เทรด Forex ทำไมยังล้มเหลวอยู่

เทรด Forex ทำไมยังล้มเหลวอยู่

ทำไมยังล้มเหลวอยู่

               การเทรดมีหลายๆอย่างที่สำคัญต่อการเทรด เช่น ความรู้ เรื่องทุน เรื่องการบริหารทุนอีก และอื่นๆ อีกเช่น รูปแบบการใช้ชีวิต หรือแม้แต่เงื่อนไขการใช้ชีวิตและแหล่งที่มาของทุน มีหลายๆ อย่างที่ต้องให้ความสำคัญและรู้ทันเมื่อคิดจะหลีกเลี่ยง การล้มเหลวในการเทรด

               สิ่งแรกคือ ความรู้

               ความรู้ หมายถึงการเข้าใจตลาดทำงานอย่างไร ออเดอร์ทำงานอย่างไร เข้าใจเทรดเดอร์ประเภทต่างๆ ที่จะเข้าเทรดไม่ว่าจะเป็นขาใหญ่หรือรายย่อยเขาเทรดกันอย่างไร เป็นการถือ positions แบบ short-term, medium-term หรือ long-term เพราะมีผลต่อ positions ที่ถือ ส่วนมากก็จะเห็นเทรดเดอร์ประเภททุนหนาหรือรายใหญ่ที่เน้นเทรดถือระยะกลางหรือยาวขึ้น รายย่อยส่วนมากก็จะเทรดอยู่ในกรอบ Day Trading เป็นหลักหรือถือไม่กี่วัน ความรู้ทำให้รู้ว่าเทรดเดอร์จะเทรดตรงไหน จะออกตรงไหน จะถือรอได้แบบไหนเมื่อราคาวิ่งสวน หรือจะถือกำไรให้นานขนาดไหน ถือเมื่อราคาวิ่งเข้าข้าง ล้วนมาจากความรู้และความเข้าใจตลาดเป็นอันดับแรก ความรู้หมายถึงสามารถอ่านว่าราคากำลังบอกอะไร หา trade setup ด้วยตัวเองได้ ไม่ได้หมายถึงการไปหา free signals หรือ free trade setups/chart patterns จากเว็บที่ให้บริการพวกนี้ เพราะความรู้จะทำให้ท่านมี trading edge ที่เหนือกว่าเทรดเดอร์ดอื่นๆ  แต่ถ้าเป็น free signals หรือ free trade setups เทรดเดอร์ต่างๆ รู้สิ่งเดียวกัน ก็จะพยายามสิ่งเดียวที่เหมือนกัน สิ่งที่ท่านได้มาจากพวกนี้ไม่ถือว่าเป็น trading edge เพราะทุกๆ คนก็รู้และเข้าใจ และคาดหวังที่จะทำอย่างเดียวกัน แต่ในทางตรงกันข้าม สิ่งเหล่านี้กลับเป็นสิ่งที่ขาใหญ่ต้องการให้รายย่อยเห็น รู้  และคาดว่าจะทำสิ่งเดียวกัน เพราะพวกเขาจะได้ออเดอร์ตรงข้ามที่เกิดพื้นที่เดียวกันเมื่อพวกเขาต้องการจะเข้าเทรดหรือจะออกเทรด

               เรื่อง over trading

               รูปแบบการเทรดมีผลต่อเทรดเดอร์มาก เพราะการเทรดผลจะออกมาเป็นแบบไหน อย่างเรื่อง over trading หมายถึงเทรดเกินทุน เลยทำให้เสี่ยงมากไป ส่วนมากสาเหตุที่ทำให้เกิด over trading คือความโลภ เพราะเมื่อเทรดเป็นแต่ยังไม่ระมัดระวังมากพอ และให้ความสำคัญกับการทำกำไรมากกว่า เลยอยากได้กำไรเยอะๆ  คิดง่ายๆ แค่ว่า เพราะเมื่อเปิดเทรด ราคามีแค่ขึ้นหรือลง ถ้าราคาวิ่งเข้าทางที่เปิดเทรดก็กำไร ดังนั้นวิธีการง่ายๆ ถ้าอยากได้เยอะก็ให้เปิดเทรดเยอะ และอีกอย่างโบรกเกอร์ให้ leverage  สำหรับบัญชีที่เปิดเทรด ทำให้ลูกค้าสามารถเทรดเกินเงินตัวเองได้หลายเท่าเช่น leverage 1:500 ก็มากพอที่จะทำให้โอเวอร์เทรดได้ เช่นทุน 100 ดอล ท่านสามารถเปิดเทรดได้ถึง 500 ดอล  นอกจากความโลภที่เห็นสาเหตุหลักของการโอเวอร์เทรดแล้วยังมาจากส่วนอื่นด้วย  เช่น ทุนสำหรับเทรดน้อยไป เทรดเดอร์เลยเลือกหันมาใช้เงื่อนไขของการเปิด บัญชีเทรดช่วยด้วยการเลือก leverage ที่เยอะ เพราะจะได้เปิดเทรดได้มากกว่าเงินทุนหลายเท่า แม้ว่าเรื่อง leverage จะช่วยได้เยอะแต่ต้องไม่ลืมว่ามันเป็นดาบสองคม เพราะเมื่อเปิดเทรดได้เยอะกว่าทุนหลายเท่า ก็จะเสี่ยงเยอะขึ้นไปด้วย อีกเรื่องเป็นการเสพติดการเทรดหรือความตื่นเต้นกับการเทรด บางเทรดเดอร์เทรดมากเกินไปไม่เทรดไม่ได้ เทรดไปเรื่อยๆ วิ่งหรือไม่วิ่งไม่สำคัญแต่ขอให้ได้เทรด อ้างเหตุผลง่ายๆ เช่น ถ้าตลาดไม่ค่อยวิ่งก็เก็บที่ละไม่กี่บีบเอา แต่เป็นการเปิดเทรดหลายๆ คู่พร้อมกันไปก็จะเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ขึ้นมาได้ แต่เมื่อเปิดหลาย positions ก็กลายเป็น over trading และเสี่ยงมากขึ้นด้วย

               เรื่องปรับตามเงื่อนไขตลาดที่เปลี่ยนไป

               เพราะตลาดไม่ได้วิ่งไปทางเดียว แม้ว่าจะเกิด momentum ก็มักจะตามมาด้วยการปิดกำไรของขาใหญ่ที่เข้าเทรด ก็ส่งผลให้ตลาดหยุด หรือแม้กระทั่งเกิดการย่อตัว เช่นกรณี momentum ที่เกิดจากมองชาร์ต D1 เมื่อเปิดเทรดก็ตาม แต่กลายเป็นว่าช่วงที่ท่านเปิดเป็นช่วงที่ขาใหญ่ปิดทำกำไร ต้องการใช้ออเดอร์จากทางที่ท่านเปิดพอดี ตลาดเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ท่านต้องมองให้ออกว่าถ้าเปิดเทรดแล้วผิดทางแบบที่ยกตัวอย่างมา ท่านจะแก้เกมแบบไหน เช่นเทรดตาม หรือเฮด หรือ stop loss แต่ถ้าท่านเลือก stop loss บ่อยๆ ถ้าเป็นหลายออเดอร์เสียเรื่อยๆ ก็กินทุนท่านได้ เงื่อนไขในการเทรดท่านต้องปรับตามสภาพตลาดที่เปลี่ยนไปด้วย

               เรื่องจัดการความสี่ยง

               การจัดการความเสี่ยงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการเทรด เพราะการจัดการความเสี่ยงเบื้องต้นที่ได้รับการศึกษามา เรื่องเปิด positions ถูกแนะนำให้กำหนด stop loss  และ take profit เสมอ แต่เมื่อท่านเทรดเป็นประจำจนถึงจุดที่ทำกำไรเป็น ท่านจะพบว่าการตั้ง stop loss เป็นเรื่องที่ยากที่จะตั้งให้ถูกจุด เพราะขาใหญ่มักจะมีการล่า stop hunting เกิดขึ้นประจำ กลับกลายเป็นเป้าให้ขาใหญ่ล่า stop ทันที การจัดการความเสี่ยงที่ดีต้องมาจากการอ่านตลาดออกว่าทำงานอย่างไร ราคาวิ่งอย่างไร เมื่อเทรดแล้วจะรู้ว่าควรกำหนดและจัดการความเสี่ยงอย่างไร ประกอบกับการให้ความสำคัญเรื่อง risk:reward แต่ละออเดอร์ที่จะเปิดต้องชัดเจนก่อนจะเปิดเทรดแต่ละออเดอร์

               เรื่องแผนการเทรด

               แผนการเทรดมีส่วนช่วยมากเพราะจะช่วยให้ท่านเตรียมการในแต่ละวัน สแกนคู่เงินต่างๆ ที่ได้เงื่อนไขการเทรด วางแผนว่าจะเข้าอย่างไร ออกตรงไหนอย่างไร เทรดด้วยล็อตเท่าไรเมื่อเทียบพอร์ตโดยรวม เปิดเทรดแต่ละวันเท่าไร หรือสัดส่วนเท่าไรของทุน รวมทั้ง positions ที่ถืออยู่ด้วย แล้ว positions ที่ค้างจะจัดการอย่างไรให้สัมพันธ์กับ positions ที่จะเปิดใหม่ การวางแผนการล่วงหน้าทำให้ท่านมีความละเอียดในการเปิดเทรดและการจัดการ

ทีมงาน : thaiforexbroker.com

คะแนนที่ได้