การเลือกคู่เงินเทรด

0
141

การเลือกคู่เงินเทรด

               สำหรับเทรดเดอร์รายใหม่ๆ เมื่อเข้าใจหลักการทำงานตลาด หลักการทำกำไรและสูญเสียในตลาด อาจมีคำถามหนึ่งที่จะถามคือจะเลือกเทรดคู่ไหนดีในแต่ละวัน ถ้าเป็นเทรดเดอร์ที่เทรดตามคนอื่นหรือหาเทรดเพราะหาบริการด้านสัญญาณการเทรดฟรี หรือหาบริการฟรีด้าน trade setup มีมากมายเพราะเว็บต่างๆ พวกนี้ต่างต้องการให้เทรดเดอร์ใหม่ใช้ข้อมูลตัวเอง เพื่อจะดึงเทรดเดอร์เข้าตลาดหาโบรกเกอร์ที่ตัวเองเป็น Introducing Broker หรือ IB ก็จะมีรายได้เสริมจากส่วนแบ่งที่โบรกเกอร์นั้นๆ แบ่งให้แล้วแต่เงื่อนไขที่เป็น IB จะเห็นว่ามีแต่คู่เงินที่เป็น Major หรือคู่เงินหลักๆ ที่นิยมเทรดกันและอาจจะมีคู่อื่นๆ บ้างเล็กน้อย

               แต่เมื่อท่านเทรดเป็นด้วยตัวเอง ด้วยการเข้าใจตลาดทำงานอย่างไร เทรดเดอร์เทรดอย่างไร ขาใหญ่ทำไมเป็นตัวสำคัญในการกำหนดเกมการเทรด และรายย่อยทำไมมักเสียเปรียบเป็นประจำ ท่านจะพบว่าแม้ตลาดคู่ที่เป็น major เช่น EURUSD USDJPY GBPUSD USDCHF AUDUSD USDCAD ก็ไม่ได้หมายความว่าคู่เงินพวกนี้จะวิ่งทุกวัน เทรดได้แต่ โอกาสการเทรดหรือเทรดที่มีความเป็นไปได้สูงพร้อม reward ที่คาดหวังได้สูงไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน ดังนั้นเมื่อมองจุดนี้อาจจะเกิดอีกทางเลือกหนึ่งเพิ่มคือการเลือกคู่เทรดที่มี price structure ในการเคลื่อนไหวชัดเจน เพิ่มแค่มอง Major paris ข้อดีที่คู่เงินพวกที่เป็น major เป็นที่นิยมเพราะเกี่ยวข้องกับประเทศที่มีผลต่อการเงินโลกเยอะและมีเทรดเดอร์เทรดเยอะทำให้เกิด liquidity เกิดขึ้นเยอะ

               แต่การเทรดเพื่อทำกำไรไม่ได้จำกัดคู่เงิน ในการเทรดสิ่งที่ทำให้เกิดการได้กำไรหรือสูญเสียคือเมื่อราคาวิ่ง ข้อดีของตลาดฟอเรกคือให้เทรดเดอร์สามารถเทรดได้ทั้งขึ้นและเทรดลง ได้ สามารถเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวพวกนี้ได้หมด demand/supply เลยกลายเป็น dynamic ขึ้นลงเปลี่ยนแปลงตลอด เพราะการทำกำไรราคาไม่ได้วิ่งไปทางเดียวก็ทำกำไรได้ แต่วิ่งไปทางไหนก็สามารถทำกำไรได้

               ในการเลือกคู่เงินที่จะเทรดแต่ละวัน นอกจากเรื่องคู่หลักแล้วอาจเป็นการมองหา price structure ที่มีการเคลื่อนไหวชัดเจนเพิ่ม เพราะตลาดฟอเรกมีคู่เงินให้เทรดหลายคู่ เพราะบางวันคู่เงินหลักๆ ไม่มี price structure ในการเคลื่อนไหวราคาที่ชัดเจนเมื่อพยายามเทรดก็จะเป็นการเทรดที่เสี่ยงเกินไป

               สิ่งหลักที่จะนำมาประกอบในการดู price structure ในการเคลื่อนไหวของราคาคือ การวิ่งแต่ละวันเฉลี่ยเท่าไร ด้วยการเปิดดูชาร์ต D1 ประกอบก่อน และราคาในชาร์ต D1 เป็นอย่างไร แกะร่องรอยการเข้าเทรด

               การวัดค่าเฉลี่ยการวิ่ง เช่น EURUSD ก็ประมาณ 60-70 บีบต่อวันได้สามารถวัดได้จากแท่งเทียน D1 แล้ววัดระยะห่าง low และ high ที่บาร์นั้นๆ ประกอบและอีกอย่าง daily  price move เป็นอย่างไร เช่นกรอบที่ตีสีแดงทั้ง 3 แบบนี้ถือว่าไม่ควรพยายามเสียเวลาหา trade setup เพื่อเข้าเทรด จะเห็นช่วงที่ราคาทำ consolidation เพื่อสะสมออเดอร์ ช่วงวันนั้นเราก็ไปหาคู่เงินอื่นเทรด

               แต่พอราคาหลุดออกมาจาก consoliation ยกตัวอย่างพื้นที่เลข 3 ถือว่า clean moving เกิดขึ้นง่ายต่อการจะหาโอกาสการเทรดแบบนี้ วันนั้นไป คู่เงินนี้ก็จะเป็นคู่เงินที่เลือกเทรด เมื่อมองชาร์ต H1 จะเห็นว่าหลังจากที่ราคา break ลงมาด้วยบาร์ยาวๆ และเป็นครั้งแรกที่ราคาสามารถปิดต่ำกว่า Low ของชาร์ต D1 เป็นเวลา 4 วัน ราคาลงไปและทำ flag และราคาลงไป ราคากลับมาเทสที่ flag ที่กลายเป็น supply ใหม่ที่เกิดขึ้น ก็เปิดโอกาสให้เทรดได้ 4 วัน ที่ราคาไปทางเดียวกัน

               คู่เงินอื่นที่ไม่ใช่คู่หลัก ตอนราคาอยู่ในกรอบ ไม่มีการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนว่าราคาจะไปทางไหน ฝ่าย buyers หรือ sellers เป็นฝ่ายครองตลาดตอนนั้น ไม่ต้องพยายามหาโอกาสเทรด โอกาสเทรดเกิดขึ้นเมื่อมี momentum แรงๆ ลงล่างมาเอาชนะกรอบพื้นที่ consolidation นั้นๆ เกิดความชัดเจนในการเคลื่อนไหว ว่าฝ่ายไหนชนะ จะเห็นว่าหลังจากที่เกิด Momentum  อีก 3 วันราคากลับมาทำให้เกิดการเทรดง่ายที่เทรดตามเทรน หรืออาจจะเห็นโอกาสเทรดตั้งแต่ เลข 2 เพราะเมื่อวัดระยะห่าง D1 ตอนที่ราคาลงไปต่ำสุดและมาต้นตอที่ราคาเบรคประมาณ 300 บีบได้ เพียงพอที่จะเทรดสวนขึ้นมา เพราะจะเห็นที่เลข 1 มี price structure ในการเคลื่อนไหวชัดเจนที่ราคาจะขึ้นมาที่ต้นตอ

               EURGBP ก็เป็นอีกตัวอย่างคู่เงินที่ไม่ใช่คู่หลัก แต่เมื่อเรามองการหาคู่เทรดด้วยการมอง price structure ในการเคลื่อนไหวที่ชัดเจน เราก็จะมีคู่เทรดในแต่ละวันที่เห็นควาเมป็นไปได้สูงแทนที่จะพยายามเทรดแต่คู่ที่เป็น major หรือคู่ที่ส่วนใหญ่นิยมกัน

               ดังนั้นหลักสำคัญในการเลือกคู่เงินเทรดแทนที่จะยึดติดแค่คู่ที่เป็น major เพราะมี liquidity ตามด้วย volatility เยอะ แต่คู่อื่นๆ ก็มี เพราะโอกาสเทรดที่จะสามารถทำกำไรได้ง่ายคือเมื่อท่านเห็น price structure ในการเคลื่อนไหวของราคาที่ชัดเจนแบบที่ยกตัวอย่างมาประกอบ การเคลื่อนไหวที่ชัดเจนจะง่ายต่อการหา trade setup และความชัดเจนที่ของ price structure เรื่องการเคลื่อนไหวราคาเป็นเพราะการเข้าเทรดของขาใหญ่ที่คู่เงินนั้นๆ เป็นหลัก เพราะการเข้าเทรดของขาใหญ่เพียงพอที่จะดันราคาไปทางที่พวกเขาต้องการ การเห็นร่องร่อยขาใหญ่ที่คู่ไหนและเทรดตามเลยทำให้โอกาสเทรดเกิดขึ้นที่คู่เงินนั้นๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นคู่เงินหลัก

ทีมงาน : thaiforexbroker.com

คะแนนเฉลี่ยที่ผู้อ่านให้
[จำนวนผู้โหวต: 1 คะแนนเฉลี่ย: 5]