เริ่มเทรดฟอเรก อย่างไงดี

0
185

เริ่มเทรดฟอเรก อย่างไงดี

เนื่องจากจุดเริ่มต้นจากที่ว่า คำถามที่ว่า เริ่มเทรดฟอเรกอย่างไร จึงจำเป็นต้องเข้าใจตลาดทำงานและองค์ประกอบของตลาดก่อนโดยภาพรวมแบบง่ายๆก่อน

ตอนนี้เรื่อง ฟอเรก อาจไม่ใช่เรื่องใหม่เกินไป และกำลังเห็นที่นิยมกันในการสร้างโอกาสรายได้ สาหรับคนยุคใหม่ๆ บ้านเราจากที่เทรดกันแต่วงการแคบๆ เดียวนี้มากขึ้นตามกระแสโลกาภิวัฒน์ เพราะประเทศแถวเพื่อนบ้านเรา เริ่มมี โบรกเกอร์ท้องถิ่นมากขึ้นเรื่อยๆ และที่สำคัญเงื่อนไขในการเข้าตลาดฟอเรก หรือเทรดเองไม่ได้ลงทุนอะไรเยอะแยะ หรือมีขั้นตอนยุ่งยากอะไร แค่เปิด บัญชีเทรดกับโบรก ฝากเงินเข้าไปตั้งแต่ 1 ดอล แถมบางโบรกให้โบนัสฟรีที่เปิด บช จริงกับเขาเลย ท่านสามารถสัมผัสและเรียนรู้ว่า ตลาดเป็นอย่างไร ทำเงิน และเสียอย่างไรในตลาดนี้  โบรกเกอร์มีเยอะและตั้งเป้ากลุ่มลูกค้าต่างกันไป เลยทำให้มีโบรกหลายระดับให้เราเลือก และเสนอประเภท บัญชีเทรด เงื่อนไขต่างกันออกไป.

ความรู้และเข้าใจตลาดจึงเป็นเรื่องจำป็นก่อนที่จะเทรด  ฟอเรก – Forex หรือ Forex Exchange – เป็นตลาดที่เปิดโอกาสให้คนสามารถเทรดด้วยการทำกำไรจากการขึ้น-ลงของราคา ก็จะมีสินค้าหรือโปรดักต่างๆ ให้เทรด การขึ้น-ลงของราคานั้นมาจากหลายปัจจัย แต่ที่เราจะกล่าวในที่นี้คือ เริ่มเทรดฟอเรกอย่างไร โดยย่อแบบภาษาง่ายๆ ก่อน รายละเอียดส่วนอื่นๆค่อยจะตามมาเป็นตอนๆ ไป

องค์ประกอบหลักๆ มี 1. ตลาดเรียกว่า Exchange ในที่นี้คือ Forex  2. โปรดักต่างๆให้เราเทรด โปรดักคือ คู่เงินต่าง ๆ เช่น EURUSD, GBPUSD, USDJPY, AUDUSD  3. เทรดเดอร์ โดยการเทรดในที่นี้เทรดผ่านโปรแกรม Metatrader. เมื่อเข้าใจตลาด เข้าใจเงื่อนไข เข้าใจว่าโปรแกรมทำงานอย่างไร ก็สามารถเริ่มเทรดได้

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า ราคาเปลี่ยนแปลงหรือขึ้น-ลงอย่างไรและเพราะอะไร  เทรดเดอร์คือองค์ประกอบหนึ่ง เมื่อเทรดเดอร์จะเทรด ก็จะมีการกำหนดว่าจะเทรดเท่าไร  อย่างในฟอเรก จำนวนที่เราเทรด เรียกเป็น lot เช่น เริ่มแต่ ล็อต 0.01 เท่ากับ 10 ดอลลาร์ (ข้อกำหนดล็อตขึ้นตามเงื่อนไขของโบรก) ส่วนมากก็ไม่แตกต่างกัน  เช่น 0.10 ก็เป็นการเปิดออเดอร์ 100 ดอลเพื่อการคาดการณ์ผลกำไร กำไรหรือขาดทุนขึ้นกับว่าเราคาดการณ์ว่าราคาจะไปทางไหน เช่น ราคาปัจจุบันของ EURUSD ที่ 1.13500 และเราคาดการณ์ว่าราคาจะขึ้นไปที่ 1.14000 เราจึงเปิดออร์เดอร์ Buy โดยเราอาจตั้ง Take Profit หรือคำสั่งปิดเองเมื่อราคาถึงจุดราคาเริ่มได้กำไร แต่ถ้าราคาลงไป ที่ 1.13500 คือราคาวิ่งสวนกับการคาดการณ์ของเรา – สรุปง่ายๆ คือถ้าราคาไปทางที่มากกว่าราคาที่เราเปิดออร์เดอร์ก็กำไร ถ้าราคาวิ่งต่ำกว่าราคาที่เปิดก็ขาดทุน กำไรหรือการสูญเสียมากน้อยก็แล้วแต่ระยะห่างจากจุดที่เราเข้าหรือเปิดออเดอร์และจำนวนออเดอร์ที่เราเทรด  เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากอะไร สิ่งที่ยากและท้าทายสำหรับการเทรดคือเราจะวิเคราะห์ความเป็นไปได้อย่างไรว่าราคาจะวิ่งไปในทางที่เราวิเคราะห์

ถ้าเราอ่านราคาจากชาร์ต ด้วยความเข้าใจว่าตลาดทำงานอย่างไรและราคาขึ้น-ลงอย่างไร เราจะเริ่มมองหาโอกาสเข้าเทรดที่มีความเป็นไปได้สูงขึ้น  จากที่กล่าวมา เทรดเดอร์คือองค์ประกอบหนึ่งของตลาด เริ่มต้นด้วยเทรดเดอร์พร้อมจำนวนออเดอร์ที่จะเทรดเพื่อเข้าตลาด และการจัดการออเดอร์

ในโปรแกรม Metrader 4 จะมีออเดอร์ดังนี้ Market Orders, Pending Orders (ประกอบด้วย Buy Limit, Buy Stop, Sell Limit, Sell Stop), Stop Loss และ Take Profit. ราคาจะขึ้นลงการเปิดออเดอร์เทรดราคานั้นๆ ที่ออเดอร์ฝั่งตรงข้ามไม่พอ ราคาก็จะวิ่งไปหาราคาที่มีให้จำนวนออเดอร์ตรงข้ามให้จับคู่ในตลาด (liquidity) การเคลื่อนขึ้น-ลง เป็นผลการหาออเดอร์ตรงข้ามเพื่อจับคู่ หรือ match-and-fill ระหว่าง Market Orders และ Pending Orders ในตลาด ตามจำนวนออเดอร์ที่ราคานั้นๆ  เช่น เราเปิดบาย EURUSD ที่ 1.14000 ที่ 10 ออเดอร์ๆ ละ 0.10 ล็อต ถ้าจะเราจะได้ราคาเปิดที่ 1.14000 ต้องมีออเดอรที่เป็นฝั่งตรงข้าม คือ sell orders จำนวนเท่ากันที่ราคาเดียวกัน ถ้ามีคนอื่นอยากเทรดแบบเดียวกันกับเราที่ตำแหน่งราคาเดียวกัน หรือใกล้ๆกัน อาจจำนวนเท่ากันหรือมากกว่า หรือยิ่งเป็นขาใหญ่อีก จำนวนออเดอร์ยิ่งมาก นั้นหมายความว่ามีแต่ Buy market orders เป็นหลัก ถ้าราคา ฝั่งตรงข้าม Sell orders ที่ราคานั้นๆ ไม่พอจำนวน Market Ordes ฝั่งที่เราเปิดก็จะวิ่งขึ้นไป หา Sell Orders ที่ราคาสูงขึ้นไปอีก ผลก็คือทำให้ราคาขึ้น เทรดเดอร์ที่บายที่ราคาเริ่มแรก (ส่วนมากก็จะเป็นขาใหญ่) ก็จะเริ่มกำไร เพราะราคาขึ้นไปทางที่พวกเขาคาดการณ์ และราคาก็จะขึ้นไปเรื่อยๆ จนกว่าถึงที่ๆ มี Sell orders มากพอสำหรับ Buy Market Orders –  ตรงนี้สรุปง่ายๆ คือ ราคาขึ้น-ลง เป็นผลของจำนวนออเดอรฝ่าย Sell และ Buy ข้างไหนมากกว่าราคาก็จะดันไปเรื่อยๆ  จุดๆ นี้เองทำให้เกิดหลักการมองและเทรดแนวแบบ Technical Analysis ต่างๆ เช่น การเทรดแนว Supply/Demand

 

หลังจากเปิดออเดอร์ไปในตลาด ออเดอร์ที่เปิดเทรดก็จะอยู่ในตลาด จาก Market Orders ตอนที่เราเปิดเพื่อเข้าตลาดกลายเป็น Long/Short Positions หรือ Open Buy/Sell Orders เช่น ถ้าตำหน่งที่เปิดเป็น Open Buy orders หรือเรียก Long Positions ถ้าราคาปัจจุบันมากกว่า Positions พวกนี้ก็จะกำไร หรือ In the Money/In Profit ถ้าราคาปัจจุบันต่ำกว่า Positions ก็จะติดลบ หรือ Out of the Money/In Loss จุดที่เราให้ความสำคัญตรงนี้ คือ การจัดการออเดอร์ เพราะการจัดการออเดอร์ทำให้เกิด Market Orders อีกรอบ เช่น การที่เราปิดกำไร ปิดเสีย ตั้ง Take Profit หรือ Stop Loss ล้วนต้องการออเดอร์ที่ตรงข้ามกับที่เราเปิดค่อยทำได้ และเพราะการจัดการออเดอร์พวกนี้ ต้องจัดการด้วยออเดอร์ฝั่งตรงข้ามที่เราเปิด เช่น ถ้าปิด Long Position ที่กำไร คำสั่งปิด ก็จะเป็น Sell Orders ถ้าจำนวนเยอะก็หมายถึงออเดอร์ตรงข้ามเยอะ ถ้าพื้นที่นั้นเทรดเดอร์คนอื่นๆ (โดยเฉพาะขาใหญ่) ทำเหมือนกัน จำนวนก็ยิ่งเยอะ ก็จะทำให้การเคลื่อนราคาขึ้น-ลงเปลี่ยนเร็วและแรงขึ้น

จุดเลข 1 เป็นจุดที่มีแต่ buy market orders มากและต่อเนื่อง ราคาฝั่งตรงข้ามไม่พอ ราคาดันไปเรื่อยๆ จนถึง เลข 2 ที่ราคาหยุด เพราะ buy market orders ไม่มากพอที่จะเกิน sell orders หรือเพราะคนที่เปิด buy orders ตรงพื้นที่เลข 1 เริ่มปิดกำไร คำสั่งปิดพวกนี้ ก็เป็น Sell orders ทำให้ Sell orders มากพอที่ buy market orders การไม่ไปต่อของราคาทำให้เทรดเดอร์ที่รอจะเข้าตลาดจะ buy ต่อเกิดลังเล หรือรอโอกาสใหม่อีกรอบ เลยทำให้ ความต่อเนื่อง buy orders ลดลง นี้เป็นตัวอย่างของการทำงานและราคาขึ้นลงของตลาด จุดที่จะเขียนต่อไปจะเป็นเรื่อง เราจะหาจุดเข้า-ออกเทรดพวกนี้อย่างไร จากความเข้าใจตลาด และการทำงานของออเดอร์

ทีมงาน : thaiforexbroker.com

คอมเมนท์ด้วย Facebook
คะแนนเฉลี่ยที่ผู้อ่านให้
[จำนวนผู้โหวต: 1 คะแนนเฉลี่ย: 5]