การเทรด chart patterns เมื่อไม่เกิดขึ้น

0
163

การเทรด chart patterns เมื่อไม่เกิดขึ้น

               หลักการทั่วๆ ไปของการเทรด chart patterns มี 2 อย่าง คือเทรดเมื่อ chart pattern เกิดขึ้นจริง และเทรดเมื่อ chart pattern ไม่เกิดหรือล้มเหลว ทั้งสองวิธีการนี้จะเป็นการเทรดคนละทางเลย เช่นถ้าเป็น Double Tops ก็จะเป็น chart pattern สำหรับหาโอกาสเทรดลงเมื่อราคาเบรค และถ้า pattern ไม่เกิดขึ้นราคาก็จะวิ่งขึ้นเป็นหลักแทน เพราะหลักการเทรดต้องการออเดอร์ตรงข้ามเสมอ ถ้ามีฝ่ายเปิด sell ก็ต้องมีฝ่ายเปิด buy ที่ราคาเดียวกัน ด้วยจำนวนเท่ากัน trading transaction จึงเกิดขึ้นได้ ถ้าออเดอร์ข้างไหนเข้ามามากกว่าราคาก็จะวิ่งไปทางนั้น ราคาไม่รู้จัก chart patterns ต่างๆ มีแต่เทรดเดอร์รู้จัก และกำไรจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อราคาวิ่งไปแล้วมีคนเสีย

               เมื่อมองตรรกะออเดอร์และการทำกำไร ท่านจะเห็นว่ามีเทรดเดอร์กลุ่มหนึ่งที่สนใจแค่ว่า ออเดอร์ฝ่ายตรงข้ามอยู่ตรงไหนที่มากพอจุดที่พวกเขาต้องการเทรดนั่นคือขาใหญ่ ดังนั้นจึงบอกได้ว่าเทรดเดอร์ที่อยู่เบื้องหลัง chart patterns ต่างๆ ก็คือขาใหญ่ และสิ่งที่ทำให้ chart pattern นั้นๆ เกิดขึ้นจริงหรือล้มเหลว วิ่งไปคนละทางก็คือขาใหญ่ ดังนั้นการเทรด chart patterns ต่างๆ อยู่ที่ว่าขาใหญ่ต้องการจะดันทางไหนหรืออาจทำกับดักต่างๆ ให้เกิดขึ้นก่อนที่จะดันราคาให้ chart pattern นั้นๆ เกิดขึ้นจริงก่อน

               เดี๋ยวนี้ chart patterns ไม่ใช่เรื่องยากที่จะหาเพราะมีโปรแกรมต่างๆ ที่ส่วนมากเดี๋ยวนี้เป็นบริการเสริมที่มาจากโบรกเกอร์ให้มาฟรี เช่นของ TradingCentral และ Autochartist เป็นต้นที่ได้ร่วมมือกับโบรกเกอร์ต่างๆ เพื่อบริการลูกค้า และความรู้เรื่อง chart patterns  มักจะทำให้คนหาโอกาสการเทรดได้แบบง่าย แค่หาว่ารูปแบบเกิดขึ้นที่คู่เงินไหน และการศึกษาการเทรดจาก chart patterns ต่างๆ ก็หาได้ง่ายทางเว็บ พร้อมตัวอย่างและคำอธิบายมากมาย ข้อดีของการบริการที่โบรกเกอร์จะได้คือมีลูกเล่น และมีข้อมูลในการเทรดมากขึ้นให้ลูกค้า ก็จะทำให้ลูกค้าอยากเทรดมากขึ้น พวกเขาก็จะได้ค่าคอมมิสชั่นและส่วนต่างจากสเปรดมากยิ่งขึ้น ยิ่งลูกค้าเทรดเยอะพวกเขายิ่งมีรายได้ เลยไม่แปลกที่ปัจจุบันจะเห็นโบรกเกอร์ต่างๆ ให้บริการฟรีพวกนี้เสริมด้วยตอนนี้  อย่างตัวอย่างด้านบนเป็นส่วนที่อยู่ใน cTrader Platform ของ ICMarkets ที่ได้มี Autochartist เข้ามาให้ลูกค้าดูเลย หรือแม้แต่ที่ชาร์ตก็มีบริการของ TradingCentral เป็นทางให้เลยว่าจะเทรดทางไหน 

               อีกอย่าง เมื่อรายย่อยหรือลูกค้าของโบรกต่างๆ เทรดมากขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นกับตลาดฟอเรกคือเพิ่ม liquidity เข้าตลาดด้วย ดังนั้นเมื่อขาใหญ่จะเทรดพวกเขาก็จะหา liquidity จากพื้นที่พวกนี้เพราะจะมีออเดอร์ข้ามกับออเดอร์ที่พวกเขาต้องการเทรดเป็นหลักด้วย รวมทั้งทูลต่างๆ พวกนี้เข้าถึงได้ง่าย และความรู้ต่างๆ พวกนี้หาศึกษาด้วยตัวเองได้ง่ายทางอินเตอร์เน็ต เมื่อ chart patterns เกิดขึ้นเลยมักจะดึง liquidity เข้าตลาดได้เยอะ ยิ่งถ้าเป็น chart patterns ที่เกิดจาก timeframe ใหญ่ เช่น H4 หรือ D1 ขึ้นก็ยิ่งดึงดูดเทรดเดอร์ให้สนใจที่ chart pattern นั้นๆ

               ด้วยหลักการทำงานของออเดอร์ เมื่อเทรดต้องมีออเดอร์ฝ่ายตรงข้าม และเมื่อจะมีกำไรต้องมีอีกฝ่ายตรงข้ามเป็นฝ่ายเสีย พื้นที่ที่มี chart patterns เกิดขึ้นโดยเฉพาะยิ่งถ้าเป็น chart patterns ที่รู้จักกันดี ยิ่งดึงดูดเทรดเดอร์ให้สนใจพื้นที่นั้นๆ ได้เยอะ

               สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ chart pattern ไม่เกิดขึ้นหรือล้มเหลวคือมี trapped traders เกิดขึ้นทันที

               เพราะ chart patterns ต่างๆ มักจะดึงดูดเทรดเดอร์ต่างๆ เข้ามาไม่ว่าจะหาโอกาสเข้าเทรดตามแต่ละเงื่อนไขการเข้าเทรดของ chart patterns และเทรดเดอร์ที่ถือ positions ที่ถืออยู่เมื่อเห็นว่า chart pattern จะเกิดขึ้นก็ต้องหาโอกาสออก พื้นที่พวกนี้เลยเป็นที่สนใจของขาใหญ่ ถ้าพวกเขาจะเข้าเทรดหรือออกจาก positions ที่พวกเขาถืออยู่เพราะมีออเดอร์ตรงข้ามมากพอที่พวกเขาต้องการสำหรับออเดอร์ของพวกเขา

               อย่างที่เลข 1 จะเห็นว่าราคาน่าจะทำ Triple Bottom แต่ตรงส่วนที่ 3 กลับมีการ stop hunt ก่อน เพราะขาใหญ่รู้ว่ามีเทรดเดอร์เทรด pattern นี้เยอะและจะตั้ง stop loss ตรงไหน ถ้าพวกเขาต้องการจะเข้าเทรดนี่เป็นการใช้ stop loss ของเทรดเดอร์ที่เทรดก่อนตามความรู้ทั่วๆ ไปเพื่อขาใหญ่จะได้เทรดบ้าง เลข 2 ถือว่าเป็น key level หรือประเภท supply (จากที่ยกตัวอย่างบริการเสริมของ Autochartist ก็จะมี chart patterns, fibonacci patterns และ key levels)  พอราคาไม่โต้ตอบหรือ supply เพราะราคาไม่เด้งลงแต่กลับเบรคและดันไปต่อ จะเห็นว่าพื้นที่หลังจากที่ราคาเบรคแล้วราคาไม่ลงมาต่ำกว่านั้นอีกเลย ถึงลงมาแตะราคาก็รีบเด้งกลับไป เพราะ trapped traders ที่เปิด short positions ตอนที่ราคากลับมาเทรดด้วยการคาดการณ์ว่าราคาจะลงต่อ พอเบรคข้อมูลเปลี่ยนไป

               ออเดอร์ที่มาจากการออกจากตลาดหรือปิด positions ที่จำกัดความเสี่ยงเป็นออเดอร์ประเภทที่ต้องปิดไม่งั้นทุนก็จะกระทบ เมื่อเห็น trapped traders เกิดมักจะตามด้วยราคาวิ่งแรงหรือไปทางที่ trapped traders ต้องออกเป็นหลัก ดังนั้นการเทรด chart patterns ที่ไม่เกิดขึ้นหรือล้มเหลวก็ดูว่าเทรดเดอร์ที่เทรด chart pattern นั้นๆ เทรดตรงไหนและตั้ง stop loss ตรงไหน ตรงไหนที่จุด peak ของเทรดเดอร์กลุ่มนี้เมื่อราคาเบรค ดูลักษณะราคาเบรคประกอบ ถ้าเป็นการเบรคด้วยบาร์ยาวๆ และราคาปิดทางที่เบรคได้เมื่อจบบาร์ มักจะบอกว่าขาใหญ่เข้าเทรดเพื่อทำให้ chart pattern ไม่เกิดขึ้นเพื่อพวกเขาจะได้ใช้ trapped traders เพื่อดันราคาไปทางที่พวกเขาต้องการ เพราะขาใหญ่ไม่ได้เทรด chart patterns เพราะการเทรดของพวกเขาเพียงพอที่จะดันราคาไปทางที่พวกเขาต้องการได้ พวกเขาต้องการแค่เห็นว่ามีออเดอร์ตรงข้ามตรงไหนที่มากพอกับออเดอร์ที่พวกเขาเทรด เมื่อพวกเขาเทรดก็ดันราคาไป แล้วให้ trapped traders ดันราคาต่อ positions ที่พวกเขาเปิดใส่เทรดเดอร์ที่เทรด chart patterns ก็เป็น positions ที่ตรงข้ามกับพวกเขา เมื่อราคาวิ่งไปทางที่พวกเขาเทรดก็มีอีกฝ่ายเสียพวกเขาก็ได้กำไร

               ดังนั้นข้อดีของ chart patterns ที่เกิดขึ้นก็จะเปิดโอกาสเทรดและราคาก็จะวิ่งแรงเพราะเทรดเดอร์ต่างๆ เข้าเทรดและจัดการออเดอร์เยอะ และทำความเข้าใจว่าขาใหญ่เทรดอย่างไรกับ  patterns พวกนี้ก็จะเทรดได้แบบพวกเขา เทรดเมื่อเห็นว่าขาใหญ่เข้าเทรด เช่นการเบรค แล้วลงรายละเอียดไปดูที่ timeframe ย่อยประกอบ ก็จะเห็นพื้นที่ที่เปิดให้เทรดตาม chart patterns ที่ไม่เกิดขึ้นสามารถเทรดตามขาใหญ่ได้

ทีมงาน : thaiforexbroker.com