เมื่อการตั้ง stop-loss กลายเป็นเป้า

เมื่อการตั้ง stop-loss กลายเป็นเป้า

                ในการเทรดนั้นเราถูกสอนมาว่าเมื่อเปิดแต่ละออเดอร์หลังจากการวิเคราะห์ความเป็นไปได้และเปิดเทรดตามกลยุทธ์ต่างกันออกไปแล้วแต่แนวtechnical analysisหรือเทรดแบบfundamental informationของคู่เงินนั้นๆสิ่งแรกที่ต้องกำหนดคือstop-lossและtake-profitตัวที่สำคัญสุดน่าจะเป็นการจำกัดความเสี่ยงแต่ละออเดอร์เพื่อไม่ให้กระทบพอร์ตการลงทุน

                 และเราก็ถูกสอนมาอีกว่าการตั้งstop-lossถ้าเป็นการเทรดที่resisstance levelก็เหนือขึ้นไปหน่อยหรืออิงจุดhighแล้วราคาเกินมาหน่อยหรือถ้าเป็นsupportก็ตั้งstop lossลงไปหน่อยหรือนับเป็นpipsก็แล้วแต่กลยุทธ์ออกไปแต่ที่จะเห็นคือการตั้งstop-loss พื้นที่เดียวกัน ความรู้พวกนี้ เลยทำให้กลายเป็นเป้าของขาใหญ่หรือเปล่าเมื่อพวกเขาต้องการจะเข้าตลาด

เมื่อการตั้ง stop-loss กลายเป็นเป้า forex

ทำไมเป็นเป้า ที่ไหน และอย่างไร

                ก่อนอื่นต้องกล่าวข้อแรกออเดอร์ทำงานอย่างไรการเทรดจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อท่านเปิดbuyมีออเดอร์sellณ ราคาที่ท่านเปิดและวอลลูมเท่ากันออเดอร์ฝั่งsellคือฝั่งที่ท่านเสี่ยงถ้าราคาลงไปทางsellท่านก็ขาดทุนการสูญเสียขึ้นกับว่าท่านออกตอนไหนคนหนึ่งได้กำไรอีกฝั่งต้องสูญเสีย 

              ข้อสองต่อจากข้อแรกเมื่อเปิดเทรดท่านต้องการออเดอร์ฝั่งตรงข้ามขาใหญ่ที่เรียกว่าขาใหญ่เพราะเทรดเดอร์พวกนี้เทรดด้วยจำนวนวอลลูมเยอะเช่นพวกสถาบันการเงิน ธนาคาร หรือพวกเฮดฟันด์เมื่อพวกนี้จะเทรดพวกเขาสนใจแค่ตรงไหนจะมีออเดอร์ฝั่งตรงข้ามมากพอหรือมีliquidityมากพอที่จะมาmatch and fill กับออเดอร์พวกเขาที่ต้องการได้

             ข้อสามก็มาจากสองข้อแรกพื้นที่ๆมีร่อยรอยการเทรดเช่นsupport/resistance,หรือsupport/demand, pivotsหรือkey levelsต่างๆเป็นจุดที่ดึงดูดเทรดเดอร์ต่างๆถือว่าเป็นแหล่งแม่เหล็กดูดออเดอร์ก็ว่าได้ก็เลยกลายเป็นพื้นที่มี liquidity เยอะ

เมื่อการตั้ง stop-loss กลายเป็นเป้า forex

                ดังนั้นการเข้าเทรดที่เลข 1 ที่อ้างอิงการเข้าเทรดจากการวิเคราะห์ technical analysis ถือว่าเป็น demand ที่น่าสนใจและยังมี demand ด้านล่างอีกตัว แต่ตรงที่เลข 2 ท่านจะเห็นว่า price structure ชัดเจนเพราะ impulsive move หรือ momentum ที่กรอบว่าขาใหญ่เข้าเทรดชัดเจนด้วยบาร์ยาวๆ ไปทิศทางเดียวกันและราคาไปถึง supply ด้านบน  และ ถ้าราคาลงมาพื้นที่ demand นี้น่าจะเป็นจุดอ้างอิงในการเข้าเทรดตามเทรนได้อีกรอบ และถ้าท่านดูลูกศรตามมา 2 อันด้านขวามือท่านจะเห็นว่าไปจริงๆ แต่ปัญหาอยู่ที่การเปิด buy ที่เลข 1 ต่างหาก เพราะราคาเด้งลงมาก่อนและไม่ถึง demand ด้านล่างกลับรีบขึ้นมาเลย ท่านจะพบการเทดรแบบนี้บ่อยเพราะราคาเด้งลงไปล่า stop ที่ตั้งไว้สุดท้ายราคาก็ไปทางที่เราเปิดเทรดและไปไกลด้วย

                จากตัวอย่างที่ยกมา ท่านจะพบกว่าปัญหาไม่ใช่การวิเคราะห์ความเป็นไปได้เพื่อเทรดเพราะราคาไปทางที่วิเคราะห์ แต่ปัญหาอยู่ตรงที่เราถูกสอนมาว่าเมื่อเปิดออเดอร์ สิ่งแรกที่ควรทำคือกำหนด stop-loss และ take-profit หลักการและความรู้พวกนี้เป็นสิ่งที่ขาใหญ่เขารู้ดี และพวกเขาเข้าใจตลาดทำงานอย่างไรดี เพราะ stop loss พวกนี้ถ้าพวกเขาดันราคาไปแตะได้ก็จะมีแต่ sell market orders ที่เกิดขึ้น ถ้าพวกเขาต้องการจะเปิด buy เพราะพวกเขาเทรดด้วยจำนวนวอลลูมเยอะ พวกเขาต้องการมั่นใจว่ามีออเดอร์ตรงข้ามมากพอตรงไหนและต้องทำอย่างไร การเข้าเทรดที่เลข 1 พร้อมด้วย stop loss แทนที่จะทำกำไรกลับกลายเป็นออเดอร์ตรงข้ามให้กับขาใหญ่เพื่อเทรดเข้าทางเดียวกับเรา

ถ้าไม่ตั้ง stop-loss จะทำอย่างไร

                จากตัวอย่างที่ยกมา ท่านจะพบว่าแม้การตั้ง stop-loss เป็นการจำกัดความเสี่ยงเบื้องต้น และเป็นการสร้างวินัยการเทรดแต่กลับกลายเป็นเป้าที่ขาใหญ่มองเห็นได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น false breakout หรือ chart patterns ต่างๆ เช่น head and shoulders, double tops/bottoms ล้วนมีร่องรอยการใช้ความรู้เรื่อง stop-loss เพื่อเข้าตลาดทั้งนั้น อย่างแรกที่ที่ควรตระหนักคือให้มั่นใจว่าท่านอ่าน price structure เป็นว่าชาร์ตกำลังสื่อสารอะไรให้ท่าน ท่านเทรดทางร่อยรอยที่เปิดเผย การใช้ความรู้เรื่อง stop loss เพื่อเข้าตลาดเป็นสิ่งที่ขาใหญ่ต้องการ ถือได้ว่าเป็นวิธีการของตลาดเพราะ trading transaction จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีออเดอร์ฝั่งตรงข้าม ณ ราคาที่ท่านเปิด ดังนั้น buy low, sell high  ถ้าเข้าใจหลักการนี้จะเห็นเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นก่อนจะเปิดออเดอร์ทุกครั้ง ต้องคำนึงถึงพื้นที่ stop orders พวกนี้ประกอบไปด้วย และอาจจะแบ่งการเทรดออก เช่นแทนที่จะเทรดจุดแรกที่ 0.10 ท่านก็เปิดที่จุดแรก 0.05 และ ตั้ง limit orders เพื่อเข้าอีกรอบว่าต่ำกว่าหรือสูงกว่า stop orders  การตั้ง stop loss จริงๆ ควรจะเป็นพื้นที่ๆ เป็นต้นตอที่ราคาเป็นทางนั้น เช่น stop loss ชาร์ตด้านบนก็ควรจะต่ำกว่า พื้นที่ demand ด้านล่าง

                การเทรดเป็นเรื่องความเป็นไปได้ไม่มีอะไรแน่นอน แค่ว่าความเป็นไปได้ข้างไหนมากกว่ากัน เข้าใจหลักการตลาดทำงาน กฏต่างๆ และเรียนรู้พฤติกรรมเทรดเดอร์ที่โต้ตอบราคา เข้าใจมากกว่าความรู้ทั่วไป ใช้ประโยช์จากความรู้ทั่วไปแบบตัวอย่างที่ยกมา เข้าใจว่าราคาวิ่งต้องใช้เวลา การติดลบหรือการสูญเสียเป็นส่วนหนึ่งของการเทรด ท่านต้องเรียนรู้ควบคู่ไปกับการอ่านชาร์ตเปล่าเพื่อการเทรด เวลาและความอดทนเป็นเรื่องจำเป็น เปิดเทรดเมื่อตลาดบอกก่อนว่าอยากไปทางไหน อย่าเพิ่มความเสี่ยงมากเกินไปถ้าตลาดยังไม่เข้าทาง

ทีมงาน : thaiforexbroker.com

คะแนนที่ได้