เมื่อราคากำลังขึ้นหรือลงพร้อม spiking ทางตรงข้ามไปด้วยบอกอะไร

เมื่อราคากำลังขึ้นหรือลงพร้อม spiking ทางตรงข้ามไปด้วยบอกอะไร

เมื่อราคากำลังขึ้นหรือลงพร้อม spiking ทางตรงข้ามไปด้วยบอกอะไร

                การอ่าน price charts ไม่ใช่แค่พยายามหา price action forms ต่างๆ เช่นเรื่อง pin bar, engulfing bar, inside bar เพราะการอ่าน price action ต้องอ่านแบบมีปริบทประกอบ พร้อมทั้งเข้าใจความหมายที่ราคากำลังบอกว่าอะไรเกิดขึ้นการเข้าใจเรื่องออเดอร์ทำงานอย่างไรและเพราะความสามารถในการอ่านprice action เพื่อเข้าใจเรื่องออเดอร์ที่เกิดขึ้น เป็นช่วยในการเทรดได้มากหรือให้ท่านหา trade setup ได้ตลอด

                พูดแบบง่ายๆ ราคามีช่วงขึ้น ช่วงลงและช่วง consolidation  เนื่องจากเทรดเดอร์รายย่อยเทรดด้วยจำนวนวอลลูมที่น้อย เทรดตอนไหนๆ ก็ไม่เพียงพอที่จะเคลื่อนไหวราคาไปทางที่ต้องการได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อมีการเปิดเทรดคือ การใช้ออเดอร์ฝั่งตรงข้ามพื้นที่นั้นๆ การอ่าน price chart ผ่านแท่งเทียนแต่ละแท่งเทียนหรือบาร์ก็บอก filled orders ที่ใช้ไปแล้วและยังบอกว่าตรงไหนด้วย ดังนั้นกลยุทธ์ที่นิยมกันคือว่า พยายามหาว่าขาใหญ่เทรดตรงไหนแล้วเทรดตาม ความสามารถเข้าใจ price structure ที่เกิดขึ้นจึงจำเป็น

             ปริบทที่จะยกตัวอย่างต่อไปนี้ถือว่าเป็นหลักการสำคัญของการทำงานของออเดอร์และการเคลื่อนไหวราคาที่เกิดขึ้นตามมา เพราะเป็นผลของออเดอร์ที่เกิดผ่าน trading transacton ที่ไม่สามารถปกปิดได้

                  สิ่งที่จะกล่าวคือข้อมูลการเคลื่อนไหวราคาแบบในกรอบ 1 และ กรอบ 2  ที่กรอบ 1 ท่านจะเห็นว่าตอนที่ราคาขึ้นไปราคาได้แทงหางลงด้านล่างหรือ rising and spiking south ด้วย หางบาร์ต่างๆ หลายบาร์ที่แทงลงมาตอนที่ราคาทำกรอบขึ้นไปบอกว่าราคาได้ลด liquidity หรือ buy limit orders พื่นที่ในกรอบตรงส่วนด้านล่างไปได้จึงไม่แปลกเมื่อราคา rejection ที่ราคาจะวิ่งลงผ่านตรงพื้นที่ราคาได้แบบลด limit orders ไปตอนที่ราคาขึ้นไป (rising and spiking south) ดูตรงที่ลูกศร A ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่ราคาจะวิ่งลงมาหาต้นตอตอนที่ดันราคาขึ้นไปได้ง่าย หรือแม้แต่กรอบ 2 ก็แบบเดียวกันเคลื่อนไหวต่อเนื่องจากกรอบ 1 จนกว่าราคาเบรค high ตอนที่ราคาวิ่งเป็นกรอบขึ้นมาจาก high ตัวนี้ได้กลายเป็น resistance และราคาได้เบรค กลายมาเป็น support ดูตอนที่ราคาวิ่งขึ้นไปมีการ spiking ทั้งด้านบน (spiking north) หรือ spiking ด้านล่าง (spiking south) ไปได้ บอกว่าราคาได้ลด liquidity หรือ limit orders ทางที่ราคาแทงหางไปในตัวด้วย จึงไม่แปลกที่ราคาจะไป rejection ตรงพื้นที่ๆ ราคาได้เบรค high ไปก่อนแล้วไปทำ rejection ด้านบน เมื่อเกิด rejection จะเห็นว่า 3 บาร์วิ่งผ่านพื้นที่ที่ราคาตอนขึ้นไปแล้ว  spiking south ด้วยเพราะราคาได้ลด buy limit order พื้นที่ตรงนั้นไปแล้ว เลยทำให้ราคาวิ่งผ่านง่ายเลยลงมาหาต้นตอได้ง่ายแล้วค่อยเด้งกลับอีกที

          สิ่งที่กำลังบอกคือเมื่อราคาวิ่งไปไม่ว่าจะขึ้นหรือจะลง พร้อมกันนั้นราคาได้แทงหางตรงข้ามหรือ spiking north/south ไปด้วย ราคาได้บอกบางอย่างไปด้วยว่ามีโอกาสจะปล่อยให้ท่านเทรดได้

                ดังนั้นเมื่อเข้าใจหลักการนี้ คำถามอยู่ที่ว่าจะใช้อย่างไรให้เป็นประโยชน์ต่อการเทรดของท่านหรือ trade setupที่เกิดขึ้นจะเห็นว่าจาก2ตัวอย่างที่ยกมาประกอบจะเห็นว่าข้อความสำคัญที่ลักษณะ price movement ที่เกิดขึ้นแบบนั้นคือบอกว่าราคาจะวิ่งไปทางที่เกิด spiking ได้ง่ายเมื่อราคากลับมาทางนั้นอีกรอบหรือ path of least resistance เพราะ limit orders พื้นที่ๆ เกิดหางบาร์แทงไปนั้นๆ ได้ลดลงไป เมื่อใช้กับ trade setup ทางที่ราคา trade setup ท่านจะวิ่งไป ถ้าเป็นทางที่ราคา spiking มาก่อนก็จะเพิ่มความเป็นไปได้สูงมาอีกระดับหนึ่ง  แท่งเทียนที่บ่งถึง spiking เมื่อมองต่าง timeframe อาจต่างรูปไป เช่นเมื่อมอง timeframe ย่อยอาจไม่ใช่หางบาร์ยาวๆ อาจเป็น engulfing bar แต่หลักการเดียวกัน

           ภาพนี้เป็นการประยุกต์หลักการเข้ากับ trade setup แนว demand/supplyหรือ support/resistance zone ตรงที่เลข 1 อาจจะยังไม่ได้ยีนยันว่าเกิด demand  เพราะไม่เห็นชัด imbalance ที่เอาชนะฝั่งตรงข้ามแต่พื้นที่เดียวกัน แต่พอมาถึงเลข 2 จะเห็นว่าราคาเอาชนะพื้นที่ตรงข้ามเลข 1 หรือ  supply ได้แล้วมาที่ supply ตรงที่เลข 2 ลากมาด้านช้าย เราก็ดูว่าราคาโต้ตอบ supply zone หรือ resistance zone อย่างไรประกอบ (เมื่อราคาทำ retracement หรือกลับมาหา demand/supply zone หรือ support/resistance zone สิ่งที่ต้องดูคือลักษณะที่ราคาโต้ตอบอย่างไรเป็นสำคัญ ในที่นี้คือพอราคามาถึงเป็นอย่างไร มาถึงอย่างไร ราคาสามารถวิ่งอยู่ในพื้นที่ได้นานหรือเปล่าหรือรีบเด้งทันที และถ้าเบรค ๆ อย่างไร และถ้าไม่เบรคแล้วเด้งตามที่คาดหวัง เด้งออกไปทำ new high/new low ได้เปล่า เด้งมากหรือเปล่า ต้องดูทั้งหมด) จะเห็นว่าราคามาถึง supply ที่เลข 2 ราคาสามารถ consolidation ได้ถึง 4 บาร์ ก่อนที่ราคาจะวิ่งลงไปถึงต้นตอ

           หลักการออเดอร์ไม่ว่าจะเป็น limit orders หรือ market orders ล้วนเกี่ยวกับตัวเลขหรือจำนวนออเดอร์หรือวอลลูมในการเทรดถ้าจำนวนอีกฝั่งเกินกันมากเมื่อดูแท่งเทียนที่บอกfilled orders ที่เกิดขึ้นต้องไม่มีหลายบาร์แบบนี้ ต้องไม่กี่บาร์ ข้อมูลตรงนี้ทำให้ขาใหญ่กล้าที่จะเปิด long positons ที่พื้นที่ demand อีกรอบตรงที่บอกว่า Buy พอราคาขึ้นมาตรงกรอบที่บอกว่า spiking north ราคาแทงมาตรงที่เป็นพื้นที่ supply 2 เป็นการกลับมาครั้งที่ 2 ราคาก็ไม่ rejection หรือวิ่งในกรอบนั้นได้อีก บอกถึงการลดหรือซึมชับออเดอร์ตรงข้าม เมื่อท่านเทรดตรงที่บอก Buy ท่านจะกล้าถือรอ เมื่อออเดอร์ตรงข้ามหมดราคาก็วิ่งขึ้นอย่างง่ายแบบที่เห็นบาร์ยาวๆ ตามมา 2 บาร์  นอกนั้นก็เป็นเรื่องเวลาและความอดทนที่ต้องเข้าใจและทนให้ได้เพราะราคาจะวิ่งไมได้วิ่งเป็นส้นตรง วิ่งเมื่อออเดอร์ตรงข้ามไม่พอ market orders ถ้าปริบทและ price structure ยังไม่เปลี่ยนยังถือว่า trading odds ยังไม่เปลี่ยน

 

ทีมงาน : thaiforexbroker.com

         

 

คะแนนที่ได้