เข้าใจ Market session

0
87

เข้าใจ Market session

               เนื่องจากตลาดฟอเรกเป็นตลาดที่เทรดแบบต้องมีออเดอร์ตรงข้ามเสมออาจได้ยินคำว่าOTC (over-the-counter)นั้นหมายความว่าไม่มีcentralized exchangeแบบพวกFuturesหรือOpitonsหรือพวกตลาดหุ้นคนที่เข้าเทรดสามารถเทรดโดยตรงกับฝั่งตรงข้ามได้เลยผ่านโบรกเกอรหรือบางที่โบรกเกอร์ก็เป็นฝั่งตรงข้ามเองที่จะเห็นคำว่าMarket Makerใช้กับโบรกเพราะเป็นการทำงานของออเดอร์เลยทำให้ตลาดฟอเรกสามารถเทรดได้ตลอดเวลาเว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์แต่ไม่ได้หมายความว่าเทรดได้ตลอดแต่ความเป็นไปได้สูงก็จะมีตลอดเพราะเมื่อเข้าใจตลาดและการทำงานเวลาเทรดท่านต้องการให้liquidityมากถ้าน้อยราคาก็จะเคลื่อนไหวยาก

                เพราะเป็นตลาดที่เทรดแบบOTCเราจึงจำเป็นต้องรู้ว่าช่วงไหนที่มีฝั่งตรงข้ามมากสุดหรือมีแต่ละฝั่งมากสุดหรือเรียกได้ว่าช่วงไหนที่เป็นMost Active Timesสำหรับตลาดฟอเรกถ้าช่วงไหนมีเทรดแดอร์เข้าเยอะ (activity)ก็จะทำให้มีliquidityและvolatilityเยอะตามมาสิ่งที่จำเป็นต้องพิจารณาเพราะเมื่อตลาดมีliquidityน้อย ถ้าขาใหญ่เปิดเทรดก็จะทำให้เกิดการคลาดเคลื่อนจากจุดที่ต้องการเทรดเยอะ(slippage)หรือท่านอาจจะสังเกตุเห็นว่ามีการถ่างสเปรดเยอะ

                Market session ของฟอเรกหลักที่น่าสนใจก็เป็นตามศูนย์การเงินใหญ่ๆของโลกเช่นช่วงตลาด New York,London, Paris,Frankfurt, Moscow,Tokyo,SingaporeและSydneyแต่จะกล่าวที่เป็นหลักๆตามที่เสนอแนะที่forexfactoy.comตรงส่วนmarketนำเสนอช่วงๆหลักคือSdyney,Tokyo,LondonและNew York

Market session
Market session

ภาพ sessions จาก forexfactory เทียบเวลาไทย

                จากตลาดด้านบนพอNew Yorkปิดก็มาเป็นSydneyเปิดนั่นเลยทำให้ตลาดฟอเรกเทรดได้ตลอดเวลาแต่ต้องไม่ลืมว่าแต่ละตลาดมีลักษณะต่างกันออกไปliquidityมากน้อยต่างกันออกไปเนื่องจากการเทรดถ้าเราเปิดทางไหนต้องมีออเดอร์ตรงข้ามให้fillและต้องมีออเดอร์ที่ตามมาในทางที่เราเทรดถึงจะได้กำไร

                ถ้าตอนที่เปิดเทรดเป็นตอนที่มีแต่เทรดเดอร์อยากเทรดและเทรดเดรอที่ติดลบก็อยากออกเลยทำให้ออเดอร์เข้า-ออกตลาดเยอะพอมีliquidityสูงก็เลยทำให้ราคาเคลื่อนได้ง่ายเลยต้องมาดูว่าศูนย์การเงินใหญ่ๆ ของโลกคือที่ไหนและเปิดช่วงใดก็จะได้ช่วงตลาดยุโรปและช่วงตลาดอเมริกา

                ดูจากชาร์ต4วันที่ใช้อินดิเคเตอร์ช่วยกำหนดกรอบmarket sessionsโดยแบ่งออกเป็นแค่3ส่วนหลักๆคือAsia Session,London SessionและUS  sessionท่านจะพบว่าช่วงที่เป็นLondonและUS sessions ราคาส่วนมากวิ่งเยอะจากกรอบสีเขียวและที่ติดกันสูงกว่าช่วงAsia sessionเยอะหมายความว่าเทรดเดอร์เข้าเทรดหรือมีการจัดการออเดอร์2ช่วงเวลานี้เยอะ

                เมื่อเราสามารถรู้ว่าช่วงไหนที่ตลาดมี activity, volatility และ liquidity เยอะ เราก็สามารถกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมการเทรดได้ หรือแม้แต่การมอง price levels ต่างๆ เช่น demand/supply, support/resistance เป็นต้น ถ้าเกิดขึ้นหรือราคามีการโต้ตอบและเปิดเผยใน 2 ช่วงตลาดนี้  price levels นั้นๆ จะโต้ตอบดีและเป็น price level ที่ค่อนข้างจะแข็งเพราะเกิดช่วงที่เทรดเดอร์จากสถาบันการเงินใหญ่ๆ ของโลกเข้าเทรด เลยทำให้เมื่อเราเห็นร่องรอยที่เปิดเผย นั่นเป็นร่องรอยที่เกิดขึ้นด้วยเงื่อนไขที่เป็นขาใหญ่เทรด การเทรดด้วยวอลลุมที่เยอะ และต้องพยายามรักษาตำแหน่งที่ตัวเองเทรด เลยทำให้ price levels นั้นๆ แข็งโดยปริยาย ยิ่งเป็นช่วงที่ ตลาด London และ US คาบเกี่ยวกันยิ่งดี

                จากเลข 1 จะเห็นว่า demand ใหม่เกิดขึ้นหลังจากที่ราคา spike เกิน high ของ Asia session  เป็นการลด sell orders และสุดท้าย เบรกขึ้นไปด้วยบาร์แรงยาวๆ ในช่วง Europe session ที่เป็นช่วงตลาดการเงินหลักทางยุโรปเปิด (เราพอเข้าใจเรื่องช่วงตลาด) และจาก price chart ที่เปิดเผยบอกว่าเป็นการเปิดเทรด placing trades  มาจากขาใหญ่ที่ต้องการเข้าตลาด พอผ่านไปถึงช่วงตลาด US session เปิดราคาลงมาเพื่อเปิดโอกาสให้เทรดเดอร์ที่มาจากช่วง US session เพิ่มออเดอร์เข้าไปหรือเข้าตลาดได้ตรงเลข 2 ด้วยเลยได้ 2 กลุ่มเทรดเดอร์ที่มาจากช่วงตลาดหลักๆ ของโลกที่เป็นขาใหญ่ซะส่วนมาก เทรดเดอร์พวกที่ trapped traders การเปลี่ยนข้อมูลจาก 2 กลุ่มนี้ก็เลยยิ่งต้องจัดการออเดอร์ ดูอย่างเลข 3 ที่ตามมาพอราคาเบรค พื้นที่เลข 3 ขาใหญ่จาก Europe และ US ก็ใช้พวก trapped traders เร่งราคาให้ไปต่อได้แบบไม่ยาก จนจบวันก็สูงพอที่จะปิดทำกำไร ช่วงจะหมด US session จะเห็นเป็นการปิดทำกำไรราคาไม่ไปต่อ

                ตลาดเปิดมาวันที่ 3 เข้าช่วง Asia session ราคาก็ไม่ไปไหน อยู่ในกรอบหลังจากช่วง Europe session วันที่ 2 ปิด แต่พอถึงช่วง Europe session ของวันที่ 3 ราคาเบรคลงสร้าง supply ที่เลข 5 ขาใหญ่ช่วง Europe เห็น trapped positions เลยเปิดโอกาสให้เข้าตลาดอีกที่เลข 6 แต่ราคาไม่ไปไหนมาก แต่พอมาที่เลข 7 เกิด breakodown ลงไปอีก สร้าง supply ที่เลข 7 สังเกตุได้ว่า supply 2 พื้นที่ล่าสุดเกิดในช่วง Europe session และ US session เป็นช่วงที่ตลาดการเงินหลักๆ ของโลกเปิดทำการ และจะพบว่าราคายังคงไปในทางที่ร่อยรอยขาใหญ่พวกนี้เปิดเทรด

                ดังนั้น price level ที่เกิดหรือราคากลับมาแล้วโต้ตอบ 2 ช่วงหลัก Europe session และ US session จึงมีผลค่อนข้างเยอะ เพราะเทรดเดอร์ประเภทที่เป็นขาใหญ่หรือสถาบันการเงินใหญ่ๆ ก็จะเทรดหรือจัดการออเดอร์ช่วงนี้เป็นหลัก ยิ่งตอนที่ช่วงเวลาคาบเกี่ยวกันด้วย ยิ่งจะเห็นราคาไปทางที่พวกขาใหญ่พวกนี้เปิดเผยร่องรอยการเทรดผ่านทางชาร์ต

 

ทีมงาน : thaiforexbroker.com

คะแนนที่ได้