เรียนรู้การอ่าน price structure

0
238

เรียนรู้การอ่าน price structure

                หลังจากการทำความเข้าใจเรื่องตลาดทำงานอย่างไร ออเดอร์ทำงานอย่างไร รวมถึงพฤติกรรมของเทรดเดอร์แบบต่างๆ กันมาแล้ว ท่านสามารถนำหลักการต่างๆ พวกนั้นมาประยุกต์เพื่อใช้ในการวิเคราะห์เพื่อเทรดได้ ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างการอ่าน price structure ด้วยหลักการ และดูอาการหรือรูปร่าง price action ประกอบเพื่อการวิเคราะห์แล้วหาโอกาสเทรด

เริ่มที่ชาร์ตทอง XAUUSD เปิดมาชาร์ตเปล่าใช้ round nubmers ประกอบเพื่อช่วยให้เห็นภาพรวมเร็วขึ้น

                เริ่มที่เส้น vertical line หลงจากที่ราคาขึ้นยาวๆ แล้วหยุดเพราะเราไม่เป็นชาร์ตก่อนนี้ทางช้ายมือก็รอให้ชาร์ตบอกก่อนว่าอะไรจะเกิดขึ้น สุดท้ายราคาเบรค high ที่เลข 2 ไปได้ และไปปิดด้านบนทำ new high ได้ พอราคามาถึงตรงนี้ทำให้เกิด demand  ขึ้นที่กรอบพื้นที่เลข 1 เพราะ price action เปิดผยบอกเรา demand แล้วก็ลากจุดอ้างอิงมาทางขวามือ ก็รอว่าราคาจะกลับมาเทสเปล่า แต่ก่อนที่ราคาจะเบรคขึ้นไป ราคาเบรด high ที่เลข 2 เลยกลายเป็น swap demand อีกจุดที่มาจาก supply ตรงนั้น เราเลยได้พื้นที่ demand ที่เหนือกันอยู่ติดกันหรือบอกเป็น demand พื้นที่เดียวกันก็ได้ ตอนราคาไปที่เลข 3 ราคาทำ higher high ครั้งที่ 2 หลังจากครั้งแรกที่เลข 2 ราคาย่อตัวมาครั้งแรก จะเห็นว่าราคาอยู่แถวเส้นเลข 2 สักระยะ จะเห็น 3 บาร์ได้ สุดท้ายราคาล่า stop orders ลงล่างแล้วขาใหญ่ได้โอกาสเทรดต่อหลังจาก momentum ก่อนที่จะมาทำ base เลข 1  พอราคาเบรคและปิดลงเลข 2 ราคาก็ยืนยัน higher low  แล้วราคาขึ้นไปที่เลข 5

                สิ่งที่เรียนรู้จากช่วงแรกนี้คือ จะเห็น momentum ตอนเบรค high จะเห็นการเทสราคาที่ทั้ง 2 highs ด้วยการย่อตัวลงมาเพราะวิธีการปิดทำกำไรแล้วดูว่ามีฝั่งตรงข้ามเทรดเปล่า  แล้วเปิดเทรดอีกรอบจนดันราคาไปที่เลข 5 – เห็นการพัฒนา higher high ตามด้วย higher low – พอราคามาที่เลข 5 ได้ จะเห็นว่าราคาเบรค high ที่เลข 3 ด้วย momentum และปิดบน และตามด้วยราคา ก็ consolidation สร้าง demand ใหม่แล้วราคาขึ้นไปที่เลข 7

                อย่างกรณีที่ดู higher highs, ตามด้วย higher lows ดูเลข 3 ตามด้วยที่เลข 4 ถ้าราคาเบรคเลข 4 ก็เปลี่ยนไปอย่างแต่ราคาเปิดเผยชัดเจนพอราคามาถึงเกิดหางบาร์และราคาขึ้นอย่างรวดเร็ว จนขึ้นไป ทำ higher high สูงขึ้น ดูระยะห่างระหว่าง higher high เลข 3 และ เลข 5 จะสูงกว่ากัน และตามด้วย Higher low ที่เลข 6 ดูระยะห่าง higher low เลข 4 และ เลข 6 สูงกว่ากันเยอะ

                  เลข 8 ข้อมูลที่ชาร์ตเปิดเผยเป็นแบบที่เลข 4 แต่ตอนนี้พอหลังจากที่ราคาทำ higher highs, higher lows มา 2 ชุด ดึงให้เทรดเดอร์จำนวนมากสนใจเทรดตามเพราะ swing highs/lows ที่เกิดขึ้นให้ข้อมูลใหม่แก่เทรดเดอร์ที่รอเข้าและ พวก trapped traders ที่เปิด short positons ที่ เลข 3 5 และ 7 สังเกตดดูแต่ละจุดที่เป็น พื้นที่ higher lows ราคาไม่สามารถเบรคลงไปได้เลย

              นอกจากนั้นแล้วจะเห็นว่า การเข้าเทรดที่เลข 8 ราคาขึ้นมากที่สุดเพราะ ขาใหญ่ตระหนักดีว่าเมื่อ ราคาทำ swing highs/lows ต่อเนื่องแบบนี้ รายย่อยต่างๆ ก็จะหันมาทางที่ราคาทำ swing ในที่นี้ก็จะหันมา buy เป็นหลักด้วย พอราคาขึ้นไปถึงเลข 9 ด้วยบาร์ยาวๆ ก็ยิ่งดึงรายย่อยให้เปิดตาม เลยเปิดโอกาสให้ขาใหญ่ปิดทำกำไรออเดอร์ที่เปิดที่เลข 4 6 และ 8 เพราะโครงสร้างที่เกิดขึ้นดึงให้รายย่อยเข้าเทรดตามและพอถึงจุดๆ หนึ่งเมื่อกำไรพอ ก็จะปิดกำไร และได้ปิดด้วยออเดอร์ที่บาร์ตามมาของรายย่อย – (ขาใหญ่ปิดกำไรจะทำได้ด้วยการเปิด sell orders และต้องการ buy orders เพื่อจะ match and fill ค่อยจะปิดกำไรได้จุดที่ต้องการ)  ราคาย่อตัวลงมาทำ higher low ที่เลข 10 แล้ว ขึ้นไปทำ higher high ที่เลข 11  ตอนนี้เทียบลักษณะราคาทำ higher high ที่เลข 11 เทียบกับเลข 5 และ 7 จะเห็นว่า higher high ที่เลข 11 สูงห่างจาก higher high เลข 9 นิดดียวอาจบอกว่าเป็นพื้นที่เดียวกันได้เพราะราคาขึ้นไป แต่บาร์ต่อมาก็ปิดแถบ high ที่เลข 9 นี่คืออย่างแรกที่ราคาบอกข้อมูลใหม่ให้เปรียบเทียบ ยิ่งดูเลข 12 เป็นครั้งแรกที่ราคาเบรค higher low ที่เลข 10 (engulf) และราคาที่โต้กลับจาก demand ที่เลข 10 ไม่เห็น buying pressure มาเยอะ – ราคามาถึงจุด 12 เริ่มเกิดภาพ Head and Shoulder pattern ที่เทรดเดอร์รู้จักดี เลข 9 เป็นส่วน Left Shoulder เลข 11 เป็นส่วน Head และเลข 12 เป็นส่วน neckline ที่เทรดเดอร์ที่เทรด pattern นี้รอเข้าเทรด

                ถึงเลข 12 จะเห็นว่าราคาสามารถเบรค higher low ได้เป็นครั้งแรก ราคาทำ Lower Low เกิดขึ้น – หลักการทำเทรนเปลี่ยนไป ราคาบอกข้อมูลบางอย่าง ยิ่งพอราคาเบรค neckline ส่วนประกอบหนึ่งของ head and shoulder ท่านจะพบข้อมูลที่เปลี่ยนไปมีผลต่อเทรดเดอร์ที่รอเข้าและเทรดเดอร์ที่ trapped trades อย่างไร ส่วนมากก็จะวิเคราะห์หาโอกาสเทรดทางลงเป็นหลัก พวกที่ติดลบก็ต้องออก

                สิ่งหลักๆ ที่ต้องทำความเข้าใจเรื่อง momentum บอกว่าเทรดจริง ยิ่งเห็นชนะฝั่งตรงข้ามด้วยยิ่งดี หลักการ higher highs ตามด้วย higher lows หรือ lower lows ตามด้วย lower highs ในการดูพัฒนาการของเทรน หลักการ engulf พื้นที่ออเดอร์ฝั่งตรงข้ามก่อนราคาจะไปอีกรอบ เบรค highs/lows สร้าง dynamic supply/demand  ราคาวิ่งจากพื้นที่ออเดอร์ ไปยังอีกพื้นที่ออเดอร์ ถ้าราคาจะไปต่อได้ เคลียร์ limit orders ก่อน การหาโอกาสเทรดเมื่ออ่านข้อมูลพวกนี้เป็นจะเห็นโอกาสเทรดได้ ไม่ยึดติดเทรนเกินไปในการเทรด เมื่อเข้าใจราคาวิ่งอย่างไร ขาใหญ่เทรดอย่างไร ขาใหญ่ทำกำไรอย่างไรในการเทรด ตามที่ยกตัวอย่างมา

 

ทีมงาน : thaiforexbroker.com