ความต่อเนื่องการเคลื่อนไหวราคาข้าม trading sessions

ความต่อเนื่องการเคลื่อนไหวราคาข้าม trading sessions

ความต่อเนื่องการเคลื่อนไหวราคาข้าม trading sessions

                ตลาดแต่ละช่วงมีผลต่อคู่เงินนั้นๆ โดยเฉพาะคู่เงินที่มีการเทรดในช่วงนั้นๆ ถ้าดูจากที่นำเสนอโดย forexfactory จะแบ่ง sessions หลักออกเป็น Sydney (04.00-13.00) Tokyo (07.00-16.00) London (14.00-23.00) และ New York (19.00-04.00) ตามเวลาบ้านเรา แต่ส่วนมากเทรดเดอร์จะมองแค่  3 ช่วงหลักๆ เท่านั้นเองตัดช่วงแรกออกไป เพราะเรื่อง volatility ยังน้อยและมองช่วง Tokyo เรียกแบบรวมๆ เป็น Asian Session แต่นั่นไม่สำคัญแล้วแต่จะเรียกแต่ตลาดก็เปิดเวลาเดิม

                สิ่งหนึ่งที่เห็นประจำเมื่อเทรด แม้ว่า volatility แต่ละวันจะเปลี่ยนไปของตลาดฟอเรก แต่มีร่องรอยหนึ่งที่พอจะสังเกตเห็นได้ ความต่อเนื่องของราคาแต่ละช่วงที่ต่อเนื่องกันว่าขาใหญ่ส่งต่อกันอย่างไร เช่นหลักๆ เรารู้ว่าตลาดการเงินโลก หลักๆ ก็เป็นทางยุโรปและอเมริกา แม้ว่าตลาดไม่ได้วิ่งทางเดียวเพราะเงื่อนไขการเข้าเทรดและการทำกำไร แต่เมื่อดูจากชาร์ตจะเห็นว่าการเคลื่อนไหวหลักๆ ก็จะเกิดขึ้นใน 2 ช่วงนี้เพราะเป็นช่วงที่ขาใหญ่เทรดเป็นหลัก

               ดูจาก EURUSD และ AUDUSD เมื่อมองจากชาร์ตจะเห็นว่ากรอบที่บอกว่า London และ New York จะเห็นแท่งเทียนยาวกว่าเป็นหลักเมื่อเทียบกับที่เกิดในช่วง Tokyo ด้วยการเทียบต่อเนื่องกัน หลักการการมองแท่งเทียนบอกว่าเมื่อเห็นบาร์ยาวๆ บอกถึงการเข้ามีส่วนร่วมหรือการเข้าเทรดของขาใหญ่ ก็ตรงกับที่เป็นช่วงตลาดการเงินหลักๆ เปิดทำการพอดี

                เมื่อเรามองว่าช่วง London หรือตลาดยุโรปและช่วงตลาดอเมริกาเป็นช่วงที่ขาใหญ่เข้าเทรด การให้ความสำคัญแต่ละช่วงจึงจำเป็น เช่นพยามทำอะไรและแต่ละช่วงปิดอย่างไร

               กรณี EURUSD เริ่มมองจาก Tokyo session หรือเรียกว่าเป็น Asian Session จะเห็นว่าราคาไม่ค่อยวิ่งเยอะ มีการเด้งตอนเปิดตลาดบ้าง แต่โดยรวมราคาจะวิ่งอยู่ในกรอบเป็นหลัก ถือว่าเป็นช่วงสะสม positions ของขาใหญ่ก็ว่าได้ และส่วนมากก็จะอยู่ในกรอบที่เป็นผลความพยายามที่เปิดเผยการเข้าเทรดของขาใหญ่ในช่วงยุโรปและมีการพักตามมาด้วยช่วงอเมริกาอีกเป็นหลัก ดังนั้นเพราะตลาดช่วง Asia ส่วนมากวิ่งอยูในกรอบเป็นหลัก จึงมักจะมีกลยุทธ์เทรดที่ใช้ข้อมูลช่วงนี้เป็นตัวประกอบการวิเคราะห์ เช่นกลยุทธ์เทรดตอนตลาดลอนดอนเปิดหรือเรียก London Breakout  โดยการมอง 1-3 ชั่วโมงแรก ก็จะเน้นว่ามี breakout  เกิดทางไหนก็ให้เทรดทางนั้นเป็นหลัก เมื่อมองมุมเรื่องออเดอร์ประกอบ จะเห็นว่าเป็นการใช้ประโยชน์จากเทรดเดอร์ที่ถือ positions อยู่ในตลาดเป็นหลักถ้าราคาผิดทางพวกเขาจำต้อง Liquidate ออเดอร์เพื่อจำกัดความเสี่ยง ส่วนมากที่นิยมกันเพราะเรื่องช่องว่างความไม่สมดุลย์ออเดอร์เกิดขึ้นเยอะ เพราะอีกตลาดหนึ่งเพิ่งเข้ามาและเป็นตลาดการเงินหลักของโลกเมื่อราคาดันมักจะดันไปทางนั้นเลย

                ช่วงวันแรกที่เลข 1 จะเห็นว่าก่อนวันที่เลข 1 ราคาวิ่งแรงเห็นได้ชัดในช่วงตลาดอเมริกาเปิด มองดูต้นตอจะเป็นตอนที่ราคาเบรค Low ของช่วง Asian session พอดีและการเข้าเทรดครั้งนี้เป็นช่วงคาบเกี่ยวกันระหว่างตลาดยุโรปและตลาดอเมริกา บาร์ยาวๆ ที่เบรคอย่างรวดเร็วและราคาปิดทางที่วิ่งไปมีบาร์ตามมาอีกบอกถึงการเข้าเทรดของขาใหญ่ พอช่วงกลาง New York ก็มีการปิดทำกำไรราคากลับขึ้นไป วันต่อมาที่เป็นวันเลข 1  ตลาด Asia เปิดมาวิ่งอยู่ในกรอบที่ราคาขึ้นมาแต่ไม่สามารถเบรค high ก่อนที่จะจบช่วงอเมริกาไปได้ พอยุโรปเปิดมาความไม่สมดุลย์เกิดขึ้นอย่างแรงราคาเทสด้านล่างและกลับไปบนอย่างเร็วแต่ก็ไม่สามารถเบรค high ช่วง Asia ได้ จะเห็นความกดดันที่มาจากวันก่อนวันที่ 1 ที่บอกถึงความพยายามทางไหน จะเห็นว่าราคาเปิดเผยให้เทรดต่อ เมื่อราคาเบรค low ตอนตลาดอเมริกาเปิดและยังเปิดโอกาสอีกรอบตอนที่ราคากลับมาสุดท้ายราคาก็ทางตาม momentum ของวันก่อน

               ก่อนจะมาวันที่ 2 จะเห็นว่าก่อนจบวันแรกราคาลงมาต่อและยังได้สร้าง supply ใหม่อีกและ demand ด้านล่างเป็นผลจากปิดทำกำไรเป็นหลัก เพราะราคาไม่สามารถเบรค supply ด้านบนได้ราคาก็วิ่งอยู่ในกรอบ ส่งต่อมาวันที่ 2 ช่วงตลาด Asia ราคาก็วิ่งอยู่ในกรอบสะสม positions ไปเรื่อยๆ ความต่อเนื่องของวันนี้ไม่ชัดเจน ดูตรงที่ราคาเบรค Low ช่วง Asia ทันทีที่ราคาเบรคแล้วราคากลับมาในบาร์ต่อมา และบาร์ที่ลงไปต่อก็มีบาร์ต่อมามีการย่อตัวขึ้นมาในพื้นที่บาร์ที่ลงไปก่อนเป็นส่วนมาก บอกว่าแม้มีการเข้าเทรดทาง sell market orders แต่ทาง buy market orders ก็สามารถดันกลับมาได้เป็นส่วนมาก การอ่านความต่อเนื่องการเคลื่อนราคา ต้องเห็น Impulsive move ก่อนค่อยหาโอการเทรด ท่านจะเห็นว่าเพราะการเบรคลงไปแบบไม่แรงและมีการย่อตัวมาตลอดเลยทำให้ช่วงอเมริกามีการเข้าเทรด ดูลักษณะการเข้ามีส่วนรวมของขาใหญ่ บาร์ยาวและไปทางเดียวกันและต่อเนื่อง นี่เป็นข้อมูลสำคัญที่เปิดเผยในการเทรดแบบอ่านความต่อเนื่องส่งต่อ จะเห็นว่าวันที่ 2 ไม่เปิดโอกาสให้เห็นความต่อเนื่องที่ส่งต่อได้ชัดเจนแบบวันแรก

                วันที่ 3 เป็นแบบวันแรก มีวันก่อนเป็นตัวชี้นำว่าขาใหญ่เทรดหรือเปล่า เปิดช่วง Asia แต่ราคาก็อยู่ในกรอบ แม้เปิดช่วงยุโรปมาราคาก็ไม่เบรคไปทางไหนแต่เรายังมีกรอบข้อมูลจากวันที่ 2 ที่บอกว่าช่วงอเมริกาเขาทำอะไรชัดเจนไว้ ราคามาเปิดเผยชัดเจนเมื่อตลาดช่วงอเมริกาเปิด ตอนที่ราคา stop hunting วิ่งลงไปหาต้นตอ และเบรค high ช่วง Asia  แล้วราคาก็เป็นผลความต่อเนื่องจากวันที่ 2 เรารู้ stop hunting จะเกิดตรงนี้เพราะการเข้าเทรดเมื่อวานที่ตรงไหนของขาใหญ่

                ดังนั้นการวิเคราะห์จะเห็นว่าความต่อเนื่องของการเคลื่อนไหวราคาจะเกิดขึ้นประจำแค่ต้องตีความผลของความพยายามแต่ละวันประกอบ เช่นวันนี้ก็ต้องมองวันก่อนว่าเป็นมาอย่างไร อย่ามองแค่ราคาปัจจุบัน แม้ว่าราคาปัจจุบันจะสำคัญก็ตาม แต่ต้องดูความต่อเนื่องประกอบ เพราะขาใหญ่ไม่อาจดันราคาไปแบบเส้นตรงได้ แม้ว่าพวกเขาจะเข้าเทรดก็ตาม เพราะไม่ว่าพวกเขาจะปิดทำกำไรหรือเข้าเปิดเทรดเพิ่มล้วนต้องการออเดอร์ฝั่งตรงข้าม ถ้าราคาวิ่งไปทางเดียวก็จะไม่มีเทรดเดอร์อยากเปิดออเดอร์ตรงข้าม วันที่ 4 และวันที่ 5 ก็เป็นผลความต่อเนื่องที่ส่งต่อข้ามวันไป

               

ทีมงาน : thaiforexbroker.com

คะแนนที่ได้