมองใน Oanda Orderbook ประกอบจะเห็นว่ามี buy limit แถวนั้นและต่ำลงมาอีก

 

ทีมงาน : thaiforexbroker.com