หลักการเบื้องต้น เพิ่อช่วยผลการเทรดให้ดีขึ้น

0
91

หลักการเบื้องต้น เพิ่อช่วยผลการเทรดให้ดีขึ้น

                การเทรดเพื่อความเป็นไปได้สูงมีหลายๆ ตัวแปรประกอบกัน อย่างแรกต้องเข้าใจตลาดทำงาน (markets) เข้าใจออเดอร์ (orders) และเข้าใจคนที่เข้าเทรด (participants) ประกอบกัน แนวรับแนวต้านหรือ supply/demand เป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นพฤติกรรมคนเทรด และการทำงานออเดอร์อย่างเห็นได้ชัด จนทำให้ใช้เป็นจุดอ้างอิงเพื่อแกะรอยว่าขาใหญ่หรือพวกสถาบันการเงินเข้าเทรดหรือเปล่า จุดพวกนี้ทำให้เกิดข้อมูลที่นำพาให้เกิด technical analysis หลายๆ อย่าง

มีหลักการจำเป็นเบื้องต้นที่จะช่วยให้ผลการเทรดดีขึ้นได้หากทำเป็นประจำหรือตระหนักดีตอนวิเคราะห์และเทรด

                ข้อ 1 สิ่งที่ท่านต้องมีบนชาร์ตคือเส้นที่อ้างอิงจุดพวกนี้บนชาร์ต ยิ่งเป็นจุดที่มาจาก timeframe ใหญ่ หรือจุดที่มี confluence ด้าน technical analysis เกิดขึ้นยิ่งดี   พยายามตีจากจุดอ้างอิง timeframe เช่น H4, D1 หรือ W1 จะดี เพราะเป็นพื้นที่ดึงดูดเทรดเดอร์ต่างๆ มาก และยิ่งเป็น key levels เช่นจากจุดที่เป็น support แนวรับกลายเป็น resistance แนวต้านยิ่งดีเพราะ liquidity มาจากส่วนที่ trapped traders ประกอบด้วย ยิ่งจะทำให้จุดอ้างอิงนั้นๆ ทำงานดี และจะช่วยให้ท่านหาจุดเข้าหรือออก ใน lower timeframe ได้ถูกจุด เพราะเห็นโครงสร้างออเดอร์ชัดเจน

จุด key levels พวกนี้ เปิดเผยร่องรอยชัดเจนว่าจะกลายมาเป็นจุดเข้าเทรด และเกิดที่ timeframe ใหญ่ทำให้เทรดเดอร์มากมายสนใจจัดพวกนี้ ทำให้เกิด liquidity เช่นจากที่เคยเป็นแรวรับมากลายเป็นแนวต้าน หรือแนวต้านกลายมาเป็นแนวรับ 

                ข้อ 2 พยามเทรดจากจุดพวกนี้เท่านั้น พอท่านเห็นพวกนี้แล้วพยายามหาที่สัมพันธ์กับกลยุทธ์การเทรดของท่าน ตัวอย่างที่ยกมาเป็น D1 ท่านก็พยายามหาจุดเทรดที่ H1 ว่าราคาเปิดเผยรายละเอียดตรงไหนให้ท่านมองจุดเทรดออก เพราะเป็นจุดที่เห็นชัดจาก timeframe ใหญ่เลยเป็นจุดดึงดูด liquidity ทำให้มีการเข้าเทรดและการออกเทรดเยอะ ทำให้กลายเป็นพื้นที่ขาใหญ่สนใจเพราะจำนวนออเดอร์ที่มากพอ ท่านจะพบว่าพื้นที่เลข 1 ราคามาแล้วน่าจะลงไปต่อ แต่ท่านจะเห็นราคาไม่ได้มาถึงเส้นที่เราตีใว้แม้ความเป็นไปได้มีแต่ไม่เท่าเหมือนเทรดที่เลข 2 ท่านจะพบกว่าราคาลงเป็นหลัก ดูการเทรดที่เลข 1 แม้ราคาจะวิ่งลงไปแต่ไม่สามารถทำ new low ได้เพราะ sell market orders ไม่มากพอ มา buy market orders ดันขึ้นมาเพื่อเปิด stop orders แถวพื้นที่บนที่เลข 1 จนไปถึงเลข 2 จุดที่เรามองใว้จากข้อ 1 ที่กล่าวมาด้านบน และเปิดโอกาสให้เปิดเทรด ราคา reject จุดที่เราต้องการเทรดพอดีเมื่อมองที่ h1 และหลักการออเดอร์ได้ คือ มีการล่า stop orders เพื่อเข้าตลาดเพราะต้องการ liquidity ที่จะมา fill ออเดอร์ที่ตั้งเอาใว้

                ข้อที่ 3 อย่าเทรดตอนราคาวิ่งเข้าหาจุดพวกนี้  เพราะจะเป็นการเทรดเข้าไปหากับดักที่ขาใหญ่รออยู่เพื่อให้เกิด liquidity ที่พวกเขาต้องการเพื่อให้ออเดอร์พวกนี้ไปจับคู่กับ limit orders ของพวกเขาที่วางเอาไว้ – เพราะถ้าไม่เข้าใจเรื่องออเดอร์มากพอและระยะห่างพอที่จะกำไรไม่พอ ไม่แนะให้เทรดแม้ว่าจะเห็นว่าอาจมีการล่า stop orders ประกอบให้ราคาวิ่งไปหาจุดพวกนั้นก็ตาม  แต่ถ้าจะเปิดเทรดเข้าหาจุดพวกนี้ต้องมั่นใจว่า profit zone ได้ขั้นต่ำที่ต้องการ อย่างตัวอย่างในภาพที่ 2 ถ้าเป็นการเทรดเข้าหาจุดพวกนี้อย่างก่อนจะถึงเลข 3 ท่านจะเห็นว่าบาร์ยาวๆ นั้นเป็นการล่า stop orders ให้เปิดเพราะขาใหญ่รู้ว่า ถ้า stop orders พวกนี้เกิดราคาจะวิ่งไปด้านบนอย่างเร็ว การเทรดตามการล่า stop orders ของขาใหญ่แม้เป็นไปได้ ถ้าอ่านเรื่องออเดอร์ละเอียดขึ้นเป็น แต่การเทรดตอนราคาเด้งกลับจากจุดจะปลอดภัยกว่า เพราะการเทรดเข้าหาจุดพวกนี้เป็นความพฤติกรรมการเทรดของรายย่อยที่ถูกกระตุ้นด้วยบาร์ยาวๆ ไปทางนั้นๆ แต่ลืมไปว่าราคาวิ่งเข้าไปหาจุดที่ขาใหญ่รออยู่

                ข้อ 4 อย่าเทรด breakout แต่รอเทรดตอนราคากลับมาเทสจุดที่ราคาเบรคจะเป็นการเทรดที่มีความเป็นไปได้สูง เพราะในโครงสร้าง breakout ได้เปลี่ยนข้อมูลในการวิเคราะห์ ถ้าเห็นราคามาเทส พวก trapped traders ที่ติดอยู่ในกรอบ consolidation ก่อนเกิด breakout ได้เห็นข้อมูลนั้น ถ้าพวกเขาเห็นข้อมูลในตอนราคากลับมาเทสที่แสดงว่า ราคาจะไม่มาทางที่พวกเขาเทรดอีก เทรดเดอร์พวกนี้จะออกเพื่อจำกัดความเสี่ยง สิ่งที่เทรเดเดอร์พวกนี้ทำจะเป็นการเพิ่ม market orders เข้าตลาดทันที และถ้าพวก trapped traders มีเยอะ ออเดอร์ที่เกิดก็จะเยอะตามไปด้วย

              การเปิดเทรดที่เลข 1 แม้ว่าราคาจะสร้าง supply บนก่อน แต่การเปิดเทรดตรงนี้เป็นความเสี่ยงเพราะ ราคายังไม่เปิดเผยการเข้าเทรดจริงๆ แต่พอเกิด breakout ลงมา ทำให้เห็นว่ามีการเข้าเทรดของของใหญ่ ถ้าราคากลับมาก็จะเปิดโอกาสให้เทรดได้ แต่ต้องดู risk:reward ประกอบ แต่ความเป็นไปได้ยังสูงกว่าตอนเปิดเทรด breakout เพราะ มี trapped traders ในโครงสร้างใหม่ที่เกิดขึ้น และอีกจุดที่เลข 4 เป็นการเทรดตอนราคากลับมาเทสจุดเบรค แม้ว่าจุดที่ 3 จะเปิดโอการเทรดเพราะจุดที่ 3 เป็นการกลับมาครั้งที่ 2 ของพื้นที่ supply และตรงที่กลับมาครั้งแรกเคลียร์ออเดอร์ให้แล้ว ท่านเห็นราคา rejection นิดหน่อยไม่มากสุดท้ายก็ขึ้น แต่ต่างกับการเข้าเทรดที่เลข 4 เพราะมีข้อมูลนำหน้ายืนยันว่าอะไรเกิดขึ้นเป็นเพราะเพราะขาใหญ่ตัดสินใจเทรดต่อ ตรงส่วนเลข 3  ราคาอาจลงมาได้ เพราะการมาครั้งแรก ราคาไม่ได้เบรกพื้นที่ supply ดังนั้นเลยแนะว่าอย่าเทรด breakout ถ้าไม่ชำนาญ แต่เทรดตอนกลับมาเทสจะง่ายกว่าเพราะเห็นร่องรอยการเทรดที่ชัดเจน

 

ทีมงาน : thaiforexbroker.com

คอมเมนท์ด้วย Facebook
คะแนนเฉลี่ยที่ผู้อ่านให้
[จำนวนผู้โหวต: 1 คะแนนเฉลี่ย: 5]