สเปรดสำคัญอย่างไร

0
190

สเปรดสำคัญอย่างไร

               สเปรด คือระยะห่างราคา Bid และราคา Ask ของคู่เงินนั้นๆ เมื่อเปิดเทรด

            โดยทั่วไปเมื่อท่านเปิดบัญชีเทรด โบรกเกอร์ส่วนมากก็จะมีประเภทบัญชีให้เลือก บัญชีที่เป็นแบบ Fixed Spreads และ Variable Spreads ทำไมเรื่องสเปรดถึงสำคัญ เพราะเป็นต้นทุนส่วนหนึ่งของการเทรดที่เทรดเดอร์ในฐานะลูกค้าของโบรกที่ต้องจ่ายเมื่อมีการเปิดเทรดเกิดขึ้น  รายได้ของโบรกเกอร์มาจากการเทรดที่เกิดขึ้น มีค่าคอมมิสชั่นและรายได้จากสเปรด  ดังนั้นหลักการทั่วๆ ไปโบรกเกอร์จึงมีโปรโมชั่นต่างๆ เช่นเรื่องโบนัส หรือเรื่อง leverage ที่ให้เทรดเกินทุนเพื่อให้เทรดเดอร์เทรดเยอะๆ เพื่อพวกเขาจะได้รายได้เยอะตามไปด้วยเมื่อลูกค้าเทรดเยอะขึ้น

            หรือเมื่อท่านเปิดเทรดที่ปุ่ม New Order ของ Metatrader 4

               หรือถ้าต้องการแสดงใน Metatrader 4 ก็ให้เลือก Spread ในส่วนของ Market Watch ก็จะแสดง spread ของแต่ละคู่เงินที่เปิดเลือกไว้

            ภาพแรกจะมี Depth of Market หรือ OrderBook มาประกอบ จะเห็นใน Metatrader 5 ยิ่งเป็นการเทรดสินค้าพวก Futures หรือ Options จะเห็นเรื่องของความโดดเด่นของ Depth of Market  โดยหลักการออเดอร์เมื่อเทรดเดอร์เปิดเทรด เช่นเมื่อเปิด Buy market order ราคาก็จะไป fill กับราคาด้าน Ask ที่อยู่ค่า spread ตัวบน ตรงนี้ก็จะเรียกกว่า Best Ask และเทรดเดอร์เปิด Sell market order ราคาก็จะไป fill กับราคาด้าน Bid ที่อยู่ค่า spread ตัวล่าง ราคาตรงนี้เรียก Best Bid ดังนั้นเมื่อราคาเปลี่ยนไปเพราะขึ้นหรือลง ราคาที่เป็น Best Ask หรือ Best Bid ก็เปลี่ยนไป

               ถ้าระยะห่าง spread น้อย ต้นทุนการเทรดที่เพิ่มจากค่าคอมมิสชั่นยิ่งน้อย ยิ่งเทรดมาก ก็ยิ่งดีสำหรับรายย่อยด้วยเพราะต้นทุนการเทรดต่ำ ต้นทุนที่ไม่เปลี่ยนคือต้นทุนค่าคอมมิสชั่นสำหรับการเทรด แต่ต้นทุนจาก spread เปลี่ยนไปได้ถ้าเป็นบัญชีเทรดแบบ variable spreads

               หลักๆ โดยทั่วไปถ้าเป็นคู่เงินที่เป็นคู่หลักๆ หรือ Major หรือมีการเทรดเยอะ ท่านจะพบว่าสเปรดค่อนข้างจะน้อยมาก เช่นคู่เงิน EURUSD USDJPY GBPUSD USDCAD ยิ่งเป็นเวลาที่ตลาดคู่เงินนั้นๆ เปิด ถ้าเป็นบัญชีเทรดแบบ variable spread เปิดดูเมื่อช่วงตลาดคู่เงินนั้นๆ เปิด spread ก็จะน้อย เช่นเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงตลาด Asia และ Europe และมา New York

            อีกตัวแปรหนึ่งเมื่อเทรดประจำที่จะเห็นว่ามีการถ่างสเปรดค่อนข้างจะมาก คือข้อมูลหรือตัวเลขเกี่ยวกับเศรษฐกิจที่สำคัญๆ หรือ fundamental information/news ที่เกี่ยวกับค่าเงินที่มีประกาศออกมา  โดยเฉพาะยิ่งเป็นตัวเลขแรงๆ เช่น ข้อมูลด้าน Non-Farm Payrolls ที่มีทุกศุกร์แรกของเดือน เมื่อดูที่ Forexfactory ก็จะเป็นข่าวพวกที่มีสีแดงที่บอกถึงผลกระทบต่อค่าเงินนั้นๆ เยอะเพราะถ้าราคา Bid/Ask ถ่างกันมากเมื่อเปิดเทรดก็จะตกเป็นภาระต้นทุน และลดความเป็นไปได้ของการเทรดไปในตัวด้วย แต่ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสเพราะสเปรคอาจถ่างเลยทำให้ท่านเปิดออเดอร์ได้ราคาห่างจากจุดที่ต้องการเปิด แต่ความเร็วที่เกิดขึ้นจากข่าวที่ข่าวแรงๆ พวกนี้ ถ้าท่านเทรดถูกทางก็ถือว่าไม่เยอะ

               อีกตัวแปรที่มีผลต่อเรื่อง spread คือ News Events เช่นช่วงนี้จะก็จะได้รับผลกระทบจาก Brexit เป็นประจำที่เป็นตัวอย่างชัดเมื่อมีข่าวอะไรที่เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ จะเห็นสเปรดของคู่เงินที่เกี่ยวกับ GBP เช่น GBPUSD GBPJPY GBPAUD EURGBP GBPCHF GBPNZD เป็นต้น

               จากเข้าใจตัวนี้ ทำให้ท่านเห็นว่ามีผลต่อต้นทุนการเทรดที่ต่างกันออกไป เมื่อเทียบประเภทบัญชีเทรด Fixed Spreads และ Variable Spreads ข้อดีของบัญชีที่เป็นแบบ Fixed Spreads อย่างแรกเลยไม่มีค่าคอมมิสชั่น ส่วนนี้ก็จะมารวมอยู่ที่ระยะห่างสเปรด ต้นทุนการเทรดจะแน่นอน เช่นถ้าท่านไม่ได้เปิดเทรดบ่อยหรือหลายๆ ออเดอร์อาจไม่มีผลกระทบ แต่ถ้าท่านเปิดเทรดบ่อยๆ เข้าออกวันละหลายๆ ออเดอร์เพราะเทรดหลายคู่เงิน แบบนี้ต้นทุนการเทรดถ้าเทรดด้วย บัญชีเทรดแบบ Fixed Spread ต้นทุนการเทรดก็จะสูงขึ้นมาก

               แต่ถ้าท่านเป็นเทรดเดอร์ประเภทที่เทรดเยอะ เทรดบ่อย เทรดหลายๆ ออเดอร์ท่านจะพบว่าเมื่อดูเรื่องสเปรดจะเห็นว่าทางเลือกแบบ Fixed Spreads ไม่ใช่ทางเลือกที่ดี ก็เปลี่ยนมาเป็นบัญชีแบบ Variable Spreads แทน โดยบัญชีเทรดพวกนี้อาจได้ยินอีกชื่อว่าเป็นบัญชีเทรดประเภทที่มีค่าคอมมิสชั่น โดยค่าคอมก็จะต่างกันออกไปตามที่โบรกเกอร์กำหนด โดยส่วนมากเมื่อคิดต่อหน่วยเมื่อเทรดก็จะถูกกว่าบัญชีแบบ Fixed Spreads  เพราะตัวแปรที่เกิดระยะห่างสเปรดที่เปลี่ยนไปตามสภาพตลาดแต่ก็ไม่เยอะ เกิดขึ้นแค่ตอนมีข่าวแรงๆ ซึ่งข่าวแรงๆ ก็ไม่ได้มีตลอดหรือทุกวัน บัญชีประเภทที่มี variable spreads ก็เลยเป็นทางเลือกสำหรับเทรดเดอร์ประเภทที่เทรดบ่อย หรือเทรดเยอะ เทรดประจำ เพราะจะลดต้นทุนการเทรดได้เยอะมาก

               ดังนั้น Spread มีผลต่อรูปแบบการเทรดของแต่ละเทรดเดอร์ที่ต้องเลือกจากรูปแบบการเทรด ซึ่งจะทำให้ต้นทุนต่างกันออกไป ต้องดูให้ออกและเลือกให้เป็นว่าแบบไหนเหมาะกับรูปแบบการเทรดของตัวเอง เช่นบางเทรดเดอร์อาจมองว่า การเทรดแบบมี fixed spreads ดีเพราะไม่ต้องมาคอยกังวลเรื่องข่าวและเทรดตอนไหน ต้นทุนก็เท่ากันคิดง่าย เพราะถ้าอย่างเป็นแบบ variable spreads ช่วงตลาดยังไม่เปิดสเปรดอาจถ่างมาก แต่พอตลาดที่เกี่ยวกับคู่เงินนั้นๆ เปิด spread ก็จะน้อยลงมาก และอีกอย่างสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อมีการเทรดคือเรื่อง volatility ที่เกิดขึ้น ความเป็นไปได้สูงเมื่อมีการเทรดสูง มีเทรดเดอร์เข้าร่วมตลาดเยอะ เลยมักจะทำให้ราคาวิ่งเร็วขึ้น ดังนั้นเทรดเดอร์ที่เทรดบอ่ย เทรดเยอะ ก็จะรู้ว่าพวกเขาต้องการ spread รูปแบบไหนเมื่อทำการเทรด             

ทีมงาน : thaiforexbroker.com